รัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียน-สหรัฐฯ เคาะแผนความร่วมมือการค้าการลงทุนฉบับใหม่

นายสรรเสริญ สมะลาภา ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ มอบหมายให้เป็นหัวหน้าผู้แทนไทยเข้าร่วมการประชุมระหว่างรัฐมนตรีเศรษฐกิจอาเซียนกับผู้แทนการค้าสหรัฐฯ (นางแคเธอรีน ไท) ผ่านระบบการประชุมทางไกล โดยที่ประชุมให้ความเห็นชอบแผนงานความร่วมมือด้านการค้าและการลงทุนระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ ฉบับใหม่ ปี 2564-2565 ครอบคลุมความร่วมมือที่สำคัญ อาทิ การค้าดิจิทัล การอำนวยความสะดวกทางการค้า การเชื่อมโยงระบบศุลกากรอิเล็กทรอนิกส์ ณ จุดเดียวของอาเซียน การส่งเสริม SMEs และความร่วมมือด้านแรงงานและสิ่งแวดล้อม โดยจะมีกิจกรรมความร่วมมือที่น่าสนใจ เช่น การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านศุลกากรทางอิเล็กทรอนิกส์ระหว่างอาเซียนกับสหรัฐฯ การพัฒนาความพร้อมให้กับ SMEs ในการประกอบธุรกิจออนไลน์ และการส่งเสริมมาตรฐานแรงงานและสิ่งแวดล้อม เป็นต้น ซึ่งคาดว่าแผนงานดังกล่าวจะช่วยสนับสนุนให้อาเซียนเกิดการปรับตัวและฟื้นฟูทางเศรษฐกิจในด้านต่างๆ ซึ่งไทยได้เน้นย้ำในที่ประชุมว่า ความร่วมมือระหว่างอาเซียนและสหรัฐฯ อย่างใกล้ชิดเป็นเรื่องสำคัญ ทั้งในระดับภูมิภาคและระดับพหุภาคี โดยเฉพาะการปรับปรุงระบบขององค์การการค้าโลก

อาเซียนและสหรัฐฯ ตระหนักถึงผลกระทบจากการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ที่มีต่อเศรษฐกิจและความเป็นอยู่ของประชาชน และมุ่งมั่นที่จะเร่งฟื้นฟูเศรษฐกิจ โดยจะดำเนินนโยบายด้านการค้าและการลงทุนที่เปิดกว้าง ขยายความร่วมมือด้านการค้าดิจิทัล และมุ่งสู่การพัฒนาที่ยั่งยืน นอกจากนี้ ที่ประชุมยังเห็นถึงความสำคัญในการร่วมมือเพื่อสนับสนุนการเข้าถึงยาและวัคซีนที่มีคุณภาพ ตลอดจนยึดมั่นในกติกาการค้าโลกที่โปร่งใส เป็นธรรม และไม่เลือกปฏิบัติตามหลักการขององค์การการค้าโลก

นายสรรเสริญ กล่าวว่า ที่ประชุมได้เปิดโอกาสให้ภาคเอกชนของสหรัฐฯ เข้าร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ซึ่งภาคเอกชนของสหรัฐฯ พร้อมที่จะส่งเสริมความร่วมมือด้านเศรษฐกิจกับสมาชิกอาเซียน โดยจะให้ความสำคัญกับการจัดการห่วงโซ่การผลิต การพัฒนาและสร้างมาตรฐานแก่เศรษฐกิจดิจิทัล และการพัฒนาผู้ประกอบการ SMEs ของอาเซียน ผ่านโครงการ ASEAN SME Academy เพื่อช่วยฟื้นฟูของภาคธุรกิจจากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโรคโควิด-19

ทั้งนี้ ช่วงมกราคม-กรกฎาคม 2564 การค้าระหว่างไทยกับสหรัฐฯ มีมูลค่ารวม 31,725.67 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 8.41% จากช่วงเวลาเดียวกันของปีก่อน โดยเป็นการส่งออกจากไทยไปสหรัฐฯ มูลค่า 23,442.65 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้น 21.23% และนำเข้าจากสหรัฐฯ มูลค่า 8,283.01 ล้านเหรียญสหรัฐ ลดลง 16.57% สินค้าส่งออกจากไทยไปสหรัฐฯ อาทิ เครื่องคอมพิวเตอร์อุปกรณ์และส่วนประกอบ ผลิตภัณฑ์ยาง รถยนต์ อุปกรณ์และส่วนประกอบ อัญมณีและเครื่องประดับ เหล็ก และเหล็กกล้าและผลิตภัณฑ์ และสินค้าที่ไทยนำเข้าจากสหรัฐฯ อาทิ น้ำมันดิบ เคมีภัณฑ์ แผงวงจรไฟฟ้า เครื่องจักรกลและส่วนประกอบ และเครื่องจักรไฟฟ้าและส่วนประกอบ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘ราษมัม’ ยื่น 2 ข้อ วอน ‘สถานทูตอเมริกา’ จับตารัฐไทยใช้ กม.ละเมิดสิทธิ-ไม่ให้ประกันนักกิจกรรม
บทความถัดไปหมอเรวัต จี้ ประยุทธ์ ตอบ 120 วัน เปิดประเทศได้จริงหรือไม่ หลังจ่อขยายพ.ร.ก.ฉุกเฉิน 2 เดือน