เจ้าคุณประสาร ร่วมหารือ 3 จว.ชายแดนใต้ วิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็งสถานการณ์พระพุทธศาสนา

เจ้าคุณประสาร ร่วมหารือ 3 จว.ชายแดนใต้ วิเคราะห์จุดอ่อน-จุดแข็งสถานการณ์พระพุทธศาสนา

เมื่อวันที่ 28 ก.ย. พระเมธีธรรมาจารย์ หรือเจ้าคุณประสาร รองอธิการบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร) เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 27 ก.ย.ที่ผ่านมา อาตมาในฐานะผู้อำนวยการศูนย์พัฒนาและส่งเสริมพระพุทธศาสนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศสพ.จชต.)เป็นประธานประชุมร่วมกับสมาคมเพื่อความมั่นคงพระพุทธศาสนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีคณะกรรมการกว่า 30 รูป/คนเข้าร่วมประชุมในแบบออนไลน์ อาทิ พระครูสุวัฒนาภรณ์ รองเจ้าคณะจังหวัดสงขลา รองผู้อำนวยการศูนย์ฯ พระมหาวิเชียร วชิรธมฺโม ผอ.วิทยาลัยสงฆ์ปัตตานี รองผู้อำนวยการศูนย์ฯพระครูโฆสิตสุตาภรณ์(ท่านขาว)วัดบูรพาราม อ.ยะหริ่ง จ.ปัตตานี ฝ่ายแผนงาน เป็นต้น ในฝ่ายฆราวาสมีพล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ เลขาธิการศูนย์ฯ และคณะกรรมการบริการเข้าร่วมประชุมโดยพร้อมเพรียงกัน

พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า การประชุมวันนี้เป็นการประชุมร่วมกันทุกฝ่ายที่ทำงานด้านพระพุทธศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ โดยมีวาระสำคัญเรื่องผลสัมฤทธิ์ของงานและปรึกษาหารือในการทำงานให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ศูนย์ฯได้รายงานและวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อนถึงสถานการณ์ของพระพุทธศาสนาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น ปัญหาความไม่สงบในพิ้นที่ จชต. ความเป็นเอกภาพของชาวพุทธ การทำงานของภาครัฐและชาวพุทธที่ไม่ต่อเนื่อง เป็นต้น นอกจากนั้นยังได้เสนอโครงสร้างการบริหารสำนักงาน ศสพ.จชต.เพื่องานเชิงรุกให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้นโดยกำหนดให้มีฝ่ายแผนงาน ฝ่ายโครงการและสาธารณสงเคาระห์ มีงานสำคัญ 6 งาน ฝ่ายเผยแผ่และบริการ มีงานในกำกับ 4 งาน ฝ่ายการศึกษา มีงานหลัก 4 งานใหญ่ ฝ่ายบริหารทั่วไป มีงาน 5 ด้าน รวมทั้งมีคณะทำงานแผนยุทธศาสตร์พัฒนาและส่งเสริมพระพุทธศาสนาจังหวัด

จากนั้น พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ เลขาธิการ ได้สรุปผลงานของศูนย์ฯตั้งแต่เดือนตุลาคม 2563 ถึง กันยายน 2564 ดังนี้

1.ปัญหาของพระพุทธศาสนาและชาวไทยพุทธ ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
2.งานฟื้นฟูวัด สำนักสงฆ์ร้าง จำนวน 5 แห่ง
3.สนับสนุนการบูรณะวัด สำนักสงฆ์ ที่พักสงฆ์ จำนวน 5 แห่ง
4.งานสนับสนุนชุมชนที่มีความพร้อมให้จัดตั้งสำนักสงฆ์ ที่พักสงฆ์ จำนวน 4 แห่ง
5.งานส่งเสริมอาชีพ จำนวน 10 แห่ง
6.จัดบรรพชาสามเณรและบวชเนขัมมะจาริณีภาคฤดูร้อน ประจำปี 2564 ระหว่างวันที่ 14-30 เมษายน รวมทั้งอบรมให้ความรู้ธรรม สอนปฎิบัติธรรม ให้แก่นักเรียน นักศึกษาและประชาชนทั่วไป
7.การซ่อมแซมบ้านชาวพุทธที่ยากไร้ ได้รับความเดือดร้อน
8.การแก้ใขปัญหาที่ดินและการขออนุญาตใช้ทำประโยชน์ในพื้นที่ป่าไม้ ตามพรบ.2484 ให้กับวัด สำนักสงฆ์และที่พักสงฆ์
9.เปิดรับบริจาคสาธารณะ
10.ช่วยเหลือผู้ประสบอุทกภัยจังหวัดยะลาและปัตตานี
11.ถวายข้าวสาร อาหารแห้ง เทียนพรรษาและมอบถุงยังชีพช่วยเหลือผู้ยากไร้และกลุ่มคนเปราะบาง
12.กิจกรรมส่งเสริมพระพุทธศาสนา
13.พัฒนาศักยภาพมนุษย์โดยแนวพุทธศาสตร์เพื่อแก้ใขปัญหายาเสพติด
14.ขอเปลี่ยนแปลงงบประมาณบางอย่างกับ ศอ.บต.,สมศ.กอ.รมน.ภาค4 สน.และผู้แทนเครือข่ายชาวพุทธ
15.เยี่ยมเยือน พบปะ วัดพระสงฆ์และประชาชนในพื้นที่ จชต.

งานทั้งหมดนี้ได้ดำเนินการเป็นรูปธรรม วัดผลประเมินผลได้พร้อมทั้งมีรูปภาพประกอบในความสำเร็จของงาน

พล.อ.มณี จันทร์ทิพย์ ยังรายงานต่อไปว่า พื้นที่บางแห่งจากการไปดำเนินงานของศูนย์ฯพระได้ออกบิณฑบาตรทุกวัน บางแห่งได้ไปตั้งที่พักสงฆ์และนิมนต์พระไปจำพรรษาทำให้ชุมชนพุทธแห่งนั้นกว่า 70-80 ปีไม่เคยมีพระออกบิณฑบาตรเลยวันนี้ชุมชนได้ใส่บาตรพระสงฆ์ทุกเช้า นับเป็นภาพที่ปลื้มใจและงดงามยิ่ง

พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวต่อว่า ศูนย์พัฒนาและส่งเสริมพระพุทธศาสนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศสพ.จชต) และสมาคมความมั่นคงพระพุทธศาสนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ จะยังคงยืนหยัด มุ่งมั่นในการรักษาวัด สำนักสงฆ์ที่พักสงฆ์พระสงฆ์สามเณรและชาวพุทธไทยในจังหวัดชายแดนภาคใต้เพื่อให้อยู่ในพื้นที่ได้อย่างสงบ สันติ ไม่เบียดเบียนซึ่งกันและกัน นอกจากนั้นแล้วยังเป็นการสืบทอดอายุพระพุทธศาสนาด้วย โดยมีสโลแกน​ว่า เราจะผนึกกำลัง​ไปด้วยกัน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้หนีไม่รอด…ศาลตัดสิน “อาร์.เคลลี”ผิดจริงคดีค้าประเวณี อาจอยู่คุกตลอดชีวิต
บทความถัดไปเปิด 4 โปรดักส์แรงกลุ่มสิ่งทอ-เครื่องนุ่งห่ม ผู้ผลิตเร่งคิดค้นผ้ากันโควิด