เดินหน้าชน : สนิมเรือเหล็ก

หลายคนคงสงสัยว่า จากนี้ไปรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา จะเดินหน้าต่อไปได้จนถึงครบวาระอีกประมาณปีกว่า ได้อย่างที่พร่ำบอกตลอดมาหรือไม่

เพราะสถานการณ์การเมืองนับจากนี้ไปถือว่าสุ่มเสี่ยงจะเกิดการเปลี่ยนแปลงได้ในหลายเรื่อง เป็นสถานการณ์อันร้อนระอุ

เหตุการณ์ปลด ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า ออกจาก รมช.เกษตรและสหกรณ์ และ นางนฤมล ภิญโญสินวัฒน์ ออกจาก รมช.แรงงาน ทำให้เห็นถึงความปริร้าวของกลุ่ม 3 ป.

ความจริงหากมองลึกๆ เรื่องนี้ถือว่าเป็นความเคลื่อนไหวทางการเมืองเป็นปกติ หากภาคการเมืองมีที่มาแบบปกติ

ถ้านายกรัฐมนตรีมาจากการเลือกตั้ง มาจากประชาชน มาจากผู้แทนประชาชนหรือ ส.ส. อย่างแท้จริง

ย่อมจะต้องให้ความสำคัญกับประชาชนและผู้แทนประชาชนมากกว่านี้

ไม่ใช่ปล่อยให้เป็นเรื่องของพรรคการเมือง ปล่อยให้เป็นเรื่องของสภา

ที่ผ่านมานายกรัฐมนตรีออกพบปะประชาชนน้อยมาก หากเทียบกับรัฐบาลก่อนๆ ที่มีที่มาจากการเลือกตั้งอย่างแท้จริง

นายกฯเพิ่งจะมายอมออกพบปะประชาชน ตรวจดูงานในช่วงวันหยุดเมื่อไม่กี่วันมานี้

ก่อนหน้านี้ วันเสาร์ อาทิตย์ นายกฯแทบไม่เคยออกไปตรวจงานมานานเต็มที

ทำให้บรรดารัฐมนตรีแต่ละกระทรวงก็พลอยฝืดไปตามๆ กันเมื่อหัวส่ายหางก็กระดิก

นายกรัฐมนตรีอาจคิดว่าตัวเองมาจากเสียงของ 250 ส.ว. มาจากรัฐธรรมนูญที่ออกแบบมาเพื่อการนี้โดยเฉพาะ

ทำให้นายกรัฐมนตรีออกอาการห่างเหิน ไม่เห็นหัว ส.ส. จึงทำให้เกิดเรื่องขึ้นมา

อย่าลืมว่าในแง่งานการเมือง ร.อ.ธรรมนัสเป็นเลขาธิการพรรคพลังประชารัฐ (พปชร.) โดยมีอาจารย์แหม่ม นางนฤมล เป็นเหรัญญิกพรรค เป็นคนคุมเงิน มี พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี เป็นหัวหน้าพรรค

ดังนั้น ร.อ.ธรรมนัส ต้องรับผิดชอบเรื่องราวต่างๆ มากมายภายในพรรค

ต้องควักเงินค่าใช้จ่ายต่างๆ จนกระเป๋าดำ แต่พอถึงคราวจะขอความช่วยเหลือจากกระทรวงต่างๆ ในโควต้าต่างๆ ของ พล.อ.ประยุทธ์

โดยเฉพาะกระทรวงมหาดไทย แต่กลับไม่มีเสียงตอบรับ ทั้งที่ พปชร.จะต้องเตรียมตัวสู้ศึกเลือกตั้งครั้งหน้าในระยะเวลาอีกไม่นาน

ถ้าไม่ได้รับความร่วมมือจากหน่วยงานต่างๆ เลือกตั้งครั้งต่อไป พปชร.เหนื่อยแน่นอน

ดังนั้น ตอนนี้จึงต้องพยายามตุนเสบียงกรังและผลงานให้ได้มากที่สุดในช่วงที่กำลังทำได้

แต่ในเมื่อ พล.อ.ประยุทธ์ไม่ตอบรับ ในเรื่องปรับ ครม. หาตำแหน่งรัฐมนตรีให้กลุ่ม ร.อ.ธรรมนัส

จึงต้องเล่นเกมแตกหัก ใช้เสียง ส.ส.ในสภาดิสเครดิต พล.อ.ประยุทธ์ คะแนนการอภิปรายไม่ไว้วางใจครั้งที่ผ่านมาพล.อ.ประยุทธ์จึงค่อนข้างขี้เหร่

แต่ก็ผ่านมาได้พร้อมกับคำพูดที่ พล.อ.ประยุทธ์บอกนักข่าวพร้อมชูกำปั้นให้ดูว่า หัวใจผมใหญ่แค่นี้ บ่งบอกถึงความคับแค้นใจอยู่ไม่น้อย

แม้ว่า พล.อ.ประวิตรจะสวมบทกาวใจเรียก ร.อ.ธรรมนัสเข้าบ้านป่ารอยต่อของ พล.อ.ประวิตร เพื่อให้ขอโทษบิ๊กตู่ แต่ไม่จบ

พล.อ.ประยุทธ์มองว่าเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นการสั่นคลอนความมั่นคงของรัฐบาล จึงต้องเดินหน้าเชือด ร.อ.ธรรมนัส

แต่ที่สำคัญดันไปเชือดอาจารย์แหม่มคนทำงานใกล้ชิด ถึงขั้นคอยเปิดปิดประตูให้ พล.อ.ประวิตรอย่างสม่ำเสมอด้วย

งานนี้จึงถึงขั้นมีเสียงบ่นน้อยใจออกมาจากทาง พล.อ.ประวิตร

คอยดูว่างานนี้บิ๊กตู่จะเคลียร์กับพี่ใหญ่อย่างบิ๊กป้อมอย่างไร เพื่อให้รัฐบาลไปต่อได้

และไม่ให้เกิดผลกระทบกับงานการเมืองเรื่องสภา เพราะกลุ่ม ร.อ.ธรรมนัสถือว่ามีบทบาทสำคัญใน พปชร.

ยิ่งมีข่าวว่ามีการคุยกันกับฝั่งพรรคเพื่อไทย และ นายทักษิณ ชินวัตร ด้วยแล้ว

จากนี้ไป อย่าว่าแต่ถ้ามีกฎหมายเกี่ยวกับการเงินเข้าสภาแล้วบิ๊กตู่จะเสียววาบทุกครั้ง เพราะถ้ากฎหมายไม่ผ่าน รัฐบาลก็ไปยกชุด

เอาแค่การประชุมสภาแต่ละวัน แต่ละสัปดาห์ ถ้าสภายังเปิดอยู่ รับรองได้ว่านายกรัฐมนตรีอยู่ไม่สุขแน่นอน

และยิ่ง ร.อ.ธรรมนัสเป็นมือทำงานคนสำคัญ เป็นคีย์แมน พปชร. เมื่อเจอ พล.อ.ประยุทธ์เล่นแรงแบบนี้ เกมยาวแน่นอน

สถานการณ์อึมครึมแบบนี้ จะยิ่งเขม็งเกลียวแน่นขึ้นทุกขณะ เมื่อเผชิญปัจจัยแวดล้อม ทั้งเรื่องการเมือง เศรษฐกิจ สังคม

พล.อ.ประยุทธ์จะถูลู่ถูกังล่องเรือแป๊ะ และกลายมาเป็นเรือเหล็ก อย่างที่ นายวิษณุ เครืองาม รองนายกฯ เปรียบเปรยไว้ ไปตลอดรอดฝั่งหรือไม่

ในเมื่อตอนนี้เริ่มเห็นร่องรอยสนิมเกิดขึ้นที่เรือเหล็กลำนี้แล้วถ้าไม่รีบ ปรับ ครม. หรือยุบสภา

ลูกพรรค พปชร.เตรียมสละเรือได้เลย

สุรพล สุประดิษฐ์ ณ อยุธยา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เปิดไทม์ไลน์โอนเงินเยียวยารอบที่ 2 ให้ผู้ประกันตนใน ม.33 ม.39 ม.40
บทความถัดไปตำรวจจ่อออกหมายเรียกคนในวงบ้านแชร์ออมเงิน 3 ราย หลังพบเส้นทางการเงินโกงแชร์เด็ก17 ปีชิงทอง