“เมิร์ค” เผยผลทดลองยาเม็ดลดป่วยหนัก-เสียชีวิตได้ 50 % เล็งขออนุมัติใช้รักษาโควิด

(Merck & Co. via AP)

“เมิร์ค” เผยผลทดลองยาเม็ด “โมลนูพิราเวียร์” ลดป่วยหนักหรือ เสียชีวิตได้ 50 เปอร์เซ็นต์ เล็งขออนุมัติใช้รักษาโควิด

เอพีรายงานว่า เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม เมิร์ค บริษัทผู้ผลิตยายักษ์ใหญ่ เผยแพร่ผลการทดลองใช้ยาเม็ด “โมลนูพิราเวียร์” สำหรับรับประทานเพื่อรักษาโรคโควิด-19 ซึ่งเมิร์ค พัฒนาขึ้นร่วมกับ ริดจ์แบค ไบโอเทราพิวติคส์ ที่แสดงให้เห็นว่า ยาเม็ด โมลนูพิราเวียร์ดังกล่าวสามารถลดการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตของผู้ที่ติดเชื้อโควิด-19 ลงได้ถึงครึ่ง และเตรียมยื่นเรื่องขออนุญาตใช้งานทั้งในสหรัฐอเมริกาและทั่วโลกในเร็วๆ นี้

หากยาเม็ดของเมิร์ค ผ่านการอนุญาตดังกล่าว จะทำให้ โมลนูพิราเวียร์ กลายเป็นยาเม็ดชนิดแรกที่ได้รับอนุมัติให้ใช้เพื่อรักษาผู้ติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งถือเป็นความก้าวหน้าครั้งใหญ่ในการต่อสู้กับโรคระบาดใหญ่นี้ เพราะช่วยให้ผู้ติดเชื้อสามารถรับประทานยารักษาตัวเองได้ที่บ้านตามคำสั่งแพทย์ ไม่จำเป็นต้องเดินทางไปรับยาฉีดหรือยารักษาซึ่งต้องให้ผ่านท่อน้ำเกลือในโรงพยาบาลอีกต่อไป

เมิร์ค ระบุว่า การทดลองดังกล่าวใช้กลุ่มตัวอย่าง เป็นผู้ใหญ่ 775 คน ซึ่งติดเชื้อโควิด-19 แล้วแสดงอาการตั้งแต่เล็กน้อยไปจนถึงอาการปานกลาง แต่ถือเป็นผู้ป่วยกลุ่มเสี่ยง เนื่องจากเป็นผู้ที่มีปัญหาสุขภาพอื่นรวมอยู่ด้วยทั้งหมด อาทิ โรคอ้วน, โรคเบาหวาน หรือโรคหัวใจ

โดยหลังจากให้รับประทานยา โมลนูพิราเวียร์ ภายใน 5 วันนับตั้งแต่เริ่มแสดงอาการ ผู้ป่วยในกลุ่มที่ได้รับยาเพียงแค่ 7.3 เปอร์เซ็นต์เท่านั้นที่ต้องเข้ารับการรักษาตัวในโรงพยาบาล และไม่มีผู้ใดเสียชีวิต เมื่อเทียบกับกลุ่มตัวอย่างควบคุม ที่ได้รับ ยาหลอก หรือ พลาเซโบ ซึ่งต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาล ถึง 14.1 เปอร์เซ็นต์ และมีผู้เสียชีวิตในกลุ่มที่ได้รับยาหลอกอีก 8 คนอีกด้วย

เอพีระบุว่า กลุ่มผู้เชี่ยวชาญทางการแพทย์อิสระซึ่งเฝ้าติดตามการทดลองดังกล่าว เสนอให้ยุติการทดลองไว้ก่อนโดยเร็ว เนื่องจากผลทดลองที่ได้สูงมาก โดยทางบริษัท กำลังหารืออยู่กับ สำนักงานอาหารและยา (เอฟดีเอ) ของสหรัฐอเมริกา เพื่อเตรียมยื่นข้อมูลให้ทางเอฟดีเอ พิจารณาให้ความเห็นชอบในการใช้ยาเม็ดนี้รักษาผู้ป่วยโควิดภายในอีกไม่กี่วันข้างหน้านี้

ดร. ดีน วาย ลี่ รองประธานฝ่ายวิจัยของเมิร์คยอมรับว่า ผลการทดลองออกมาเกินความคาดหมายมาก เนื่องจากการลดอัตราการเข้าโรงพยาบาลหรือการเสียชีวิตได้ถึง 50 เปอร์เซ็นต์นั้นนับว่าสูงมาก ถือว่าเป็นผลวิจัยในคนที่ส่งผลกระทบอย่างมีนัยสำคัญทีเดียว

ทั้งนี้ หากยาโมลนูพิราเวียร์ สามารถผ่านการอนุญาตให้ใช้รักษาผู้ป่วยโควิดจากเอฟดีเอได้ รัฐบาลสหรัฐ ต้องจัดซื้อยาเม็ดนี้อย่างน้อย 1.7 ล้านโดส ในขณะที่เมิร์ค ระบุว่า ทางบริษัทสามารถผลิตยาโมลนูพิราเวียร์ได้ราว 10 ล้านโดส ภายในสิ้นปีนี้ และมีสัญญารับซื้อจากรัฐบาลของหลายประเทศทั่วโลกอีกด้วย

ทั้งนี้ ทางเมิร์คเตรียมหาอาสาสมัครอีกกว่า 1,500 คนสำหรับการทดลองโมลนูพิราเวียร์ในคนในขั้นต่อไป แต่คณะผู้เชี่ยวชาญอิสระ แนะนำว่าให้ระงับการทดลองไว้ก่อน เพื่อนำเสนอผลการทดลองเบื้องต้นออกมาก่อน

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ชายวัย 56 หนีออกจากโรงพยาบาลบ้านด่าน บุรีรัมย์ เดินเข้าทุ่งนา 2 วัน ยังตามหาไม่เจอ เชื่อผีบังตา
บทความถัดไป‘วีระศักดิ์’ แชร์ประสบการณ์จัดการขยะ อุดหนุนผ้าไตรจีวร เส้นใยรีไซเคิลจากขุดพลาสติก ถือเป็นการบอกบุญต่อ