กองปราบฯเตรียมลงพื้นที่นครสวรรค์ สอบปากคำพยานบุคคลคดีอดีต ผกก.โจ้ เพิ่มเติม ส่วนปมรถหรูรอประสานกรมศุลขอรายละเอียด

กองปราบฯเตรียมลงพื้นที่นครสวรรค์ สอบปากคำพยานบุคคคดีอดีต ผกก.โจ้ เพิ่มเติม ส่วนปมรถหรูรอประสานกรมศุลขอรายละเอียด ขยายผลหาต้นตอ สายลับแจ้งเบาะแสมีหนาว คาดเอี่ยวร่วมขบวนการ

เมื่อวันที่ 8 กันยายน ที่กองบังคับการปราบปราม (บก.ป.) พ.ต.อ.เอนก เตาสุภาพ รอง ผบก.ป.เปิดเผยความคืบหน้าคดี พ.ต.อ.ธิติสรรค์ อุทธนผล อดีต ผกก.สภ.เมืองนครสวรรค์ หรือ ผกก.โจ้ และลูกน้องรวม 7 คน ผู้ต้องหากระทำผิดฐานเป็นเจ้าพนักงานร่วมกันปฏิบัติหรือละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพื่อให้เกิดความเสียหายแก่ผู้หนึ่งผู้ใด, ร่วมกันตั้งแต่ห้าคนขึ้นไป ข่มขืนใจผู้อื่นให้กระทำการใด ไม่กระทำการใด หรือจำยอมต่อสิ่งใด, ร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยทรมาน หรือโดยกระทำทารุณโหดร้าย หลังใช้ถุงดำคลุมศีรษะนายจิระพงศ์ หรือมาวิน ธนะพัฒน์ อายุ 24 ปี ผู้ต้องหาคดียาเสพติดจนเสียชีวิต ว่าสำนวนคดีมีความคืบหน้าไปมาก อยู่ระหว่างการตรวจสอบอย่างละเอียด เพื่อพิจารณาว่ายังมีประเด็นใดที่ต้องเก็บรายละเอียดเพิ่มหรือไม่ เนื่องจากคดีดังกล่าวเป็นเรื่องละเอียดอ่อนสังคมให้ความสนใจ ดังนั้นการดำเนินการทุกขั้นตอนจำเป็นต้องทำอย่างรอบคอบ เพื่อพิสูจน์ให้เห็นชัดได้ว่ากลุ่มผู้ต้องหามีการกระทำผิดจริงตามข้อกล่าวหา โดยภายในสัปดาห์หน้าตนพร้อมคณะพนักงานสอบสวนจะลงพื้นที่ จ.นครสวรรค์ อีกครั้ง เพื่อสอบปากคำพยานบุคคลเพิ่มเติม และเมื่อสำนวนการไต่สวนผลชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิตของทาง สภ.เมืองนครสวรรค์ รวมถึงผลการตรวจพิสูจน์ความน่าเขื่อถือของคลิปวิดีโอที่เป็นหลักฐานสำคัญในการยืนยันตัวตนและพฤติกรรมผู้กระทำผิด และหลักฐานอื่นๆบางอย่างที่อยู่ระหว่างการส่งตรวจพิสูจน์ที่ สถาบันนิติวิทยาศาสตร์ ส่งมาถึงทางคณะทำงานก็จะนำสำนวนเอกสารทั้งหมดมารวบรวมประกอบสำนวนให้มีความแน่นหนามากยิ่งขึ้น

รายงานข่าวแจ้งว่า ในส่วนของการตรวจสอบปมทุจริตการลักลอบนำเข้ารถหรูจากมาเลเซียและปั้นคดีว่าจับรถ ก่อนส่งต่อกรมศุลกากรนำไปขายทอดตลาดจนได้เงินรางวัลนำจับ ของ พ.ต.อ.ธิติสรรค์นั้น เบื้องต้นขณะนี้ทางชุดคลี่คลายคดีของทางกองปราบปรามฯ อยู่ระหว่างประสานขอข้อมูลรายละเอียดเกี่ยวกับการนำเข้ามาของรถหรูเหล่านี้ จากทางกรมศุลกากร เพื่อจะนำไปตรวจสอบหาที่ไปที่มาอย่างละเอียด นอกจากนี้ จากแนวทางสืบสวนยังทราบว่า การเข้าจับกุมรถหรูผิดกฎหมายส่วนใหญ่จะมีสายลับเป็นผู้แจ้งเบาะแส โดยผู้ทำหน้าที่สายลับจะได้รับเงินรางวัลนำจับประมาณ 2-3 แสนบาท ต่อคันจากทางกรมศุลกากร ส่วนเจ้าหน้าที่ที่จับกุมจะได้เงินรางวัลนำจับแยกต่างหากอยู่ที่ประมาณร้อยละ 45 ของราคาประมูลรถ ซึ่งในกรณีของ พ.ต.อ.  ธิติสรรค์ อาจต้องมีการขยายผลไปถึงสายลับเหล่านี้เพราะถือว่าเป็นขบวนการเดียวกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon