ข่าวดี! เอฟทีเอ อาเซียน-ฮ่องกง เพิ่มความร่วมมือทางศก.อีก 5 สาขา จูงใจลงทุนแรงสุด  

นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้รับมอบหมายจาก นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ให้เป็นหัวหน้าผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมหารือรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน – ฮ่องกง ครั้งที่ 5 ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยหารือในประเด็นการติดตามความคืบหน้าการดำเนินการภายใต้ความตกลงเขตการค้าเสรีอาเซียน–ฮ่องกง (AHKFTA) และความตกลงด้านการลงทุนอาเซียน–ฮ่องกง (AHKIA) ซึ่งมีผลบังคับใช้กับทุกภาคีสมาชิกแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ปีนี้

ทั้งนี้ ในการประชุมครั้งนี้ ไทยในฐานะประเทศผู้ประสานงานของกรอบความตกลงการค้าเสรีอาเซียน-ฮ่องกง ได้แจ้งให้ที่ประชุมรับทราบอย่างเป็นทางการว่าความตกลง AHKFTA และ AHKIA มีผลบังคับใช้กับทุกภาคีสมาชิกแล้วเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2564 และขณะนี้ภาคีสมาชิกกำลังเร่งเจรจาหาข้อสรุปในประเด็นที่อยู่ในแผนเจรจาต่อไป เช่น กฎเฉพาะรายสินค้าภายใต้ความตกลง AHKFTA และข้อบทด้านการลงทุน เป็นต้น ซึ่งแสดงให้เห็นความพยายามในการขยายความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจในภูมิภาค

“ตนมั่นใจว่าความตกลงทั้ง 2 ฉบับจะเป็นกลไกสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจในภูมิภาคภายหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด – 19 รวมถึงจะช่วยขยายการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียนกับฮ่องกง เนื่องจากฮ่องกงได้ยกเว้นภาษีนำเข้าสินค้าจากอาเซียนทุกรายการแล้ว ขณะที่ในด้านการค้าบริการนั้น ฮ่องกงเปิดตลาดให้อาเซียนมากกว่าที่ผูกพันภายใต้ WTO และได้เปิดตลาดให้ไทยตามที่เรียกร้อง เช่น บริการด้านการผลิตเนื้อหารายการแก่ผู้ประกอบการวิทยุกระจายเสียงและโทรทัศน์ ซึ่งเป็นสาขาที่ผู้ประกอบการไทยมีความเชี่ยวชาญ”นายสรรเสริญ กล่าว

นายสรรเสริญ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นชอบให้เพิ่มสาขาความร่วมมือทางเศรษฐกิจและวิชาการอีก 5 สาขา ได้แก่ มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช มาตรฐาน/กฎระเบียบทางเทคนิค/กระบวนการประเมินความสอดคล้อง ทรัพย์สินทางปัญญา เทคโนโลยีดิจิทัลสำหรับการอำนวยความสะดวกทางการค้า และการส่งเสริมการลงทุน จากเดิมที่มีอยู่แล้ว 5 สาขา ได้แก่ พิธีการศุลกากร บริการวิชาชีพ การอำนวยความสะดวกทางการค้า/โลจิสติกส์ วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และพาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์ ซึ่งสาขาความร่วมมือที่เพิ่มขึ้นมาใหม่นี้จะช่วยยกระดับความสามารถในการแข่งขันของภาคธุรกิจของไทยและอาเซียนในตลาดโลกได้

โดยฮ่องกงจะให้การสนับสนุนงบประมาณ 5 ล้านดอลลาร์ฮ่องกง เพื่อให้ประเทศสมาชิกอาเซียนได้จัดทำโครงการเพื่อพัฒนาศักยภาพและสามารถใช้ประโยชน์จากความตกลงฯ ได้อย่างเต็มที่ ซึ่งในปี 2564 มีโครงการที่ผ่านการอนุมัติ 8 โครงการ เป็นโครงการจากไทยโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมร่วมกับสถาบันอาหาร 1 โครงการ คือ โครงการอบรมเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีและนวัตกรรมมาประยุกต์ใช้ในห่วงโซ่อุปทานอาหาร

สำหรับฮ่องกงเป็นคู่ค้าอันดับที่ 8 ของไทย โดยในช่วงเดือนมกราคม-กรกฎาคม 2564 การค้ารวมระหว่างไทยและฮ่องกงมีมูลค่า 8,418.91 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 10.35% จากช่วงเดียวกันของปีก่อนหน้า โดยไทยส่งออกไปฮ่องกง 6,707.76 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสินค้าส่งออกสำคัญ เช่น อุปกรณ์และส่วนประกอบเครื่องคอมพิวเตอร์ แผงวงจรไฟฟ้า อัญมณีและเครื่องประดับ ผลไม้สดแช่เย็น แช่แข็งและแห้ง และอุปกรณ์กึ่งตัวนำ ทรานซิสเตอร์ และไดโอด ขณะที่การนำเข้าจากฮ่องกงมีมูลค่า 1,711.15 ล้านเหรียญสหรัฐ มีสินค้านำเข้าสำคัญ เช่น เครื่องเพชรพลอย อัญมณี เงินแท่ง และทองคำ ผ้าผืน เครื่องประดับ และเคมีภัณฑ์ เป็นต้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สภาการสาธารณสุขชุมชน จี้อนุทินบรรจุ ขรก.เป็นธรรม รอบใหม่ขอกลุ่ม รพ.สต.ก่อน
บทความถัดไปกรมป่าไม้-อ.อ.ป.- กฟผ.ร่วมพัฒนาโรงไฟฟ้าชุมชน ยกระดับคุณภาพชีวิต