บิ๊ก”ไอเอ็มเอฟ” ปฏิเสธกดดันผู้จัดทำรายงาน “ธนาคารโลก” ให้แก้ไขข้อมูลเพื่อเอาใจจีน

Kristalina Georgieva (Photo by Ludovic MARIN / POOL / AFP)

บิ๊ก”ไอเอ็มเอฟ” ปฏิเสธกดดันผู้จัดทำรายงาน “ธนาคารโลก” ให้แก้ไขข้อมูลเพื่อเอาใจจีน

เอเอฟพีรายงานเมื่อวันที่ 17 กันยายนนี้ว่า นางคริสตัลลีนา จอร์จีวา กรรมการผู้จัดการกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (ไอเอ็มเอฟ) ออกมาปฏิเสธเมื่อวันที่ 16 กันยายนนี้ต่อผลการสอบสวนอิสระที่ระบุว่า ระหว่างที่นางจอร์จีวา ดำรงตำแหน่งผู้บริหารใน ธนาคารโลก (เวิร์ลด์แบงก์) ได้กดดันให้เจ้าหน้าที่ปรับแต่งรายงานการจัดอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของประเทศต่างๆ ในส่วนของประเทศจีนให้อยู่ในอันดับที่ดีขึ้น เพื่อเอาใจรัฐบาลจีน

ถ้อยแถลงของนางจอร์จีวา ชาวบัลแกเรีย ซึ่งเคยดำรงตำแหน่งเป็นประธานเจ้าหน้าที่บริหาร (ซีอีโอ) ของธนาคารโลก ภายใต้การทำหน้าที่ประธานธนาคารโลกของนาย จิม ยอง คิม ชาวอเมริกันเชื้อสายเกาหลีใต้ (ทำหน้าที่ระหว่างปี 2012-2019) ระบุว่า นางจอร์จีวา ไม่เห็นด้วยกับการค้นพบและการตีความสิ่งที่ค้นพบอันเนื่องมาจากการสอบสวนความผิดปกติของข้อมูลของธนาคารโลก ซึ่งเกี่ยวเนื่องกับบทบาทของตน ในการจัดทำ อันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของธนาคารโลก เมื่อปี 2018

นางจอร์จีวา ยังเปิดเผยด้วยว่า ตนได้บรรยายสรุปสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อคณะกรรมการบริหารของไอเอ็มเอฟ เกี่ยวเนื่องกับกรณีนี้ไปแล้ว โดยคณะกรรมการบริหารฯกำหนดจะหารือประเด็นนี้ต่อไป แต่ยังไม่มีความชัดเจนว่าจะเป็นเมื่อใด

การสอบสวนกรณีดังกล่าว ทางธนาคารโลก ได้มอบหมายให้ สำนักงานกฎหมาย วิลเมอร์เฮล เป็นผู้ดำเนินการสอบสวนโดยเป็นอิสระจากธนาคารโลก ที่ได้ผลสรุปรายงานว่า นาย จิม ยอง คิม ผู้ทำหน้าที่ประธาน และนาง จอร์จีวา ผู้ทำหน้าที่ซีอีโอของธนาคารโลกในเวลานั้น เข้าไปกดดันให้ผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบในการจัดทำดัชนีดังกล่าว เปลี่ยนแปลงข้อมูล เพื่อให้อันดับของประเทศจีนดีขึ้่น โดยทั้งนายคิม และนางจอร์จีวา ได้เรียกประชุมเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้องแล้วขอให้ปรับเปลี่ยนกรรมวิธีในการจัดอันดับของจีน ซึ่งส่งผลให้อันดับของจีนในปี 2018 ดีขึ้นถึง 7 อันดับ

เอเอฟพี ตั้งข้อสังเกตุว่า ระหว่างที่นายคิม ดำรงตำแหน่งประธานธนาคารโลกนั้น ได้ชื่อว่าเป็นผู้ประสบความสำเร็จสูงสุด ในการระดมทุนจนทำให้ธนาคารโลกมีเงินทุนเพิ่มขึ้นถึง 13,000 ล้านดอลลาร์

รายงานข่าวระบุว่า ธนาคารโลกเผยแพร่บทสรุปของรายงานผลการสอบสวนอิสระดังกล่าวออกมา พร้อมกับสั่งการให้ยุติการจัดทำอันดับความยากง่ายในการทำธุรกิจของธนาคารโลกพร้อมกันไปด้วย

ทางด้านกระทรวงการคลังสหรัฐอเมริกา แถลงในวันเดียวกันว่า ผลการสอบสวนดังกล่าวมีความสำคัญอย่างยิ่ง ทางการสหรัฐอเมริกากำลังวิเคราะห์ผลการสอบสวนโดยละเอียดนี้อยู่ในเวลานี้ เพราะถือว่า สถาบันการเงินระหว่างประเทศ จำเป็นต้องมีความรับผิดชอบในอันที่ดำเนินงานอย่างซื่อสัตย์ตลอดเวลา

นายจัสติน แซนเดเฟอร์ นักวิชาการจากศูนย์เพื่อพัฒนาการโลก (ซีจีดี) องค์กรวิชาการอิสระที่ให้ความสนใจเกี่ยวกับกรรมวิธีการจัดทำดัชนีความยากง่ายในการทำธุรกิจของธนาคารโลกมานาน ระบุว่า จำเป็นต้องให้ความเป็นธรรมบฟังข้อมูลจากนางจอร์จีวาอีกทางหนึ่งด้วย อย่างไรก็ตาม โดยส่วนตัวแล้วเห็นว่า กรณีที่เกิดขึ้นส่งผลกระทบอย่างร้ายแรงต่อความน่าเชื่อถือของไอเอ็มเอฟ เพราะกรรมการผู้จัดการฯถูกกล่าวหาว่าบิดเบือนข้อมูล ซึ่งถือว่าเป็นข้อหาร้ายแรงอย่างยิ่ง

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รพ.ตราด ผ่าคลอดช่วยเหลือหญิงตั้งครรภ์ติดเชื้อโควิด 2 รายในวันเดียว
บทความถัดไปทีเซลส์ ผนึก กองทุนส่งเสริมฯ ตลาดทุน ยกระดับผู้ประกอบการด้านการแพทย์-สุขภาพ