เขื่อนขนาดกลางโคราชเกินความจุแล้ว 8 แห่ง 2 แห่ง ใกล้เต็ม เตือน 7 อำเภอขนของขึ้นที่สูง ระวังน้ำทะลักเข้าบ้าน

เขื่อนขนาดกลางโคราช น้ำเกินความจุแล้ว 8 แห่ง 2 แห่งใกล้เต็ม เตือน 7 อำเภอขนของขึ้นที่สูง ระวังน้ำทะลักเข้าบ้าน

วันที่ 25 กันยายน นายกฤษฎิ์ พูนเกษม หัวหน้าสำนักงาน ปภ.จังหวัดนครราชสีมา พร้อมด้วยกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายจากน้ำท่วมในหมู่บ้านต่างๆ ในพื้นที่ ต.สระจระเข้ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ภายหลังจากได้เกิดน้ำที่ไหลจากอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน กัดเซาะถนนและคันดินขาด จนทำให้น้ำไหลเข้าท่วมบ้านเรือนราษฎร จำนวน 211 หลังคาเรือน ใน 5 หมู่บ้าน ได้แก่ หมู่ 1,2,3,7,12 ประชาชนได้รับความเดือดร้อนเป็นวงกว้าง ซึ่งขณะนี้ได้ประสานสำนักงานพัฒนาภาค 5 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ให้นำกระสอบทรายบิ๊กแบ๊กมาปิดกั้นถนนและคันดินที่ถูกน้ำกักเซาะขาด ไม่ให้น้ำไหลเข้าท่วมหมู่บ้าน โดยจะดำเนินการให้เสร็จภายในวันนี้

นายกรกต ถำรงวงศ์สวัสดิ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา ปฏิบัติราชการแทน นายกอบชัย บุญอรณะ ผู้ว่าราชการจังหวัดนครราชสีมา และผู้อำนวยการกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยจังหวัดนครราชสีมา ได้ทำหนังสือถึงหัวหน้าส่วนราชการในพื้นที่ 7 อำเภอ เพื่อเฝ้าระวังและป้องกันน้ำท่วมบ้านเรือนราษฎร ภายหลังจากที่ได้รับผลกระทบจากพายุโซนร้อน “เตี้ยนหมู่” ซึ่งส่งผลให้อ่างเก็บน้ำขนาดกลางมีปริมาณน้ำเกินความจุเต็มอ่างแล้ว 8 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน อ.ด่านขุนทด, อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง อ.โนนไทย, อ่างเก็บน้ำหนองกก อ.พระทองคำ, อ่างเก็บน้ำลำฉมวก อ.ห้วยแถลง, อ่างเก็บน้ำบ้านสันกำแพง อ่างเก็บน้ำบะอีแตน อ่างเก็บน้ำลำเชียงสา อ.วังน้ำเขียว, อ่างเก็บน้ำห้วยเพลียก อ.ครบุรี และอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ 2 แห่ง มีปริมาณน้ำเพิ่มสูงขึ้นเกือบเต็มความจุ ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย (80%) และอ่างเก็บน้ำมูลบน อ.ครบุรี (87%)

โดยเฉพาะอ่างเก็บน้ำขนาดกลาง 2 แห่ง ที่ขณะนี้มีปริมาณน้ำกักเก็บเกินความจุ 100% แล้ว ประกอบไปด้วย อ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนบน อ.ด่านขุนทด มีปริมาณน้ำ 10 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 119 ของความจุกักเก็บทั้งหมด 8.40 ล้านลูกบาศก์เมตร ทำให้มีน้ำล้นสปิลเวย์ 78.66 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ซึ่งจะไหลไปสมทบกับอ่างเก็บน้ำลำเชียงไกรตอนล่าง อ.โนนไทย ที่ปัจจุบันมีความจุน้ำเกินระดับกักเก็บที่ 126.50% หรือ 35.040 ล้านลูกบาศก์เมตร จึงต้องเร่งระบายน้ำออกจากอ่างวันละ 60 ล้านลูกบาศก์เมตร ลงสู่ลำน้ำสาขา ซึ่งจะส่งผลให้ปริมาณน้ำในลำน้ำลำเชียงไกรเพิ่มสูงขึ้นจนล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนราษฎรในพื้นที่ 6 อำเภอ ประกอบไปด้วย อ.ด่านขุนทด อ.โนนไทย อ.พระทองคำ อ.โนนสูง และ อ.เมืองนครราชสีมา จึงแจ้งเตือนให้ประชาชนที่อาศัยอยู่ริมน้ำชำเชียงไกร เก็บทรัพย์สิน สิ่งของมีค่าต่างๆ ขึ้นที่สูง และเฝ้าระวังติดตามสถานการณ์น้ำอย่างใกล้ชิด

นอกจากนี้ ในส่วนของอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ ขณะนี้มี 2 แห่งที่น่าเป็นห่วง คือ อ่างเก็บน้ำลำพระเพลิง อ.ปักธงชัย ซึ่งมีปริมาณน้ำกักเก็บสูงถึง 124.191 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 80 ของความจุกักเก็บ 155 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายน้ำออกวันละ 3.356 ล้านลูกบาศก์เมตร และอ่างเก็บน้ำมูลบน อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำกักเก็บ 123 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 87.25 ของความจุกักเก็บ 141 ล้านลูกบาศก์เมตร ระบายน้ำออกวันละ 9.9 หมื่นลูกบาศก์เมตร จึงได้แจ้งเตือนประชาชนที่อยู่ริมลำน้ำสาขาเขื่อนลำพระเพลิง และลำน้ำมูล ในพื้นที่ 2 อำเภอ คือ อ.ปักธงชัย และ อ.โชคชัย ให้เฝ้าระวังน้ำล้นตลิ่งท่วมบ้านเรือนอย่างใกล้ชิด ส่วนอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่อีก 2 แห่ง ได้แก่ อ่างเก็บน้ำลำตะคอง อ.สีคิ้ว มีปริมาณน้ำกักเก็บ 235.857 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 73 ของความจุกักเก็บ 314 ล้านลูกบาศก์เมตร และอ่างเก็บน้ำลำแชะ อ.ครบุรี มีปริมาณน้ำกักเก็บ 217.740 ล้านลูกบาศก์เมตร คิดเป็นร้อยละ 78.63 ของความจุกักเก็บ 275 ล้านลูกบาศก์เมตร

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รำลึกคึกฤทธิ์กับรัฐบาลเสียงข้างน้อย โดย ผศ.ดร.สมหมาย จันทร์เรือง
บทความถัดไป‘สุทิน’ งัด ม.158 ชี้ ‘ประยุทธ์’ นั่งนายกฯครบ 8 ปี ต้องสละเก้าอี้ ตามเจตนารมณ์ รธน.