‘เพชรวรรต’ ชี้มิติใหม่ 2 พส. ไลฟ์สดยอดดูถึง 2 แสน แนะปรับรูปแบบเผยแผ่ ตามยุคสมัย

เมื่อวันที่ 10 กันยายน นายเพชรวรรต วัฒนพงศศิริกุล รองประธานคณะกรรมาธิการการศาสนา ศิลปะและวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่า หลังจากที่พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ และ พระมหาสมปอง ตาลปุตโต 2 พระนักเทศน์ชื่อดัง ได้เข้ามาชี้แจงต่อคณะกรรมาธิการการศาสนาศิลปะ และวัฒนธรรม สภาผู้แทนราษฎร ที่ห้อง CA 303 อาคารรัฐสภาเกียกกาย เมื่อวันที่ 9 กันยายนที่ผ่านมา ในกรณีที่มีข้อร้องเรียนและถกเถียงกันเป็นวงกว้างในสังคมกรณีไลฟ์สดของพระสงฆ์ทั้งสองรูป ผู้ที่มาชี้แจงในครั้งนี้ก็คือพระมหาไพรวัลย์ และพระมหาสมปอง รวมถึงได้มีตัวแทนสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติมาร่วมประชุมด้วย จากการประชุมกว่า 1.30 ชั่วโมง ได้มีแนวทางเพื่อให้เป็นทางออกต่อทุกฝ่ายโดยมีข้อเสนอให้พระสงฆ์ทั้งสองรูปปฏิบัติคือ

1.ให้ลดปริมาณของความตลกขบขันลง เพื่อให้เหมาะกับความเป็นสมณสารูป
2.ให้งดการโฆษณาทุกรูปแบบที่อาจมีเงินค่าโฆษณา
3.การเผยแพร่ธรรมะทาง Online ถือสิ่งดีควรสนับสนุน

นายเพชรวรรต กล่าวต่อว่า สำหรับการลดการตลกขบขันในเบื้องต้น ได้เสนอให้แบ่งสัดส่วนให้มีเนื้อหาขบขันลดลงให้เหลือ 30% และเนื้อหาธรรมะ 70% แต่พระมหาสมปองได้ขอว่า ในช่วงแรกขอให้แบ่งสัดส่วนเป็น 50:50 % ก่อน เพราะมีโยมที่เข้ามาฟังไลฟ์ส่วนมากเป็นวัยรุ่นซึ่งการเน้นเนื้อหาธรรมะมากไปบางครั้งจะเพิ่มความตึงเครียดจนเกินไปและจะปรับปริมาณธรรมะเพิ่มในภายหลัง ด้วยว่าในภาวะนี้ประชาชนมีความเครียดในปัญหาโควิดก็จะเป็นการผ่อนคลายจากวิกฤตความซึมเศร้า ความทุกข์ใจต่างๆ ไปได้บ้าง ส่วนการโฆษณาสินค้าไม่ควรหารายได้จากการโฆษณาไม่ว่ากรณีใดๆ แต่หากมีการประชาสัมพันธ์ที่ไม่แสวงหารายได้นั้นทำได้ เพื่อช่วยเหลือประชาชนยามที่ค้าขายลำบาก สำหรับการบอกบุญเพื่อนำมาเป็นทุนในการเผยแผ่ธรรมะก็ขอให้เหมาะสม และส่วนที่สามคือ ให้ช่วยกระจายและช่วยสนับสนุนให้พระสงฆ์ท่านอื่นๆ ทั่วโลกได้มีโอกาสเรียนรู้ การเผยแผ่ทางออนไลน์ ถือเป็นสิ่งสำคัญที่จะนำธรรมะของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าไปถึงกับประชาชนที่ขณะนี้ไร้ที่พึ่ง ทำให้เปิดช่องให้ทำผิดศีลผิดธรรม ก่อให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมามากมาย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาคอร์รัปชัน ปัญหายาเสพติด ปัญหาการพนัน ปัญหามีบุตรก่อนวัยอันควร จนส่งผลถึงปัญหาคนล้นคุก

“การเผยแผ่ธรรมะที่ทำให้มีผู้รับฟังธรรม พร้อมกันถึง 2 แสนคนถือเป็นมิติใหม่ หากต้องใช้งบของรัฐบาลเพื่อที่จะนำประชาชนมานั่งฟังธรรมพร้อมกันในจำนวนมากถึงขนาดนี้รัฐอาจต้องใช้งบประมาณมาก หากรัฐเข้าไปให้การช่วยเหลือและสนับสนุน โดยวางกรอบให้ดี ทั้งในแง่ของเส้นที่ขีดว่าจะเกินขอบเขตสมณสารูปกับเส้นที่ขีดที่จะสร้างความเบิกบานให้กับผู้ฟังให้ชัดเจน สิ่งนี้จะก่อให้เกิดปรากฏการณ์ใหม่ในสังคมไทย ส่วนตัวหากพระสงฆ์ทั่วประเทศและทั่วโลกช่วยกันเผยแผ่ คิดว่าจะสร้างคนดีให้เกิดในสังคมเพิ่มอีกจำนวนมาก สำหรับกรอบอำนาจหน้าที่ของ กมธ. ที่จะมาชี้ว่าพระสงฆ์ทั้งสองถูกผิดหรือไม่นั้นไม่ใช่อำนาจหน้าที่ของ กมธ. แต่จะเป็นอำนาจของเจ้าคณะปกครองสงฆ์ที่มีรูปแบบอยู่แล้ว ส่วนข้อมูลนี้จะเป็นประโยชน์ในการเขียนกฎหมาย ที่ทางกมธ. จะดำเนินการต่อไป”นายเพชรวรรต กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon