“เอเวอร์แกรนด์” ยักษ์อสังหาฯจีน ลำบากหนักหนี้ท่วม สะพัดล้มละลาย

REUTERS/Bobby Yip/File Photo/File Photo

“เอเวอร์แกรนด์” ยักษ์อสังหาฯจีน ลำบากหนัก แจ้งตลาดฯ ไม่รับประกันว่าจะหาเงินใช้หนี้ได้หรือไม่

สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 14 กันยายนนี้ว่า บริษัทเอเวอร์แกรนด์ ยักษ์ใหญ่ในแวดวงอสังหาริมทรัพย์ของจีน ที่กำลังประสบปัญหาหนี้สินท่วมหัวมากกว่า 300,000 ล้านดอลลาร์ ยอมรับว่า กำลังตกอยู่ภายใต้แรงกดดันอย่างหนักอย่างที่ไม่เคยเผชิญมาก่อน แม้จะยืนยันว่าจะไม่ยอมล้มละลายก็ตาม

รายงานข่าวระบุว่า เอเวอร์แกรนด์ ได้ทำหนังสือชี้แจงต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกง ที่บริษัทจดทะเบียนไว้ ระบุว่า ได้ว่าจ้างบริษัทที่ปรึกษาทางการเงิน เพื่อตรวจสอบหา “ทางออกที่เป็นไปได้ทุกอย่าง” ในอันที่จะผ่อนปรนปัญหาสภาพคล่องของบริษัท แต่ในเวลาเดียวกันก็เตือนไว้ด้วยว่า ไม่มีอะไรเป็นหลักประกันได้ว่า เอเวอร์แกรนด์ จะสามารถหาเงินสดมาชำระหนี้ที่ถึงกำหนดได้ตามพันธะที่มีอยู่ในเวลานี้

ความเคลื่อนไหวดังกล่าวมีขึ้นหลังจากที่เมื่อวันที่ 13 กันยายนที่ผ่านมา บรรดานักลงทุนชาวจีนที่พากันลงทุนในบริษัท รวมตัวกันบริเวณหน้าที่ทำการเอเวอร์แกรนด์ ในนครเสิ่นเจิ้น เพื่อประท้วงการบริหารของบริษัท หลังจากที่ฟิตช์ และ มูดีส์ 2 บริษัทจัดอันดับความน่าเชื่อถือ ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อของเอเวอร์แกรนด์ลง ท่ามกลางข่าวลือสะพัดว่า เอเวอร์แกรนด์ อาจล้มละลายหากไม่สามารถหาเงินมาชำระดอกเบี้ยเงินกู้ให้กับธนาคาร 2 แห่งได้ในวันที่ 21 กันยายนนี้

ราคาหุ้นของเอเวอร์แกรนด์ร่วงลงอีก 9 เปอร์เซ็นต์ในวันเดียวกันนี้ ทำให้นับตั้งแต่ต้นปีเรื่อยมาราคาหุ้นของบริษัทลดลงแล้วเกือบ 80 เปอร์เซ็นต์ จนต่ำกว่าราคาพาร์เมื่อจดทะเบียนเข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในปี 2009 แล้วอีกด้วย

เอเวอร์แกรนด์ ก่อตั้งเมื่อปี 1996 และอาศัยกระแสอสังหาริมทรัพย์บูมในจีนขยายตัวอย่างรวดเร็ว จนเมื่อปี 2018 กลายเป็นบริษัทอสังหาริมทรัพย์ที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ นาย สวี่ เจียยิ่น ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลายเป็น 1 ใน 3 บุคคลที่ร่ำรวยที่สุดในจีน บริษัทอาศัยเงินกู้ขยายกิจการอย่างรวดเร็ว ไปลงทุนในกิจการอีกสารพัด ตั้งแต่ น้ำแร่ เรื่อยไปจนถึง สโมสรฟุตบอลอาชีพ กว่างโจว เอเวอร์แกรนด์ ก่อนเจอปัญหารัฐบาลจีนเข้มงวดเงินกู้ และ ตลาดอสังหาริมทรัพย์ซบเซา ความต้องการลด ขายไม่ออก แม้จะพยายามลดราคาลงอย่างถึงที่สุดแล้วก็ตาม

บริษัทวิจัยการตลาด แคปิตอล อีโคโนมิคส์ ระบุว่า ในเวลานี้ เอเวอร์แกรนด์ มีอสังหาริมทรัพย์ที่มีพันธะต้องสร้างให้แล้วเสร็จอีกราว 1.4 ล้านหน่วย คิดเป็นมูลค่าราว 200,000 ล้านดอลลาร์ ทำให้วิตกกันว่า หากเอเวอร์แกรนด์ต้องล้มละลาย จะส่งผลกระทบต่อภาคอสังหาฯทั้งหมด รวมไปถึงธนาคารและนักลงทุนอีกด้วย

“การล้มละลายของเอเวอร์แกรนด์ จะกลายเป็นบททดสอบต่อระบบการเงินของจีนครั้งใหญ่ที่สุดในรอบหลายปี” มาร์ค วิลเลียมส์ หัวหน้าคณะนักเศรษฐศาสตร์ประจำภูมิภาคเอเชียของ แคปิตอล อีโคโนมิคส์ระบุ โดยชี้ว่า ตอนนี้ตลาดยังไม่วิตกว่าจะส่งผลกระทบทางการเงินต่อเศรษฐกิจโดยรวม แต่สภาพดังกล่าวจะเปลี่ยนไปในกรณีที่เอเวอร์แกรนด์ผิดนัดชำระหนี้ก้อนใหญ่ขึ้นจริง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ด่วน! ‘ประเสริฐ’ ลาออกรองเลขาฯสกสค. อ้างปัญหาสุขภาพ
บทความถัดไปซัมซุง เดินหน้าปั้นสมาร์ทโฟนหน้าจอพับได้ สู่กระแสหลัก หลังไทยและทั่วโลกตอบรับ Galaxy Z Series ท่วมท้น