ปธ.แอสตร้าฯ เปิดใจครั้งแรก ตอบทุกคำถามที่คนไทยสงสัย

ปธ.แอสตร้าฯ เปิดใจครั้งแรก ตอบทุกคำถามที่คนไทยสงสัย

หมายเหตุ… “มติชน”มร.เจมส์ ทีกประธานบริษัทแอสตร้าเซนเนก้า (ประเทศไทย) จำกัด ให้สัมภาษณ์ในเวที “สร้างภูมิคุ้มกัน ฝ่าภัยโควิด” จัดโดย นสพ.ประชาชาติธุรกิจ เมื่อวันที่ 29 กันยายน 2564

๐ถือเป็นครั้งแรกที่นั่งให้สัมภาษณ์อย่างเต็มรูปแบบกับสื่อไทย

ใช่ อย่างแรกต้องขอบคุณที่เชิญมาที่ให้โอกาส ผมรู้สึกเป็นเกียรติที่ได้มาขึ้นเวทีร่วมกับนักธุรกิจชั้นนำของไทย

๐มีประเด็นที่คนพูดถึงเกี่ยวกับวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้ามากมาย ทำไมที่ผ่านมาคุณถึงไม่คอยได้พูดเท่าใดนัก

มีประเด็นมากมายที่สื่อรายงานเกี่ยวกับแอสตร้าเซนเนก้าในช่วง 6-8 เดือนที่ผ่านมา สิ่งที่เราให้ความสนใจสูงสุดมีเพียงอย่างเดียวคือการทำให้มั่นใจว่าทุกคนในไทยได้รับการฉีดวัคซีน และเราผลิตวัคซีนที่มีคุณภาพสูงและมีประสิทธิภาพในการรับมือกับไวรัสเท่าที่ทำได้ นั่นคือสิ่งสำคัญสำหรับบริษัทของเรา สิ่งที่เราให้ความสำคัญคือทำให้มั่นใจว่าเราสื่อสารอย่างมีประสิทธิผล ทำให้มั่นใจว่าซัพพลายเชนของเราในไทยเป็นไปด้วยดีและมีความสม่ำเสมอ ตอนนี้จึงเป็นเวลาที่ดีที่เราจะออกมาพูดกับคนไทยว่าเราทำอะไร และทำอย่างไร เพื่อให้คนรู้จักบริษัทของเราที่ทำธุรกิจในไทยมาแล้วกว่า 40 ปีดีขึ้น

๐เมื่อไหร่ที่คิดว่าจะกลับไปใช้ชีวิตเหมือนช่วงก่อนเกิดโควิด-19 ได้ ที่คนไม่ต้องใส่หน้ากากอนามัย ไม่ต้องรักษาระยะห่างทางสังคม หรือนั่นจะเป็นไปไม่ได้

ผมคิดว่าในแง่ของการมองภาพใหญ่ สิ่งที่วิทยาศาสตร์และวิวัฒนาการของไวรัสบอกเรา คือเราจะต้องใช้ชีวิตแบบนิวนอร์มอลกับโควิด-19 เหมือนกับโรคระบาดอื่นๆ ที่เคยเกิดขึ้นในอดีตอย่างไข้หวัดใหญ่ โควิดจะกลายเป็นส่วนหนึ่งของสังคมเรา สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับเราทุกคนคือการฉีดวัคซีนให้กับคนที่มีคุณสมบัติที่จะฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดเพื่อชะลอการแพร่ระบาด ซึ่งจะช่วยลดการเจ็บป่วยหนักจนต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล

จากวัคซีน 1,300 ล้านโดสที่เราส่งมอบไปยังมากกว่า 170 ประเทศทั่วโลก วัคซีนของเราสามารถทำให้คนหลายแสนคนไม่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และรักษาชีวิตคนอีกหลายหมื่นคน นั่นคือสิ่งสำคัญที่ว่าทุกคนควรฉีดวัคซีน ข้อมูลจากกรุงเทพขณะนี้มีการฉีดวัคซีนให้กับคนกลุ่มเสี่ยงมากกว่า 60% และเราเห็นได้ชัดถึงผลที่เกิดขึ้นจากจำนวนคนที่เข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาลและอัตราการเสียชีวิต

สำหรับการคาดการณ์ถึงอนาคต มันเป็นเรื่องยากที่จะคาดการณ์ว่าอนาคตจะเป็นอย่างไร แต่ในแง่การรักษาระยะห่างทางสังคมมันจะเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตที่เราซึ่งเราจะคุ้นเคยกับมัน ส่วนการสวมใส่หน้ากากอนามัยเป็นเรื่องที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข และรัฐบาลไทยจะตัดสินใจว่าจะทำอย่างไร ความเห็นของคนแต่ละคนเกี่ยวกับการสวมใส่หน้ากากอนามัยก็แตกต่างกัน แต่จากมุมมองที่เห็นมันเป็นเรื่องของการปกป้องตัวเอง และหน้ากากอนามัยก็สามารถชะลอการแพร่ระบาดได้ไม่ต่างจากการฉีดวัคซีน

๐ทำไมบางครั้งการส่งมอบวัคซีนของแอสตร้าเซนเนก้ามีความล่าช้าหรือไม่สม่ำเสมอ

สิ่งสำคัญที่จะต้องพูดถึงคือการเดินทางของวัคซีนในไทยและการทำงานกับพันธมิตรของเราที่ทำให้มันเกิดขึ้นได้จริง ในช่วงต้นเมื่อเดือนเมษายนที่เราทำสัญญากับออกซ์ฟอร์ด/แอสตร้าเซนเนก้า เราต้องการผลิตวัคซีนออกมาป้อนโลก เราอยากทำได้โดยไม่สนใจเรื่องรายได้หรือเรื่องภูมิศาสตร์ แต่จะทำอย่างนั้นได้เราต้องสร้างเครือข่ายโรงงานผลิตขึ้นทั่วโลก ซึ่งวันนี้เรามีสัญญาที่จะทำการผลิตขึ้นกับ 25 โรงงานเพื่อผลิตวัคซีนป้อนโลก

ผมจำได้ถึงวันแรกที่เราติดต่อกับบริษัทปูนซีเมนต์ไทย (เอสซีจี) สยามไบโอไซแอนท์ (เอสบีเอส) ศึกษาความเป็นไปได้ของบริษัทและดูว่าเขาจะทำงานร่วมกับแอสตร้าเซนเนก้าเพื่อผลิตวัคซีนได้หรือไม่ สิ่งสำคัญที่เราอยากให้ทุกคนเข้าใจคือสิ่งที่เราทำสำเร็จได้ภายในเวลา 9 เดือนเมื่อเทียบกับกรณีทั่วไปที่ต้องใช้เวลาเป็นสิบๆ ปี ซึ่งไม่ใช่แค่การตรวจสอบวัคซีนที่ผลิตขึ้น แต่ยังรวมถึงการสร้างโรงงาน และการนำส่งวัคซีนเป็นล้านๆ โดสถือเป็นความสำเร็จครั้งใหญ่ ซึ่งต้องขอบคุณพนักงานของเราทุกคนที่อุทิศตนเพื่อให้ทำสิ่งนี้ได้ รวมถึงพันธมิตรของเราในไทย เพราะโรคระบาดส่งผลกระทบกับทุกคนในไทย แต่เมื่อดูว่าคนในทีมต้องทำงานหนักเพียงใดเพื่อให้สามารถส่งมอบวัคซีนได้ เรารู้ถึงความรับผิดชอบของเราในฐานะบริษัท และเอสบีเอสก็ตระหนักถึงความรับผิดชอบของบริษัทในการส่งมอบวัคซีนเช่นกัน จนถึงขณะนี้เอสบีเอสได้ส่งมอบวัคซีนให้กับแอสตร้าเซนเนก้าไปแล้วถึง 50 ล้านโดส ขณะที่แอสตร้าเซนเนก้าได้ส่งมอบวัคซีนให้ไทยไปแล้ว 24 ล้านโดส

ดังนั้นต่อคำถามของคุณคือเราต้องใช้เวลาในการสร้างซัพพลายเซน แต่เราก็ทำมันได้ตั้งแต่การถ่ายทอดเทคโนโลยีเดือนตุลาคมปีก่อน เราสามารถส่งมอบวัคซีนโดสแรกให้กับไทยได้ในวันที่ 7 มิถุนายน ตามที่เราให้สัญญาไว้ และเรายังคงส่งมอบวัคซีนให้กับไทยอย่างต่อเนื่องทุกเดือนราว 5-6 ล้านโดส และในเดือนกันยายนเราส่งมอบวัคซีน 8 ล้านโดสให้กับไทย

๐จริงๆ บริษัทสัญญาจะส่งให้ไทยเดือนละกี่ล้านโดส

ตั้งแต่แรกที่เราลงนามระหว่างกระทรวงสาธารณสุข เอสบีเอส กับแอสตร้าเซนเนก้า เราบอกว่าซัพพลายเชนนี้มีขึ้นในไทย สำหรับไทยและสำหรับภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ นั่นเป็นเรื่องสำคัญเพราะซัพพลายเซนที่นี่เป็นที่สุดท้ายในเครือข่ายของเรา เราสัญญาว่าเราจะแบ่งปันวัคซีน 30% ให้กับไทยทุกเดือน ส่วนที่เหลือเราจะส่งออกให้กับประเทศในภูมิภาค เพราะโรคระบาดเกิดขึ้นในทุกประเทศ และไม่ใช่เรื่องที่เราจะต่อสู้กับมันได้เพียงลำพัง แต่เราต้องต่อสู้กับมันด้วยกัน

นี่คือสิ่งที่คนไทยควรภูมิใจกับบทบาทของไทยในการต่อสู้กับโควิด-19 ในภูมิภาค ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมาก เราพูดในจดหมายว่าเราน่าจะส่งวัคซีนให้ไทยเฉลี่ยเดือนละ 5-6 ล้านโดสต่อเดือน ซึ่งเราก็ส่งให้กับไทยได้ตามนั้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับเราคือการนำส่งวัคซีนให้กับไทยเพื่อให้คนสามารถฉีดวัคซีนให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้ ในสัปดาห์แรกของเดือนตุลาคม เรามีแผนจะส่งมอบวัคซีน 2.2 ล้านโดสให้กับไทย เห็นได้ชัดเจนว่าเราเพิ่มจำนวนการผลิตและส่งมอบให้กับไทยเพิ่มมากขึ้น

๐พูดถึงคุณภาพของวัคซีนที่ผลิตได้ในไทย มันเหมือนกับที่ผลิตได้ในที่อื่นอย่างอังกฤษหรือยุโรปหรือไม่

ดีใจที่ถามคำถามนี้ เพราะนี่คือเรื่องหนึ่งที่เราถูกถามเยอะมาก และสื่อไทยก็มีการรายงานข่าวเรื่องนี้บ่อยๆ ไม่มีอะไรสำคัญสำหรับแอสตร้าเซนเนก้าไปมากกว่าความปลอดภัยของคนไข้และคุณภาพของยาของเรา วัคซีนที่เราผลิตในโรงงานทั้ง 25 แห่งจะมีการตรวจสอบคุณภาพอย่างเข้มงวดเหมือนกันทุกแห่ง เราต้องทำการทดสอบมากกว่า 60 ครั้ง ในขั้นตอนการผลิตวัคซีนซึ่งใช้เวลา 120 วัน ครึ่งหนึ่งของมันหรือ 60 วันใช้ไปกับการทดสอบ ซึ่งทำขึ้นเหมือนกันทั้งในสหรัฐ อังกฤษ และในห้องแล็บในไทย

สิ่งสำคัญคือทุกคนสามารถเชื่อถือในคุณภาพของวัคซีนได้ แอสตร้าเซนเนก้าจะไม่ปล่อยวัคซีนออกไปถ้ามันไม่ได้มีคุณภาพเดียวกัน บางครั้งนั่นอาจทำให้เกิดความล่าช้าในการส่งมอบวัคซีนให้กับกรมควบคุมโรค เพราะมันใช้เวลา มีเอกสารที่ต้องดูกันเป็นพันๆ หน้าเกี่ยวกับการตรวจสอบคุณภาพของวัคซีน ดังนั้นทุกคนสามารถมั่นใจได้ว่าคุณภาพของวัคซีนจะเหมือนกันไม่ว่าจะผลิตในอังกฤษหรือในไทย

สิ่งที่อยากแบ่งปันกับทุกคนคือเมื่อ 2 สัปดาห์ที่ผ่านมา โรงงานผลิตวัคซีนของเอสบีเอสเพิ่งได้รับการรับรองโดยหน่วยงาน Therapeutic Goods Administration (TGA) ของออสเตรเลีย และเรากำลังรอการอนุมัติจากองค์การอนามัยโลกซึ่งเราคาดว่าจะมีการประกาศรับรองในเร็วๆ นี้

๐หากคุณภาพวัคซีนเป็นแบบเดียวกัน ทำไมองค์การอนามัยโลกยังไม่รับรองแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในไทย หรือแม้แต่ในอังกฤษก็ยังไม่รับรองเช่นกัน

มันอยู่ที่การจัดวางความสำคัญ สิ่งที่บริษัทของเราในไทยให้ความสำคัญในตอนแรกคือการสร้างซัพพลายเชนและเครือข่าย ซึ่งเราได้เริ่มส่งมอบให้กับคนไทย เมื่อการส่งมอบวัคซีนเป็นไปด้วยดีแล้วตอนนี้เราก็มุ่งไปที่การได้รับการอนุมัติตามกฎข้อบังคับ ซึ่งมันไม่ใช่สิ่งที่จะเกิดขึ้นได้เร็ว แต่เป็นกระบวนการที่ซับซ้อนและต้องใช้เอกสารรวมถึงหลักฐานต่างๆ ที่แอสตร้าเซนเนก้าต้องยื่นประกอบเป็นจำนวนมาก

เรายินดีที่ TGA ของออสเตรเลียรับรองโรงงานของเอสบีเอสแล้ว นั่นเป็นสิ่งสำคัญสำหรับไทยที่จะก้าวไปข้างหน้าให้ไกลกว่าโควิด-19 ที่บริษัทข้ามชาติต่างๆ พากันมาสร้างซัพพลายเซนในไทย ที่ได้รับการยอมรับและรับรองจากหน่วยงานกำลับดูแลที่เข้มงวดแล้ว จึงน่าจะมีบริษัทข้ามชาติจำนวนมากที่มั่นใจในศักยภาพของประเทศไทย และเป็นโอกาสในการลงทุนที่ดีในอนาคต

๐แต่ขณะนี้อังกฤษก็ยังไม่รับรองวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าที่ผลิตในไทย และทำให้คนฉีดวัคซีนจากไทยไม่สามารถเดินทางเข้าอังกฤษได้

ในคำแนะนำของอังกฤษมันไม่ใช่แค่เรื่องวัคซีน ดูตัวอย่างเช่นมาเลเซียหรือไต้หวัน ซึ่งเอสบีเอสก็ผลิตวัคซีนป้อนให้เช่นกัน ก็ได้รับการรับรองจากอังกฤษ เมื่อคุณพูดว่าวัคซีนไม่ได้รับการยอมรับ ความจริงแล้วมันไม่ใช่แค่ตัววัคซีนเท่านั้น แต่มันยังรวมถึงวัคซีนพาสปอร์ต แต่ผมทราบว่ารัฐบาลทั้งสองประเทศกำลังทำงานร่วมกันเพื่อแก้ไขปัญหาในเรื่องนี้

๐บริษัทได้ทำอะไรในเรื่องนี้ด้วยไหม

งานของเราคือการทำให้ได้รับการอนุมัติตามกฎข้อบังคับ คือการยื่นเรื่องต่อองค์การอนามัยโลกให้รับรองโรงงานของเรา หน้าที่ของเราในไทยคือการผลิตและทำการส่งมอบวัคซีน และทำให้ได้รับการรับรองจากหน่วยงานในออสเตรเลียและองค์การอนามัยโลก ส่วนของหน่วยงานอังกฤษเป็นเรื่องที่รัฐบาลไทย กระทรวงสาธารณสุข และกรมควบคุมโรค จะต้องทำงานร่วมกันเพื่อให้ได้รับการรับรอง

๐เท่าที่บริษัททำการศึกษา การฉีดวัคซีนหลายยี่ห้อไขว้กันอย่างที่ทำในไทยขณะนี้มีความปลอดภัยมากน้อยเพียงใด

หน้าที่ของแอสตร้าเซนเนก้าคือการผลิตวัคซีนที่ปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ ส่วนที่ว่าจะมีการนำวัคซีนไปใช้อย่างไรเป็นการตัดสินใจของกระทรวงสาธารณสุขและรัฐบาล ภายใต้การทำงานร่วมกันกับสถาบันวิชาการในประเทศ แอสตร้าเซนเนก้าได้พูดคุยกับกรมควบคุมโรคเพื่อให้แน่ใจถึงประสิทธิภาพของวัคซีนเท่านั้น ไม่ว่ากรมควบคุมโรคจะบริหารจัดการวัคซีนอย่างไรก็ตาม ในแง่ของบริษัท เราสามารถพูดได้ว่าจากหลักฐานล่าสุดในอังกฤษ การฉีดวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้า 2 โดสจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันไวรัสกลายพันธุ์เดลต้าได้ถึง 92% ซึ่งน่าจะทำให้คนมั่นใจถึงประสิทธิภาพในการป้องกันของวัคซีนได้

๐จริงหรือไม่ที่มีข่าวว่ามีการปรับสูตรวัคซีนเพื่อแก้ไขปัญหาลิ่มเลือดอุดตัน

หากเราดูว่ามีการใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าไปแล้วกว้างขวางถึงกว่า 1,300 ล้านโดสในกว่า 170 ประเทศ สิ่งที่เราเห็นคือวัคซีนมีประสิทธิภาพสูง ตัววัคซีนเองปลอดภัยสูงในการใช้และสามารถรับมือกับโรคได้ เรายังคงผลิตวัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าต่อไป สิ่งที่เรามุ่งความสนใจคือการนำส่งวัคซีนหลายพันล้านโดส และมุ่งความสนใจไปที่การนำส่งวัคซีน 61 ล้านโดสให้กับรัฐบาลไทยได้ในปีนี้

ข้อมูลจากการทดลองทางคลีนิคที่แอสตร้าเซนเนก้าศึกษา มีหลักฐานว่าผู้ป่วยหลายล้านคนซึ่งได้รับวัคซีนได้แสดงให้เห็นแล้วว่าวัคซีนมีประสิทธิภาพและคนทั่วไปสามารถใช้ในการป้องกันโควิดได้

๐ตอนนี้บริษัทกำลังทำอะไรต่อไป กำลังพัฒนาวัคซีนเจนเนอเรชั่นใหม่หรือไม่

ธุรกิจหลักของแอสตร้าเซนเนก้าในไทย 3 เรื่องหลัก คือ 1.เรื่องหัวใจและหลอดเลือด ไต และเมทาบอลิซึม 2.เรื่องเนื้องอก และ 3.ระบบการหายใจ ภูมิคุ้มกัน และโรคติดเชื้อ เรามีงานใหญ่ในไทยที่จะทำให้มั่นใจว่าคนไข้เข้าถึงการรักษา และมีนวัตกรรมต่างๆ เมื่อผมมารับตำแหน่งประธานแอสตร้าเซนเนก้าในไทยใหม่ๆ ชื่อของเราไม่เป็นที่รู้จักมากนักในไทย แต่ตอนนี้คนไข้จำนวนมากหลายล้านคนทานยาของแอสตร้าเซนเนก้านอกเหนือจากวัคซีน ในปลายปีนี้จะมีคนไทยราว 40% ที่บริโภคยาของแอสตร้าเซนเนก้า ซึ่งจะทำให้เห็นบทบาทที่สำคัญของเราในเรื่องการดูแลสุขภาพของคนไข้

ยังมีงานใหญ่ที่เราต้องทำต่อไปในไทย อย่างโรคหอบหืดซึ่งมีคนราว 30% ในไทยที่ป่วยด้วย โรคนี้ โรคไตเรื้อรังที่น่าจะมีผู้ป่วยถึง 8 ล้านคนที่ยังไม่ได้รับการวินิจฉัยว่าเป็นโรค หรือมะเร็งปอดที่เป็นมะเร็งซึ่งคนไทยเป็นมากที่สุดเป็นลำดับ 3 ซึ่งมีราว 24,000 เคสต่อปี ความรับผิดชอบใหญ่ของเราคือให้แน่ใจว่าคนไข้จะเข้าถึงยาเพื่อให้อาการดีขึ้น

เมื่อพูดถึงวัคซีน เรามีกำลังพัฒนาบูสเตอร์วัคซีน หรือวัคซีนรุ่นใหม่ที่เรียกว่า AZD2816 ซึ่งอยู่ในขั้นตอนการทดลองทางคลีนิคขั้นที่ 2 หรือ 3 ซึ่งคาดว่าจะทราบผลในช่วงครึ่งปีหลังนี้ โดยพื้นฐานแล้วนี่เป็นวัคซีนประเภทไวรัลเวคเตอร์เช่นเดียวกัน แต่มีการปรับในส่วนที่เกี่ยวกับสไปค์โปรตีนเพื่อให้สามารถรับมือกับเชื้อกลายพันธุ์เดลต้าได้

๐สถานการณ์ในไทยเมื่อเทียบเคียงกับอังกฤษเป็นอย่างไร เพราะเรามีความคล้ายคลึงกันหลายอย่าง อาทิ จำนวนประชากร หรือใช้วัคซีนแอสตร้าเซนเนก้าเหมือนกัน

ผมว่าสถานการณ์ของไทยกับในอังกฤษคล้ายคลึงกันอยู่มาก การกระจายวัคซีนเองก็คล้ายกันมากในแง่ของยุทธศาสตร์การจัดลำดับของกลุ่มคนที่จะได้รับวัคซีนก่อนหลัง คือเริ่มต้นจากกลุ่มเสี่ยง ดูจากอายุและความเสี่ยงก่อนจะค่อยๆ ขยายไปยังกลุ่มอื่นๆ รวมไปถึงเรื่องของประเภทของวัคซีนที่นำมาใช้กันในสองประเทศ ส่วนเรื่องการกำหนดยุทธศาสตร์ของการควบคุมโรคก็ขึ้นกับรัฐบาลแต่ละประเทศจะเลือกใช้ แต่ทั้งสองประเทศมีความคล้ายคลึงกันมาก

๐เห็นว่าสถานการณ์มีแนวโน้มที่ดีขึ้นไหม

ถ้ามองไปที่การกระจายวัคซีน เรื่องเทคโนโลยีของวัคซีนที่นำมาใช้จะเห็นผลลัพธ์ได้ชัด ยิ่งคนได้รับวัคซีนมากขึ้นเท่าใดก็จะเห็นจำนวนคนป่วยหนักต้องเข้าโรงพยาบาล หรือเสียชีวิต ลดลงอย่างเห็นได้ชัด ซึ่งเป็นเรื่องน่ายินดีสำหรับทุกคนในการทำให้ประชากรทุกคนได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง เพราะไม่เพียงเป็นประโยชน์ต่อตัวบุคคล ยังเป็นประโยชน์สำหรับประชากรทั้งประเทศอีกด้วย

๐ก้าวต่อไปของแอสตร้าเซนเนก้าในประเทศไทย

น่าตื่นเต้นมาก ก่อนอื่นต้องบอกตรงไปตรงมาก่อนว่า ความสำคัญลำดับแรกสุดของเราก็คือ ทำให้แน่ใจว่าจะสามารถส่งมอบวัคซีนให้กับประเทศไทยได้ตามพันธะที่ทำไว้ในปีนี้ เราจะไม่หยุดจนกว่าทุกคนในไทยจะได้รับวัคซีนเหล่านี้ได้ทั่วถึง ในแง่ของอนาคต อย่างที่ได้พูดไว้เราต้องการเข้ามามีบทบาทสำคัญในการพลิกโฉมเชิงคุณภาพในแวดวงที่เราเกี่ยวข้อง

ประสบการณ์ที่ผ่านมาแสดงให้เห็นว่าไทยมีองค์ประกอบต่างๆ พร้อมต่อการกลายเป็นศูนย์กลางของนวัตกรรมทางด้านไบโอเทคโนโลยีของภูมิภาคได้ เมื่อคุณคำนึงถึงในแง่ตำแหน่งที่ตั้งของประเทศ คุณภาพในเชิงปฏิบัติของสถาบันการศึกษาและบริษัทธุรกิจต่างๆ ในประเทศ ทุกอย่างมีพร้อมในประเทศนี้ ที่เราต้องการคือการทำงานร่วมกันระหว่างเอกชนกับสถาบันวิชาการอย่างเป็นหุ้นส่วนเพื่อเป็นการขับเคลื่อนนวัตกรรมขึ้นอย่างแท้จริงในประเทศ

แอสตร้าเซนเนก้ามองไทยว่าเป็นศูนย์กลางในการทดลองเชิงคลินิคเกี่ยวกับโรคเรื้อรัง เรามีโครงการศึกษาวิจัยอยู่มากถึง 45 โครงการในไทย ไทยมีศักยภาพในการเป็นประเทศที่พัฒนาและผลิตยาที่มีคุณภาพและมีประสิทธิภาพของเราได้ ผมคิดว่านั่นคือสิ่งที่ภาคเอกชนและสถาบันทางวิชาการสามารถทำงานร่วมกันได้ แอสตร้าเซนเนก้ายินดีต่อการทำหน้าที่และมีบทบาทสำคัญในการพัฒนาให้ไทยกลายเป็นศูนย์กลางของวิทยาศาสตร์การแพทย์ในอนาคต

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ปคบ.รวบผัว-เมียแสบ เปิดเฟซบุ๊กหลอกขายของออนไลน์ ผู้เสียหายมากกว่า 30 ราย พบประวัติภรรยาถูกจับมาแล้ว 3 ครั้ง
บทความถัดไป“พฤกษา” ลุยโอน 7 โครงการเด็ด มูลค่ากว่า 1.1 หมื่นล.พร้อมบริการที่ปรึกษากู้บ้านจากแบงค์พันธมิตร