เริ่มแล้ว1ต.ค. ให้บริการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ บนหนังสือรับรองนิติบุคคล

นายสินิตย์ เลิศไกร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยว่า ได้สั่งการให้กรมพัฒนาธุรกิจการค้าขยายการให้บริการภาคธุรกิจและประชาชน โดยนำเทคโนโลยี Public Key Infrastructure (PKI) อำนวยความสะดวกในการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ มาใช้ในเอกสารหนังสือรับรองรายการทางทะเบียนนิติบุคคล รับรองสำเนาเอกสารทางทะเบียนนิติบุคคล แทนการลงนามด้วยปากกาของนายทะเบียนหุ้นส่วนบริษัททั่วประเทศ เพื่อให้สอดรับตามแผนพัฒนารัฐบาลดิจิทัลของประเทศไทย ด้านการเพิ่มประสิทธิภาพในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนในทุกช่องทางการบริการ เบื้องต้น ได้นำร่องให้บริการไปแล้วในส่วนกลางที่กรมพัฒนาธุรกิจการค้า สนามบินน้ำ สำนักงานพัฒนาธุรกิจการค้าทั้ง 6 เขต ในกรุงเทพมหานคร และ 5 จังหวัดนำร่อง ได้แก่ นนทบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ นครศรีธรรมราช และอุดรธานี

นายทศพล ทังสุบุตร อธิบดีกรมพัฒนาธุรกิจการค้า กล่าวว่า กรมเร่งขับเคลื่อนนโยบายการให้บริการด้วยลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ของนายทะเบียนขยายไปสู่ส่วนภูมิภาคทั่วประเทศ เพื่อเป็นการอำนวยความสะดวกแก่ภาคธุรกิจ ลดการเดินทาง ลดต้นทุน เสริมสร้างศักยภาพของผู้ประกอบการให้สามารถดำเนินธุรกิจได้อย่างมีประสิทธิภาพ และเกิดประโยชน์ทางเศรษฐกิจต่อทุกภาคส่วน โดยดำเนินการให้สำนักงานพาณิชย์จังหวัดทุกจังหวัดสามารถให้บริการออกหนังสือรับรองและรับรองสำเนาเอกสารนิติบุคคล โดยใช้ลายมือชื่อทางอิเล็กทรอนิกส์ได้ รวมทั้ง ในอนาคตจะสามารถใช้ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ในการให้บริการส่วนอื่นๆ ต่อไป

ทั้งนี้ เพื่อให้ภาคธุรกิจและประชาชนมีความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับการรับรองเอกสารในรูปลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ กรมพัฒนาธุรกิจการค้า ขอให้รายละเอียดเพิ่มเติม ดังนี้ 1.หนังสือรับรองนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ เป็นหนังสือที่รับรองความถูกต้องของข้อความทางทะเบียนที่นิติบุคคลได้ยื่นจดทะเบียนไว้กับกรมพัฒนาธุรกิจการค้า ณ วันที่ออกหนังสือรับรอง ซึ่งรายการทางทะเบียนดังกล่าว นิติบุคคลสามารถจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงได้ตลอดเวลา ด้วยเหตุนี้หนังสือรับรองนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์จึงมีข้อมูลเป็นปัจจุบันจนกว่านิติบุคคลจะมายื่นจดทะเบียนเปลี่ยนแปลงข้อมูลกับกรมฯ

2.ลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ที่นายทะเบียนได้รับรองในหนังสือรับรองและสำเนาเอกสารต่างๆ ได้ผ่านกระบวนการในการดำเนินการตามกฎหมายว่าด้วยธุรกรรมทางอิเล็กทรอนิกส์ทุกขั้นตอน จึงมีผลบังคับใช้เช่นเดียวกับเอกสารทางราชการทั่วไป มีความมั่นคงปลอดภัย สอดคล้อง กับมาตรฐานสากล และสามารถใช้เป็นพยานหลักฐานในกระบวนการตามกฎหมายได้ 3.การตรวจสอบหนังสือรับรองนิติบุคคลทางอิเล็กทรอนิกส์ ผู้ใช้บริการสามารถตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลบนเอกสารที่ออกได้ 3 วิธี ได้แก่ 1. QR Code ซึ่งระบบจะเชื่อมต่อไปที่หน้าตรวจสอบบนเว็บไซต์กรม 2. Micro Text ข้อความขนาดเล็ก ซึ่งไม่สามารถอ่านได้เมื่อมีการถ่ายสำเนา และ 3. ลายน้ำ (Water Mark) สัญลักษณ์ DBD

ปัจจุบันข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2564 กรมได้ออกหนังสือรับรอง และรับรองสำเนาเอกสารทางอิเล็กทรอนิกส์ให้แก่ภาคธุรกิจและประชาชน จำนวน 7,715,752 ราย คาดว่าหลังจากเปิดให้บริการพร้อมกันทั่วประเทศในวันที่ 1 ตุลาคม 2564 จะทำให้การออกหนังสือรับรองมีจำนวนเพิ่มขึ้น

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ในหลวง มีพระราชสาส์นอำนวยพร เนื่องในวันก่อตั้งชาติ สาธารณรัฐเกาหลี
บทความถัดไป‘ณพลเดช’ วอน มส. ทบทวน ปลด 3 เจ้าคณะจังหวัด หวั่นการเมืองแทรกแซง