‘เบริล 8 พลัส’ ขยายฐานลูกค้าให้บริการ ‘เคอรี่ เอ็กซ์เพรส’ นำซอฟต์แวร์ Salesforce ช่วยจัดการระบบหลังบ้าน

นายอภิเษก เทวินทรภักติ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เบริล 8 พลัส จำกัด (มหาชน) บริษัทเปิดเผยว่า บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด ได้ใช้บริการของบริษัท เพื่อต้องการพัฒนาระบบการให้บริการลูกค้าเพื่อเพิ่มคุณภาพในการให้บริการในทุกมิติ ทั้งความรวดเร็ว, ความถูกต้อง และความสามารถในการติดต่อกับลูกค้าได้ในทุกช่องทางแบบ OMNI-Channel

โดยบริษัทได้นำความเชี่ยวชาญและซอฟต์แวร์ Salesforce เข้ามาเพิ่มศักยภาพการจัดการระบบและเชื่อมโยงข้อมูลลูกค้าในแพลตฟอร์มต่างๆ และสามารถนำข้อมูลมาวิเคราะห์และใช้งานได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ

คุณเดฟ หลิว ผู้อำนวยการสายงานปฏิบัติการงานพัฒนาธุรกิจการค้า บริษัท เคอรี่ เอ็กซ์เพรส (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ KEX ผู้นำด้านธุรกิจจัดส่งพัสดุด่วนทั่วไทย กล่าวว่า จากการเติบโตของธุรกิจอีคอมเมิร์ซ และโซเชียลคอมเมิร์ซ ที่สูงขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลให้ความต้องการใช้บริการจัดส่งพัสดุด่วนเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว ประกอบกับข้อจำกัดในการเดินทางจากการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ และเคอร์ฟิว จากสถานการณ์การแพร่ระบาดขไวรัสโควิด-19 ที่รุนแรงขึ้น ส่งผลให้ผู้บริโภคหันมาใช้บริการต่างๆ ผ่านช่องทางออนไลน์กันมากขึ้น ทั้งในด้านการซื้อ-ขาย รวมถึงการค้นหาข้อมูลบริการต่างๆ ทำให้ปัจจุบันออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลักในการใช้บริการของลูกค้า รวมถึงเป็นช่องทางสำคัญของธุรกิจในการให้บริการ และสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ซึ่งต้องมุ่งมั่นพัฒนาให้สามารถตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้สูงสุด

“ลูกค้าย่อมต้องการบริการที่รวดเร็วและแม่นยำ บริษัทฯ จึงมองหาโซลูชั่นจากผู้ให้บริการที่สามารถเพิ่มคุณภาพและความรวดเร็วในการให้บริการแก่ลูกค้า รวมถึงพัฒนาระบบต่างๆ ให้สามารถรองรับการเติบโตในอนาคต เพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างยั่งยืน”

สำหรับ เบริล 8 พลัส ได้เข้ามาเป็นที่ปรึกษาในการนำเทคโนโลยีด้านซอฟต์แวร์ที่สามารถเชื่อมกับระบบอื่นๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพเข้ามาปรับใช้ เพื่อเพิ่มศักยภาพการให้บริการแก่ลูกค้า ตอบสนองวิสัยทัศน์ของเคอรี่ เอ็กซ์เพรส ที่จะพัฒนาเทคโนโลยีด้านดิจิทัลไปสู่การขายและการทำตลาด รวมถึงบรรลุวัตถุประสงค์ต่างๆ ได้แก่

1.วิเคราะห์และพัฒนาระบบการให้บริการลูกค้าเพื่อตอบสนองต่อความต้องการในงานบริการของลูกค้าและตัวแทนในด้านความรวดเร็ว, ความถูกต้องและต่อเนื่องของข้อมูลที่มาจากหลากหลายระบบ, และช่องทางการติดต่อที่เพิ่มมากขึ้นแบบ OMNI-Channel เพื่อให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายบริการลูกค้าสามารถทำงานมีประสิทธิภาพเพื่อที่จะรักษาระดับความพึงพอใจในและทัศนคติที่ดีต่อแบรนด์ของลูกค้าไว้ได้

2.เพิ่มศักยภาพของแบรนด์ในการรับฟังความคิดเห็นของลูกค้าที่มีต่อบริษัทฝ่านทางสื่อออนไลน์จากหลากหลายแพลตฟอร์ม (Social Listening) โดยเจ้าหน้าที่สามารถตอบกลับหรือให้คำปรึกษาปัญหาที่เกิดขึ้นได้อย่างรวดเร็วและสามารถติดตามผลได้อย่างมีประสิทธิภาพ

3.สร้างช่องทางสื่อสารและติดต่อกับบริษัทฯผ่านทางเครือข่ายชุมชนของลูกค้าขนาดกลางและขนาดใหญ่ (Customer Community Portal) ที่จะทำให้ดูแลและรักษาฐานลูกค้ากลุ่มนี้ได้อย่างเหมาะสมและครบถ้วน

และ 4.พัฒนาแพลตฟอร์มที่สามารถรองรับการเติบโตทั้งในด้านปริมาณลูกค้าและความหลากหลายของบริการรวมถึงสนับสนุนวิสัยทัศน์ของบริษัทในอนาคต

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ซาร่า แชร์ไอเดีย วิธีรับมือเมื่อลูกวัย 7 ขวบมีความอยากได้
บทความถัดไปล้วงลึกความสำเร็จของ ‘บ้านนี้มีรัก ฟาร์มสุขสำราญ’ เกษตรกรไร้หนี้ มีโบนัส ใช้เน็ตทำกิน