จุรินทร์ ลุยส่งออกข้าว ฟื้นเป็นบวกหลังบาทอ่อน เพิ่มขีดแข่งขัน คาดทั้งปีเข้าเป้า 6 ล้านตัน

ฟื้นตัว !! จุรินทร์ ลุยส่งออกข้าวไทยฟื้นตัวเป็นบวกบาทอ่อน เพิ่มขีดแข่งขัน สั่งกรมการค้าต่างประเทศเจรจาขายต่อเนื่อง คาดทั้งปีเข้าเป้า 6 ล้านตัน

เมื่อวันที่ 26 กันยายน นางมัลลิกา บุญมีตระกูล มหาสุข ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ติดตามนโยบายที่มอบกรมการค้าต่างประเทศอย่างใกล้ชิด ล่าสุดการส่งออกข้าวไทยมีสัญญาณดีต่อเนื่อง โดยหลังตั้งแต่ มิ..-.. ยอดส่งออกกลับมาเป็นบวก ..และ ก.. ก็มีทิศทางดีขึ้นตามการรายงานของนายกีรติ รัชโน อธิบดีกรมการค้าต่างประเทศ มั่นใจว่าปีนี้ส่งออกได้ตามเป้า 6 ล้านตัน อย่างไรก็ตาม ในเดือนล่าสุดนั้นการส่งออกข้าวขยายตัว 7.35%

ทั้งนี้ เป็นผลจากผลผลิตข้าวไทยเพิ่มขึ้น และเงินบาทอ่อนค่า ทำให้แข่งขันกับคู่แข่งได้ดีขึ้น จากนี้ไปได้เร่งรัดนโยบายกระทรวงพาณิชย์ให้ลุยเจรจาคู่ค้า ติดตามสถานการณ์ตลาดข้าวและผลักดันให้ซื้อข้าวไทยเพิ่มขึ้น โดยตลาดหลักที่ไทยส่งออกข้าวได้เพิ่มขึ้น เช่น แอฟริกาใต้ จีน เยเมน และอิรัก และชนิดข้าวที่ส่งออกเป็นบวก ได้แก่ ข้าวนึ่ง ข้าวขาว และข้าวกล้อง และคาดว่าแนวโน้มการส่งออกข้าวไทยจะดีขึ้นต่อเนื่อง ซึ่งอธิบดีกรมการค้าต่างประเทศรายงานรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ว่าจะเห็นได้จากสถิติการขอใบอนุญาตส่งออกข้าวของกรมการค้าต่างประเทศในเดือนสิงหาคม 2564 ที่มีปริมาณสูงถึง 831,260 ตัน เพิ่ม 133.13% และล่าสุดเดือน ก..2564 วันที่ 1-20 มีปริมาณ 631,363 ตัน เพิ่ม 61.78% โดยตัวเลขการขอใบอนุญาตส่งออกข้าวดังกล่าวแสดงให้เห็นถึงคำสั่งซื้อจากลูกค้าในต่างประเทศที่เพิ่มขึ้น เขาจึงคาดว่าในปีนี้ไทยจะสามารถส่งออกข้าวได้ตามเป้าที่ปริมาณ 6 ล้านตัน

         

สำหรับปัจจัยหลักที่ส่งผลให้ข้าวไทยสามารถส่งออกได้เพิ่มขึ้น มาจากราคาข้าวไทยที่ปรับตัวมาอยู่ในระดับที่ใกล้เคียงกับราคาข้าวจากประเทศคู่แข่ง เช่น เวียดนามและอินเดีย โดยเฉพาะข้าวขาวและข้าวนึ่งโดยราคาข้าวไทยที่ปรับตัวลดลงเป็นผลมาจากผลผลิตข้าวปีการผลิต 2564/65 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์คาดการณ์ว่าจะมีปริมาณเพิ่มขึ้นประมาณ 4.97% และเงินบาทที่อ่อนค่าลงจากประมาณ 29-30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ในช่วงต้นปี มาอยู่ที่ประมาณ 32-33 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ตั้งแต่ช่วงปลายเดือน มิ..2564 เป็นต้นมา ทำให้ช่องว่างระหว่างราคาข้าวไทยกับข้าวจากประเทศคู่แข่งลดลงและสามารถแข่งขันได้มากขึ้น

ทางด้านการทำตลาดข้าว กรมดำเนินการตามนโยบายนายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ใช้หลักการตลาดนำการผลิตโดยกรมการค้าต่างประเทศ ได้ร่วมมือกับทูตพาณิชย์ในฐานะเซลส์แมนประเทศ จากกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ เร่งการเจรจา หารือ เพื่อกระชับความสัมพันธ์ทางการค้าและประชาสัมพันธ์ข้าวไทยกับคู่ค้าสำคัญอย่างต่อเนื่อง โดยได้ปรับรูปแบบการทำงานในสถานการณ์โควิด-19 เป็นการนัดประชุมหารือกับคู่ค้าสำคัญผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ เพื่อติดตามสถานการณ์ตลาดข้าวและเจรจาซื้อขายข้าวไทยที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์กล่าว และว่า

รายงานจากกรมการค้าต่างประเทศ ระบุด้วยว่า ในช่วงที่ผ่านมา ได้หารือกับคู่ค้าสำคัญแล้ว เช่น ผู้นำเข้าข้าวฟิลิปปินส์ มาเลเซีย สิงคโปร์ ฮ่องกง อิรัก เป็นต้น ซึ่งจากการหารือ ทำให้ได้รับทราบถึงความต้องการของลูกค้ามากขึ้น โดยผู้นำเข้าข้าวให้ความเห็นว่า นอกจากปัจจัยด้านราคาที่ข้าวไทยปรับตัวอยู่ในระดับที่แข่งขันได้มากขึ้นแล้ว อีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ช่วยกระตุ้นการนำเข้าข้าวไทย ได้แก่ คุณภาพและมาตรฐานข้าวไทยที่เหนือกว่าคู่แข่ง รวมทั้งศักยภาพของผู้ส่งออกข้าวไทยที่สามารถส่งข้าวคุณภาพดีให้ลูกค้าได้ แม้ช่วงสถานการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ทำให้ผู้นำเข้ามีความเชื่อมั่นในการนำเข้าข้าวจากไทยมากขึ้น

 และยังมีแผนการจัดประชุมหารือกับประเทศคู่ค้าสำคัญอื่นๆ เช่น อินโดนีเซีย บังกลาเทศ จีน เป็นต้น รวมทั้งเร่งประชาสัมพันธ์ข้าวไทยภายใต้แนวคิด “Think Rice Think Thailand” ผ่านช่องทางออนไลน์และสื่อโซเชียลมีเดียต่างๆ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค และขอให้ทูตพาณิชย์ในฐานะทีมเซลส์แมนประเทศใช้แนวคิดดังกล่าวในการประชาสัมพันธ์ข้าวไทย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการรับรู้เกี่ยวกับข้าวไทยในกลุ่มผู้บริโภคทั่วโลกด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้สถานีคิดเลขที่ 12 : มิอาจเป็นตัวของตัวเอง โดยสุวพงศ์ จั่นฝังเพ็ชร
บทความถัดไปสุดสลด! แม่ร้องไห้แทบขาดใจ รับร่างลูกชายวัย 11 ปี ถูกเพื่อนเตะก้านคอดับ