แม็คกรุ๊ป มั่นใจปี’65 สินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์เติบโต ลุยเปิดสาขาใหม่

นายเจมส์ ริชาร์ด อมตวิวัฒน์ รักษาการประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) จำหน่ายสินค้าแฟชั่นและไลฟ์สไตล์ เปิดเผยว่า ปี 2565 แม็คกรุ๊ปกลยุทธ์หลักในการทำธุรกิจ คือ 1.เพิ่มประสิทธิภาพการดำเนินธุรกิจทั้งในด้านการเงินควบคู่ไปกับการพัฒนาศักยภาพทางการผลิตสินค้าและบริการเพื่อการเติบโตต่อเนื่อง 2.ขยายฐานการรับรู้แบรนด์และชื่อเสียงของผลิตภัณฑ์ โดยเสริมสร้างความแข็งแรงในการสื่อสาร แบรนด์ สร้างความจดจำในแบรนด์ สร้างความนิยมในผลิตภัณฑ์ และขยายกลุ่มลูกค้า 3.พัฒนาแพลตฟอร์มค้าปลีกชั้นนำ ด้วยการนำประสบการณ์ที่ดีที่สุดมาให้ผู้บริโภค พัฒนาช่องทางออนไลน์ ออฟไลน์ และการเชื่อมต่อกันอย่างมีเสริมศักยภาพ ให้ส่วนงานโอเปอเรชั่น เพื่อยกระดับการให้บริการ รวมทั้งพัฒนากลยุทธ์การเข้าถึงท้องถิ่นด้วยความเข้าใจ 4.การปรับเปลี่ยนการดำเนินงานในองค์กร เพื่อสร้างประสบการณ์ที่เป็นเอกลักษณ์เฉพาะองค์กรให้กับพนักงาน 5.เพิ่มศักยภาพของเทคโนโลยีและกระบวนการต่างๆ เพื่อสนับสนุนการดำเนินธุรกิจทั้งห่วงโซ่คุณค่า อย่างมีประสิทธิภาพ

ทั้งนี้ บริษัทคงสามารถบริหารจัดการต้นทุนสินค้าอย่างมีประสิทธิภาพในระดับสูง จากการเดินเกมกลยุทธ์การตลาดแบบเฉพาะเจาะตรงกลุ่มเป้าหมาย สัดส่วนการขายสินค้า รวมถึงการบริหารช่องทางจัดจำหน่ายได้สอดคล้องเหมาะสมกับแต่ละช่วงเวลาอย่างลงตัว ภายใต้การบริหารจัดการสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ของภาครัฐที่มีนโยบายและความเข้มข้นแตกต่างกัน ส่งผลให้อัตรากำไรขั้นต้น คงระดับสูง 59.6% เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 57.8% และอัตรากำไรสุทธิ เพิ่มขึ้นจาก 12.7% ช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ที่ระดับ 13.7% จากประสิทธิภาพการบริหารจัดการค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารที่ดี โดยสามารถรักษาอัตราค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารไว้ได้ในระดับใกล้เคียงช่วงเดียวกันปีก่อนที่ 43%

นายเจมส์กล่าวต่อว่า เชื่อมั่นว่าบริษัทจะเติบโตได้ต่อเนื่อง แม้ปี 2564 ต้องเผชิญกับวิกฤตโควิด-19 ระลอกแล้วระลอกเล่าและโควิด-19 ระลอก 4 ที่รัฐบาลออกมาตรการล็อกดาวน์อีกครั้ง ส่งผลให้ยอดขาย 2 เดือนแรกปีบัญชี 2565 ของบริษัทที่ผ่านมา ได้รับผลกระทบ แต่การระบาดลดลงและฉีดวัคซีนเพิ่มขึ้นต่อเนื่องจนรัฐบาลเตรียมประกาศเปิดเมือง ทำให้มั่นใจว่าปีนี้บริษัทจะเติบโตได้ตามเป้า โดยรอบบัญชีปี 2564 บริษัทมีเงินสด 1,864 ล้านบาท จะสนับสนุนให้บริษัทแสวงหาโอกาสในการเติบโตได้เพิ่มขึ้น รวมถึงยังสามารถจ่ายเงินปันผลให้กับผู้ถือหุ้นได้ หากดูสถิติในอดีตพบว่าอัตราผลตอบแทนเงินปันผลของบริษัทที่ผู้ถือหุ้นอยู่ระดับ 5-6% ต่อเนื่องทุกปี และจ่ายปันผลสูงกว่านโยบายที่ตั้งไว้ หรือเฉลี่ย จ่ายประมาณ 90% ของกำไรสุทธิ โดยปีล่าสุดจ่ายในอัตรา 98.1% ของกำไรสุทธิสูงกว่านโยบายที่จะจ่ายไม่น้อยกว่า 50% ของกำไรสุทธิ โดยงวดครึ่งปีหลังปีบัญชี 2564 จะจ่ายผู้ถือหุ้นอีกหุ้นละ 0.20 บาท

นายเจมส์กล่าวว่า บริษัทจะใช้กลยุทธ์ทั้งออฟไลน์และออนไลน์ เพื่อสนับสนุนการเติบโตโดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ให้ความสำคัญกับลูกค้าเป็นหลัก ปัจจุบันมีฐานลูกค้าที่เป็นสมาชิก MC CLUB กว่า 1.6 ล้านคน ล่าสุดได้เปิดตัวฟีเจอร์ใหม่ของ MC CLUB ที่สามารถใช้งานได้สะดวกสบายผ่าน LINE OA เป็นการอำนวยความสะดวกให้ลูกค้าเพื่อสร้างความภักดีต่อแบรนด์ การทำโปรโมชั่นและบริการพิเศษ รวมถึงการเพิ่มการมีส่วนร่วม ของลูกค้าในกิจกรรมต่างๆ จะสนับสนุนการขายผ่านออนไลน์ของบริษัทให้เติบโตต่อเนื่อง สำหรับช่องทางโซเชียลมีเดีย ของบริษัทก็แข็งแรงเช่นกัน เช่น Facebook Page Mc Jeans มีผู้ติดตามประมาณ 1 ล้านคน ในอนาคตคาดหวังว่ายอดขายจากช่องทางออนไลน์ 15% ของยอดขายรวมทั้งหมดของบริษัทจากปีก่อนอยู่ที่ 389 ล้านบาท คิดเป็น 12%

นายปิยะ โอฬารริกสุภัค ประธานเจ้าหน้าที่ด้านการเงินและบัญชี บริษัท แม็คกรุ๊ป จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ปีบัญชี 2564/2565 บริษัทคาดว่าจะใช้งบลงทุน 80 ล้านบาท โดยจะใช้ดำเนินการขยายทั้งธุรกิจออนไลน์และธุรกิจออฟไลน์ ปัจจุบันสัดส่วนยอดขายของธุรกิจออนไลน์ใกล้เคียง 15% ตามเป้าที่วางไว้ รวมทั้งมีแผนเปิด สาขาใหม่ 22 สาขา ประกอบด้วย Mc Outlet 15 แห่ง SHOP 4 แห่ง และเคาน์เตอร์ในห้างสรรพสินค้า 3 เคาน์เตอร์ ขณะที่ในอนาคตอีก 2 ปี ข้างหน้าบริษัทวางแผนจะใช้เงิน 400 ล้านบาท สร้างศูนย์กระจายสินค้าทั้งออนไลน์ และออฟไลน์ เพื่อรองรับการเติบโตของยอดขาย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ซีพี จับมือ ไทยพาณิชย์ ตั้งกองทุนวีซี มูลค่า 600-800 ล้านดอลล์ มุ่งลงทุนในสตาร์ทอัพทั่วโลก
บทความถัดไปนักยิมลูกครึ่งสนใจติดธงลุย อชก. นายกฯเบรกคะแนนต่ำหมดสิทธิ