‘ณพลเดช’ วอน มส. ทบทวน ปลด 3 เจ้าคณะจังหวัด หวั่นการเมืองแทรกแซง

เมื่อวันที่ 3 ตุลาคม ดร.ณพลเดช มณีลังกา อนุกรรมาธิการฯ พุทธศาสนาฯ สภาผู้แทนราษฎร เปิดเผยกรณีมีเอกสารแจ้งที่ประชุม เมื่อวันที่ 30 กันยายน ที่ผ่านมาของมหาเถรสมาคม (มส.) เรื่องคำสั่งแต่งตั้งพระสังฆาธิการ 30 รูป และถอดถอน/แต่งตั้งใหม่เจ้าคณะจังหวัด 3 รูป โดยหนึ่งในนั้นมีพระเทพสารเมธีว่า จากที่เคยบวชที่วัดบวรนิเวศวิหารเป็นลูกศิษย์ในสายธรรมยุติ ได้มีเครือข่ายลูกศิษย์ลูกหาในพระเทพสารเมธี ที่เป็นลูกศิษย์สายธรรมยุติเช่นกันได้ร้องเรียนมายังตนถึงความไม่ชอบธรรมหลังการปลดครูบาอาจารย์ที่นับถือ ตนได้เพียงแต่แจ้งไปว่าไม่ได้อยู่ในอำนาจหน้าที่ของตน ทั้งนี้ทราบอย่างซึ้งใจ หากพระอุปัชฌาย์อาจารย์ ที่เคยร่ำเรียนศึกษาอยู่ด้วยหากถูกปลดโดยพ้นวิสัยโดยไม่มีเหตุผล ก็จะออกมาปกป้องขอคำชี้แจงจาก มหาเถรสมาคมเหมือนลูกศิษย์วัดโสภณพัฒนาราม (วัดภูปูนในฝัน) จ.จังหวัดกาฬสินธุ์ เช่นกัน เพราะสิ่งนี้เป็นการสร้างความด่างพร้อยให้กับท่าน ลูกศิษย์ลูกหาบางส่วนมิได้เป็นเพียงบุคคลสามัญแต่กลับมีพระเถระที่ยกประเด็นขึ้นโดยอ้างถึงปฏิปทาการอยู่ในศีลในธรรมของพระเทพสารเมธี เป็นลูกศิษย์หลวงปู่เทสก์ เทสรังสี เป็นพระป่าสายพระอาจารย์มั่น ภูริทตฺโต ที่เป็นพระปฏิบัติดีปฏิบัติชอบ การปลดท่านโดยไม่มีอธิกรณ์จึงเป็นสิ่งที่ทุกฝ่ายสงสัย อีกทั้งมีการนำพระสงฆ์ที่จะมาเป็นเจ้าคณะจังหวัดแทน ชาวบ้านใช้คำว่า “โยกข้ามห้วย” เป็นพระจากจังหวัดหนองคายเป็นคนละจังหวัดกันไม่มีวิถีแห่งโบราณกาลเขาทำกัน

ดร.ณพลเดช กล่าวต่อไปว่า จากความเคลื่อนไหวของเจ้าคณะจังหวัดข้างต้น ได้ทราบในเชิงลึกว่ามีการเคลื่อนไหวเพื่อปลดก่อนหน้านี้กว่าหนึ่งเดือนแล้ว ทั้งนี้ยังหวั่นถึงการปลดทั้ง 3 เจ้าคณะจังหวัด ซมีข้อพิรุธหลายประการว่าอาจมาจากฝ่ายการเมืองอยู่เบื้องหลังในการปลดครั้งนี้ ด้วยเริ่มตั้งแต่การแก้พระราชบัญญัติ คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ใน (ฉบับที่ 4) พ.ศ.2561 มีการเพิ่มมาตรา 20/2 ทั้งวรรคหนึ่ง และวรรคสอง โดยมีผู้รับสนองพระราชโองการคือ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หลังจากนั้นกระบวนการนำเสนอชื่อไม่มีเสนอเจ้าคณะจังหวัดที่จะปลดและแต่งตั้งใหม่ผ่านมาเป็นลำดับชั้นเหมือนในอดีต แม้ชั้นของกรรมการมหาเถรสมาคมก็มิได้ทราบเรื่องแต่อย่างใด และที่น่าแปลกใจกว่านั้น การปลดเจ้าคณะจังหวัดนครศรีธรรมราชและเชียงราย เป็นการแต่งตั้งโดยไม่ได้ปลดเจ้าคณะจังหวัดองค์เดิม การปลดก็ต้องใช้ระเบียบมหาเถรสมาคมที่ถือเป็นกฎหมายชนิดหนึ่งซึ่งมิใช่เป็นเรื่องง่ายในการปลดแล้วจะต้องทำอย่างไร อีกทั้งในการประชุมมหาเถรสมาคมครั้งที่ผ่านมา มีการแจ้งระเบียบวาระที่ 4 “เป็นเอกสารเรื่องเสนอเพื่อทราบ ในเรื่องการแต่งตั้งพระสังฆาธิการให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะจังหวัด” เพียงเท่านั้น ทั้งนี้ตนได้สอบถามไปยังพระมหาเถรสมาคมหลายรูป ได้ทราบว่าประเด็นนี้ไม่ได้ลงมติแต่อย่างใด เพียงแต่บอกให้ทราบเฉยๆ และการบันทึกประชุมก็มีเพียงบอกว่า “ที่ประชุมรับทราบ” และมีการส่งไม้ไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติเพื่อดำเนินการ จึงเห็นว่าอาจมีฝ่ายการเมืองเข้ามาแทรกแซงเพราะมีการวางแผนเป็นขั้นเป็นตอน ขณะนี้ได้ทราบถึงการเคลื่อนไหวของพระป่าที่จะเดินทางมายังกรุงเทพฯ เพื่อร้องขอความเป็นธรรม เห็นว่าจะทำให้วงการพุทธศาสนาเสื่อมถอยกันไปอีก หากมหาเถรสมาคม ในฐานะผู้ปกครองสูงสุดไม่ออกมาแก้ไขและผลของการกระทำทำให้สงฆ์แตกแยกอาจเป็นกรรมหนักถึงขั้นเป็นสังฆเภทตามที่พระพุทธเจ้าบัญญัติได้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เริ่มแล้ว1ต.ค. ให้บริการลงลายมือชื่ออิเล็กทรอนิกส์ บนหนังสือรับรองนิติบุคคล
บทความถัดไป‘ผู้การชาติ’ ท้า 13 ส.ส.ใต้ พปชร. พูดตัวต่อตัว เคยชวนย้ายพรรคไหม เตือน ‘รงค์’ อย่าอวดเก่ง