โอนวันนี้เยียวยา 5 พัน ม.40 ใน 13 จว.พื้นที่สีแดง ครม.ทุ่ม 1.8 หมื่นล้าน หนุนบัตรคนจน เดินหน้าเฟส 3 ทัวร์เที่ยวไทย

โอนวันนี้จ่ายเยียวยา 5 พันบาท ม.40 ใน 13 จังหวัดพื้นที่สีแดง ครม.ทุ่ม 1.8 หมื่นล้านบาท หนุนบัตรคนจน เดินหน้าเฟส 3 ทัวร์เที่ยวไทย

เมื่อวันที่ 22 กันยายน การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังส่งผลกระทบประชาชนทางด้านเศรษฐกิจอย่างต่อเนื่อง ที่ผ่านมารัฐบาลได้ออกมาตรการที่จะเยียวยามาโดยตลอด ล่าสุดในการประชุมคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 21 กันยายน นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบในหลักการและขยายมาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา อนุมัติงบกลาง ปี 2564 รายการเงินสำรองจ่ายเพื่อกรณีฉุกเฉินหรือจำเป็นจำนวน 27,005.66 ล้านบาท เพื่อใช้เป็นค่าใช้จ่ายต่างๆ ดังนี้ 1.วงเงิน 2,018 ล้านบาท เพื่อขยายระยะเวลามาตรการบรรเทาภาระค่าน้ำ/ค่าไฟ ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2564-กันยายน 2565 (12 เดือน) -กรณีใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วย/เดือน ติดต่อกัน 3 เดือน ให้สิทธิค่าไฟฟ้าฟรี ตามมาตรการที่มีอยู่ในปัจจุบัน กรณีใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน ให้ใช้สิทธิตามมาตรการนี้ในวงเงิน 315 บาท/ครัวเรือน/เดือน กรณีใช้เกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด ครอบคลุม 1.9 ล้านครัวเรือน โดยประมาณ นอกจากนี้ สนับสนุนค่าน้ำประปา วงเงิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน ในกรณีใช้น้ำประปาเกิน 100 บาท แต่ไม่เกิน 315 บาท ยังคงได้รับการสนับสนุนในวงเงิน 100 บาท โดยส่วนเกินต้องชำระด้วยตนเอง และกรณีการใช้น้ำประปาเกิน 315 บาท ผู้มีบัตรฯรับภาระในการชำระค่าน้ำประปาเองทั้งหมด ครอบคลุมประมาณ 186,625 ครัวเรือน

อุ้มบัตรคนจน1.8หมื่นล้าน
นายธนกรกล่าวว่า 2.วงเงิน 18,815 ล้านบาท สนับสนุนค่าใช้จ่ายในครัวเรือน ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง และการเพิ่มเบี้ยความพิการ ค่าใช้จ่ายในครัวเรือน สำหรับค่าซื้อสินค้าอุปโภค/บริโภคที่จำเป็น สินค้าเพื่อการศึกษา และวัตถุดิบเพื่อการเกษตร จากร้านธงฟ้าประชารัฐและร้านอื่นๆ โดยผู้มีสิทธิที่มีรายได้เกินกว่า 30,000 บาท แต่ไม่เกิน 100,000 บาท/ปี ได้รับ 200 บาท/คน/เดือน ในส่วนผู้มีสิทธิที่มีรายได้ ไม่เกิน 30,000 บาท/ปี ได้รับ 300 บาท/คน/เดือน และได้รับส่วนลดค่าก๊าซหุงต้ม 55 บาท/คน/3 เดือน 3.วงเงิน 1,642 ล้านบาท ดำเนินโครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (รอบใหม่) เพื่อรองรับกระบวนการลงทะเบียนรอบใหม่ โดยจะเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับการรับลงทะเบียนของหน่วยรับลงทะเบียน และค่าใช้จ่ายในการผลิตและบริหารจัดการบัตรฯ 4.วงเงิน 4,530.66 ล้านบาท สำหรับจัดสรรสวัสดิการแบบไม่มีกำหนดระยะเวลาสำหรับผู้มีรายได้น้อย ภายใต้โครงการลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐ (รอบใหม่) เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายสำหรับผู้มีบัตรฯ และเนื่องจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 อาจทำให้ผู้สมัครรอบใหม่มีจำนวนเพิ่มขึ้น

บิ๊กตู่แจงกู้เงินเพิ่มเท่าที่จำเป็น
นายธนกรกล่าวตอบคำถามแทน พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ถึงกรณีการขยายเพดานหนี้สาธารณะ 70 เปอร์เซ็นต์ที่หลายฝ่ายมองว่าเป็นการเตรียมดำเนินการกู้ต่อหรือไม่ว่า พล.อ.ประยุทธ์ชี้แจงว่า เพดานหนี้สาธารณะครั้งนี้เป็นการเพิ่มพื้นที่ทางการคลังให้กับรัฐบาลในกรณีที่รัฐบาลจำเป็นต้องใช้มาตรการทางการคลัง ในการแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจและพัฒนาประเทศ ซึ่งอยู่ในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ตั้งแต่ปี 2563 ต่อเนื่องถึงปี 2564 รัฐบาลได้ใช้จ่ายเพื่อบรรเทาความเดือดร้อนจากการแพร่ระบาดของโควิด มาส่วนหนึ่งแล้ว ส่วนจะกู้หรือไม่กู้เพิ่มเติมนั้น ก็จะพิจารณาตามความจำเป็น และแผนงานที่ชัดเจน กู้เท่าที่จำเป็น ไม่ได้กู้ครั้งเดียวเต็มพิกัด ตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) วินัยการเงินการคลังของรัฐ พ.ศ.2561 เป็นการปรับทุกๆ 3 ปี เป็นไปตาม พ.ร.บ.อยู่แล้ว อย่างไรก็ตาม สำหรับแผนการหารายได้เพื่อชำระหนี้นั้น รัฐบาลมีนโยบายชัดเจนเรื่องการเร่งรัดหารายได้ใหม่ๆ ตามแนวทางการส่งเสริมอุตสาหกรรมใบใหม่ เช่น new s Curve และ BCG รวมไปถึงการลงทุนใน eec และการส่งเสริมมูลค่าและการส่งออก ซึ่งจะช่วยให้ GDP และรายได้ของรัฐ

ดันเที่ยวเฟส3-ทัวร์เที่ยวไทย
นายธนกรกล่าวว่า ครม.มีมติเห็นชอบให้การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) ปรับปรุงรายละเอียดที่เป็นสาระสำคัญของโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 และ โครงการทัวร์เที่ยวไทย โดยเปลี่ยนแปลงระยะเวลาสิ้นสุดการดำเนินโครงการทั้ง 2 โครงการ เป็นวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2565 และกำหนดให้ประชาชนใช้สิทธิได้ไม่เกินวันที่ 31 มกราคม 2565 พร้อมให้ ททท.เร่งรัดการเบิกจ่ายให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน รายละเอียด ดังนี้ 1.โครงการทัวร์เที่ยวไทย ปรับ 2 หลักเกณฑ์ ได้แก่ (1) เปลี่ยนแปลงการเดินทางท่องเที่ยวข้ามจังหวัด สามารถเดินทางได้ทุกวัน จากเดิมเดินทางได้เฉพาะวันอาทิตย์ พฤหัสบดี (2) เพิ่มรายการนำเที่ยว เป็น 30 รายการต่อบริษัท จากเดิม 15 รายการต่อบริษัท โดย ททท.ได้เตรียมความพร้อมสำหรับแพลตฟอร์มการลงทะเบียนเรียบร้อยแล้ว 2.โครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 ขณะนี้ได้เตรียมเปิดลงทะเบียนสำหรับผู้ประกอบการที่จะสมัครเข้าร่วม โครงการตั้งแต่วันที่ 24 กันยายน- 1 ตุลาคม 2564 ทั้งนี้ คาดการณ์ว่าจะสามารถเริ่มดำเนินโครงการและให้ประชาชนใช้สิทธิท่องเที่ยวในเดือนตุลาคมนี้

ชี้หากโควิดรุนแรงยุติ2โครงการ
“ในส่วนของรายละเอียดโครงการเราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 คือ รัฐสนับสนุนค่าโรงแรม 40% (ไม่เกิน 3,000 บาท/ห้อง/คืน) สนับสนุนคูปองอาหาร 600 บาทต่อคืน และสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% (ไม่เกิน 2,000 บาท หรือ 3,000 บาท โดยดูตามเงื่อนไขของแต่ละจังหวัด) ส่วนโครงการทัวร์เที่ยวไทยนั้น รัฐสมทบเงินให้ 40% ของราคาแพคเกจท่องเที่ยว หรือไม่เกิน 5,000 บาทต่อคนŽ” นายธนกรกล่าว และว่า สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีแนวโน้มคลี่คลายไปในทิศทางที่ดีขึ้น เพราะจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่ในแต่ละวันลดลงอย่างต่อเนื่อง การปรับปรุงรายละเอียดของทั้ง 2 โครงการจะสามารถส่งเสริมการท่องเที่ยวภายในประเทศได้ อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 มีความรุนแรงในช่วงระหว่างดำเนินโครงการ ททท.ก็สามารถขอยุติดำเนินโครงการได้ ทั้ง 2 โครงการ

ลดสิทธิ คนละครึ่ง-ยิ่งใช้ยิ่งได้ž

น.ส.กุลยา ตันติเตมิท ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง ในฐานะโฆษกกระทรวงการคลัง กล่าวว่า ที่ประชุม ครม. วันที่ 21 กันยายน เห็นชอบการปรับปรุงรายละเอียดโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 ปรับลดจำนวนกลุ่มเป้าหมายจากเดิม 31 ล้านสิทธิ เป็น 28 ล้านสิทธิ และโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้ จากเดิม 1.4 ล้านสิทธิเป็น 1 ล้านสิทธิ เพื่อให้สอดคล้องกับสถานการณ์การลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการ การปรับลดดังกล่าวจะทำให้มีสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 คงเหลือประมาณ 1 ล้านสิทธิ และสิทธิโครงการยิ่งใช้ยิ่งได้คงเหลือประมาณ 5 แสนสิทธิ จากข้อมูลวันที่ 20 กันยายน 2564 โครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 มีผู้ใช้สิทธิสะสม 24.22 ล้านราย ใช้จ่าย 66,366.5 ล้านบาท แบ่งเป็น ประชาชนจ่าย 33,761.7 ล้านบาท และรัฐร่วมจ่าย 32,604.9 ล้านบาท ขณะที่โครงการยิ่งใช้ยิ่งได้มีผู้ใช้สิทธิสะสม 75,582 ราย

“วันที่ 1 ตุลาคม 2564 กระทรวงการคลังจะโอนวงเงินสนับสนุนให้แก่ผู้ได้รับสิทธิโครงการคนละครึ่ง ระยะที่ 3 รอบที่ 2 เพิ่มเติม จำนวน 1,500 บาท โดยนำไปรวมกับวงเงินสิทธิคงเหลือจากรอบแรกให้อัตโนมัติ ประชาชนสามารถใช้จ่ายในโครงการต่างๆ ได้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2564” น.ส.กุลยากล่าว

น.ส.กุลยากล่าวว่า กระทรวงการคลังจะเปิดให้ประชาชนใช้สิทธิซื้ออาหารและเครื่องดื่มจากร้านอาหารและเครื่องดื่มที่เข้าร่วมโครงการ ผ่านผู้ให้บริการระบบขนส่งอาหาร (ฟู้ดดิลิเวอรีแพลตฟอร์ม) ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมนี้ โดยรัฐจะสนับสนุนเงินในส่วนค่าอาหารและ/หรือเครื่องดื่มเท่านั้น ไม่รวมถึงค่าจัดส่งหรือค่าใช้จ่ายอื่นใด ขณะนี้มีผู้ให้บริการ ฟู้ดดิลิเวอรีที่ได้รับอนุมัติให้เข้าร่วมโครงการแล้ว 2 ราย และอยู่ระหว่างเชื่อมโยงระบบกับโครงการ ได้แก่ แกร็บและไลน์แมน

ม.40เฮรอรับเงินรอบ2อีก5พัน
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำนักงานประกันสังคมจะโอนให้ผู้ประกันตนมาตรา 40 รอบที่ 2 ในพื้นที่ 13 จังหวัด ที่ประกาศล็อกดาวน์ 2 เดือน คือ กรุงเทพมหานคร นครปฐม นนทบุรี ปทุมธานี สมุทรปราการ สมุทรสาคร ปัตตานี ยะลา นราธิวาส สงขลา ชลบุรี ฉะเชิงเทรา พระนครศรีอยุธยา 3.59 ล้านคน วันที่ 22-23 กันยายน โดยวันที่ 22 กันยายน โอนก่อนจำนวน 2,000,000 คน อีกคนละ 5,000 บาท และวันที่ 23 กันยายน โอนให้อีก 1,953,767 คน


เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สบยช.ผนึก ป.ป.ส.-สสจ.กาญจนบุรี และผู้เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ตรวจสอบศูนย์สงเคราะห์และฟื้นฟูวัดท่าพุราษฎร์บำรุง
บทความถัดไป“จุรินทร์” นำทีมกูรูพาณิชย์-ผู้นำธุรกิจภาคเอกชน ชี้ “รัฐหนุน เอกชนนำ” ปั้นส่งออกขับเคลื่อนประเทศ