แพทย์ระบุหนุ่มกู้ภัยดับหลังบูสต์เข็ม 3 เพราะระบบหมุนเวียนโลหิตล้มเหลว

เมื่อวันที่ 18 กันยายน ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้า นายประสงค์ บุญเขียน วัย 40 ปี หรือนายกานต์ อาสากู้ภัยมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ ราชบุรี เสียชีวิตภายในห้องนอน บ้านเลขที่ 21/1 หมู่ 4 ต.เจดีย์หัก อ.เมือง จ.ราชบุรี ภายหลังรับการฉีดวัคซีนเข็ม 3 มาเพียงครึ่งวัน โดยทางญาติตั้งบำเพ็ญกุศลที่บ้าน บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าครอบครัวและญาติพร้อมเพื่อนร่วมงานและเพื่อนอาสาสมัครมูลนิธิปฐมบรมราชานุสรณ์ราชบุรี ร่วมกันรดน้ำศพ มีนายสมควร บุญเขียน วัย 43 ปี พี่ชายผู้เสียชีวิตนั่งอยู่ข้างๆ ส่วนนางน้อย มารดา ญาติๆ ต่างมาคอยเฝ้าดูอย่างใกล้ชิด เนื่องจากนางน้อยอยู่ในอาการเสียใจร้องไห้ พร้อมทั้งเรียกชื่อลูกชายตลอดเวลา

นายประเสริฐ บุญเขียน วัย 64 ปี พ่อผู้เสียชีวิต กล่าวว่า ทางครอบครัวยังทำใจไม่ได้ เพราะทุกอย่างถือว่าเร็วไปหมด ไม่คิดว่าจะมาจากไปเร็วขนาดนี้ ปกติลูกชายเป็นคนร่างกายแข็งแรง มีสุขภาพดี ไม่ค่อยเจ็บป่วย และยังเป็นที่รักของคนในครอบครัว ตลอดจนเพื่อนบ้าน เมื่อวานหลังจากกลับจากฉีดวัคซีนยังมาคุยกับแม่ว่าไปฉีดวัคซีนเข็ม 3 มาแล้ว ไม่เป็นอะไร จากนั้นลูกชายก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปที่บ้านเพื่อนที่อยู่ในซอย กลับมาบ้านอีกทีก็ประมาณ 5 ทุ่มครึ่ง ก็ยังไม่เห็นมีอาการหรือสัญญาณบ่งบอกอะไร ตนก็นอนอยู่ที่โต๊ะหน้าบ้าน เห็นพี่ชายเขาบอกว่าน้องชายกลับมาหิวข้าวและยกข้าวเข้าไปกินในห้องและเปิดไฟนั่งดูทีวีไปก็ยังมีอาการปกติทั่วไป พอเวลาประมาณ 01.00 น. แม่ลงมาเข้าห้องน้ำได้ยินเสียงลูกชายเหมือนพูดกับตนเองว่า “เฮ้อกูตายแน่” แม่ก็คิดว่าลูกละเมอ จากนั้นเวลาประมาณ 02.30 น. แม่เดินผ่านจะเข้าห้องน้ำ เห็นลูกชายยังไม่นอนเปิดไฟเปิดทีวีไว้จึงเปิดประตูเข้าไปดูก็พบว่าลูกชายเสียชีวิตแล้ว ส่วนผลการชันสูตรสาเหตุการเสียชีวิต นายประเสริฐกล่าวว่า หลังจากที่แพทย์ผ่าตรวจพิสูจน์แล้วพบว่าหัวใจปกติ มีเส้นเลือดหัวใจตีบเส้นเดียว ไม่พบร่องรอยอื่นๆ แต่พบ “ระบบไหลเวียนโลหิตล้มเหลว” จึงลงความเห็นในใบข้อสันนิษฐานสาเหตุการตายของแพทย์

ด้านนายแพทย์ธนบุญ ประสานนาม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลราชบุรี กล่าวว่า มาเยี่ยมให้กำลังใจและมาประสานเรื่องของการเยียวยาช่วยเหลือ โดยนัดให้ทางญาติของผู้ตายได้นำเอกสารไปขอรับการช่วยเหลือจากสำนักงานหลักประกันสุขภาพในวันอังคารที่จะถึงนี้ ซึ่งไม่ได้เกี่ยวข้องกับผลชันสูตรศพ เพราะถ้าการไปฉีดวัคซีนทุกประเภทภายใน 1-30 วันมีอาการก็จะต้องมีการช่วยเหลือเยียวยาทุกเคส ส่วนเคสที่มีผู้เสียชีวิตหลังฉีดวัคซีนในรายนี้ถือเป็นรายแรกของ จ.ราชบุรี ซึ่งจะต้องดำเนินการช่วยเหลืออยู่แล้ว ส่วนการฉีดวัคซีนนั้นก็จะต้องมีการประเมินความเสี่ยงจากเจ้าหน้าที่ว่าจะต้องเว้นระยะห่างแค่ไหน ถ้าฉีดซิโนแวค 2 เข็ม ก็จะต้องเว้นระยะห่าง 1 เดือนถึงจะฉีดแอสตร้าฯ ส่วนอาการข้างเคียงจะพบได้ในผู้ที่ฉีดวัคซีนทุกชนิด แต่ส่วนใหญ่จะมีผลข้างเคียงน้อย แต่จะหนักที่วัคซีนแอสตร้าฯ เพราะใช้ชิ้นส่วนของตัวไวรัสมาทำเป็นวัคซีน แต่อาการเหล่านี้จะหายภายใน 3 วัน ผลข้างเคียงที่หนักนั้นจะพบน้อยมาก ซึ่งใน จ.ราชบุรี ก็เพิ่งจะพบในรายนี้เป็นรายแรก ซึ่งเห็นใจครอบครัวผู้สูญเสีย แต่อย่างไรก็ดี ต้องรอผลชันสูตรจากแพทย์ก่อนว่าผลออกมาเป็นอย่างไร ไม่ได้เกี่ยวกับเรื่องของการเยียวยา

สำหรับผู้เสียชีวิต รับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 1 เมื่อวันที่ 11 มิถุนายน 2564 วัคซีนซิโนแวค จากนั้นรับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 2 เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม 2564 วัคซีนซิโนแวค และเข้ารับการฉีดวัคซีนเข็มที่ 3 บูสต์เมื่อวันที่ 17 กันยายน 2564 วัคซีนแอสตร้าฯ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชนะแล้ว! ‘ท่าเรือ’ เปิดบ้านอัด ‘ขอนแก่น ยูไนเต็ด’ 2-0 เก็บ 3 แต้มแถมไร้พ่าย 
บทความถัดไปชาวสมุทรสาครโพสต์คลิปขอบคุณ ‘ผู้ว่าฯปู’ แทนการเลี้ยงส่ง ชี้จะอยู่ในใจตลอดไป