พณ.ดัน 38 สินค้าแบรนด์ไทย เจาะตลาดค้าออนไลน์ระดับโลก

นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า จากนโยบายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ด้านการส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ สร้างมูลค่าเพิ่มนำรายได้เข้าประเทศ โดยเน้นภารกิจเซลล์แมนประเทศไทยขับเคลื่อนตามนโยบายเปิดตลาดสินค้าไทยไปทั่วโลกทั้ง 58 สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ นั้น สำนักส่งเสริมนวัตกรรมและสร้างมูลค่าเพิ่มเพื่อการค้า กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ นโยบายข้อที่ 7 ของรองนายกรัฐมนตรีจุรินทร์ ให้พัฒนาศักยภาพให้ทางการตลาดให้กับภาคการผลิตฐานราก SMEs และ Micro SMEs ใช้กลยุทธ์ Local to Global หนุน micro SMEs และนักออกแบบสายคราฟต์ดันสินค้าไทยเข้าแพลตฟอร์มระดับโลก Meisterstrasse เจาะตลาดยุโรปเป็น 1 ในแผนงานกระทรวงพาณิชย์ปี 2564 ให้ความสำคัญกับการสร้างโอกาสทางการค้าในรูปแบบใหม่ให้แก่ผู้ประกอบการไทย โดยเฉพาะอย่างยิ่งกลุ่ม Micro Smes ในภูมิภาคตามนโยบาย Local to Global ให้ได้รับโอกาสทางการค้าผ่านแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ที่มีศักยภาพในระดับโลก

นางสาวอรนุช ผดุงวิถี ผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย รายงานว่าได้ผลักดันสินค้าแบรนด์ไทย 38 รายร่วมแพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ Meisterstrasse เพื่อประกาศศักยภาพสินค้าไทยในเวทีโลก สร้างความเชื่อมั่นในศักยภาพและความพร้อมของผู้ประกอบการไทย รวมถึงคุณภาพและมาตรฐานการออกแบบของสินค้าไทยผ่านรางวัลสินค้าไทยที่มีการออกแบบดี Design Excellence Award หรือรางวัล DEmark จัดภายใต้แนวคิด T-STYLE : Thai Spirit แคมเปญประชาสัมพันธ์ส่งเสริมภาพลักษณ์ประเทศ หรือ Country Brand โดย meisterstrasse.com เป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ที่คัดสรรผู้ผลิตงานฝีมือและผลิตภัณฑ์จากท้องถิ่นที่มีความโดดเด่นจากประเทศออสเตรียและประเทศเครือข่ายในยุโรปและทั่วโลก ดำเนินการมาแล้ว 20 ปี ปัจจุบันมีผู้ประกอบการในเครือข่ายกว่า 6,000 ราย มีฐานลูกค้ากว่า 4.4 ล้านบัญชี

ตลาดเป้าหมายของ Meisterstrasse ได้แก่ เยอรมนี ออสเตรีย สหรัฐ สหราชอาณาจักร ฝรั่งเศส เนเธอร์แลนด์ อิตาลี และสวิตเซอร์แลนด์ นอกจากนี้ Meisterstrasse ยังร่วมมือกับญี่ปุ่น ซึ่งประโยชน์ที่ได้จากการเข้าร่วมแพลตฟอร์มนี้จะช่วยเพิ่มโอกาสทางการค้าให้แก่ผู้ประกอบการไทย ร่วมถึงสร้างการยอมรับสินค้าจากประเทศไทยในระดับสากล กระทรวงพาณิชย์นำผู้ประกอบการ 38 รายจากกรุงเทพ เชียงใหม่ เชียงราย เพชรบุรี ชลบุรี ฉะเชิงเทรา อยุธยา เป็นส่วนหนึ่งที่ได้รับคัดเลือกเข้าร่วมโครงการนี้ ได้แก่ Thaniya ,Mobella ,HOMRAK ,moonler ,DEESAWAT ,labrador ,i-spa ,5ive sis ,PASAYA ,SUMPHAT , AYODHYA ,kenkoon ,PiN ,TRIMODE C ,KORAKOT ,MHOE ,ETHNICA ,DOTS OBJECT ,ARMA ,everyday , GALVANII , Sculpture ,Jarit ,Stories of Silver & Silk ,VASA, Qualy Design ,ANGO ,MASAYA, Silom , SRINLIM ,Lamunlamai. Craftstudio, Mirror Mirror Brand, Cyme Jewellery, Doitung ,103PAPER SHOP,BaanchaaN ,ARTWORKS และ carpenter

“ โอกาสของผู้ประกอบการรายใหม่ ภาคการผลิตฐานราก SMEs และ Micro SMEs มีอยู่บนอากาศบนโลกออนไลน์ ที่แต่ละประเทศความนิยมแพลตฟอร์มที่แตกต่างกัน ซึ่งแพลตฟอร์มที่มีแสนยานุภาพ จะสนับสนุนให้ผู้ประกอบการประสบความสำเร็จเร็วที่สุด และดึงรายได้เข้าประเทศ “นางสาวอรนุช กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ม.ราชภัฏเชียงใหม่ จัดการประชุมวิชาการ “การขับเคลื่อนพหุวิทยาการด้านมนุษยศาสตร์ และสังคมศาสตร์เพื่อการพัฒนาอย่างยั่งยืน” ระดับชาติ ครั้งที่ 1
บทความถัดไปมดดำ คชาภา ไลฟ์ขอโทษ ‘นิชคุณ-แบมแบม’ พร้อมครอบครัวและแฟนคลับ ปมเทียบ ลิซ่า