โฆษกบช.น.แถลงเน้นย้ำ”บิ๊กราญ”เตรียมกำลังพล-ยุทโธปกรณ์รักษาความสงบผู้ชุมนุมภายใต้กรอบกม.

โฆษกบช.น.แถลงเน้นย้ำ”บิ๊กราญ”เตรียมกำลังพล-ยุทโธปกรณ์รักษาความสงบผู้ชุมนุมภายใต้กรอบกม.เผย 3 กลุ่มม็อบที่ผ่านมาไม่วุ่ยวาย เว้นทะลุแก๊ซดินแดงเหมือนเดิม

เมื่อเวลา 10.50 น. วันที่ 4  ตุลาคม ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.) พล.ต.ต.จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. ฐานะโฆษกบช.น. พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษก ตร. ร่วมกันเปิดเผยว่าสถานการณ์การชุมนมในวันนี้ พล.ต.ต.จิรสันต์  กล่าวว่ามีการนัดรวมตัวของกลุ่มผู้ชุมนุม 3 จุด จุดแรกเป็นจุดพลเมืองโต้กลับบริเวณหน้าศาลฎีกาเวลา 17.30 น.  กลุ่มสลัม 4 ภาคบริเวณกระทรวงคมนาคม เวลา 08.30 น. กลุ่มปฏิวัติการศึกษาไทย บริเวณกระทรวงศึกษาธิการ เวลา 16.00 น. และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบทะลุแก๊ซ บริเวณแยกดินแดง เวลา 17.30 น.  ทั้งนี้ทาง พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผู้บัญชาการตำรวจนครบาล(ผบช.น.) จัดเตรียมกำลังพลและยุทโธปกรณ์ เพื่อเข้าดำเนินการรักษาความสงบเรียบร้อยในการชุมนุมดังกล่าว โดยเน้นย้ำให้ปฏิบัติภายใต้กรอบกฎหมาย และคำนึงถึงความปลอดภัยของประชาชนมากที่สุด ขอให้ประชาชนหลีกเลี่ยงการชุมนุมบริเวณที่มีการชุมนุมดังกล่าว

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวอีกว่า ส่วนเหตุการณ์เมื่อวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมา กลุ่มพลเมืองโต้กลับ,  กลุ่มเครือข่ายรามคำแหงเพื่อประชาธิปไตย และกลุ่มปฏิวัติการศึกษาไทย การชุมนุมของทั้ง 3 กลุ่มนี้ เป็นไปด้วยความเรียบร้อยไม่มีความวุ่นวายเกิดขึ้นแต่อย่างใด ส่วนของกลุ่มที่ก่อความไม่สงบ กลุ่มทะลุแก๊ซประมาณ 30 คน ทำการชุมนุมที่บริเวณซอยมิตรไมตรี 2 เมื่อเวลา 20.00 น. โดยมีผู้ร่วมชุมนุมประมาณ 30 คน โดยขว้างปาประทัดและพลุไฟ เพื่อยั่วยุเจ้าหน้าที่อย่างต่อเนื่อง กระทั่งเวลา 22.44 น. เจ้าหน้าที่ประกาศแจ้งเตือน ผู้ก่อความไม่สงบให้ยุติการกระทำเนื่องจากเป็นความผิดตามกฎหมาย และเสี่ยงต่อการแพร่โรคระบาด ก่อนเจ้าหน้าที่เข้าดำเนินการระงับเหตุดังกล่าว และกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบยุติการรวมตัวกันในเวลาประมาณ 02.26 น.  อย่างไรก็ตาม  ตั้งแต่เดือน ก.ค.2563 จนถึงปัจจุบันมี มีคดีที่เกี่ยวข้องกับการชุมนุม ในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ทั้งสิ้น 579 คดี ขณะนี้ทำการสอบสวนเสร็จสิ้นและสั่งฟ้องไปแล้ว 251 คดี อยู่ระหว่างดำเนินการสอบสวน 328 คดี สำหรับในรอบวันที่ 3 ต.ค.ที่ผ่านมาจับกุมผู้กระทำความผิด จำนวน 8 คดี และจับกุมผู้ต้องหาได้ จำนวน 13 คน

ส่วนกรณีการจับกุมผู้กระทำผิดเกี่ยวกับการชุมนุมเพิ่มเติมนั้น พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่าวันนี้เวลาประมาณ 06.00 น. มีชายจำนวน 4 คน ขี่รถ จยย.ซ้อน 4 ขับขี่มาจากแยกประตูน้ำ มุ่งหน้ามาแยกราชประสงค์ ขว้างปาวัตถุคล้ายระเบิดใส่รถเจ้าหน้าที่สายตรวจสน.ลุมพินี แล้วพากันหลบหนี ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการจับกุมผู้ก่อเหตุดังกล่าวได้ 3 คน หลบหนี 1 คน ยังไม่มีข้อมูลอายุเท่าไหร่ พร้อมตรวจยึดของกลาง ลูกแก้ว หนังสติ๊ก และวัตถุคล้ายระเบิดแบบประดิษฐ์เอง หรือระเบิดแสวงเครื่องส่วนประกอบปุ๋ยยูเรีย สะเก็ดหิน โดยศึกษาจากยูทูป ตรวจสอบว่าคล้ายกับที่เกิดเหตุที่สามเหลี่ยมดินแดง เบื้องต้นแจ้งข้อกล่าวหา “ทำร้ายเจ้าหน้าที่ในขณะปฏิบัติหน้าที่ และมีวัตถุระเบิดไว้ในครอบครอง” ส่วนสาเหตุที่ก่อเหตุนั้น ผู้ก่อเหตุรับสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุและคาดว่าเกี่ยวข้องการชุมนุมสามเหลี่ยมดินแดง จะขยายผลสืบสวนว่าเกี่ยวข้องกับใครหรือไม่

โฆษก บช.น. กล่าวอีกว่า ในเวลาประมาณ 01.50 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจงานสายตรวจ 1 กก.สายตรวจ บก.สปพ. ออกตรวจพื้นที่รับผิดชอบ เมื่อถึงบริเวณหน้ามูลนิธิคนตาบอดฯ แขวงทุ่งพญาไท พื้นที่ สน.พญาไท พบผู้ต้องหาขี่รถจักรยานยนต์ฮอนด้า สีฟ้า ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนซ้อนกันมา 3 คนไม่สวมหมวกนิรภัย ซึ่งมีพฤติกรรมน่าสงสัย และอยู่นอกเคหะสถานหลัง 22.00 – 04.00 น. จึงแสดงตัวขอตรวจค้น พบของกลาง ลูกแก้ว พลุ ประทัด หนังสติ๊ก แว่นตากันแก๊ซ หน้ากากกันแก๊ซ จึงนำส่ง สน.พญาไท โดยแจ้งข้อกล่าวหาว่า “ฝ่าฝืน พรก.ฉุกเฉินฯ โดยออกนอกเคหะสถานนอกเวลาที่กำหนด” ในส่วนของผู้ต้องหาที่ 1 ได้แจ้งข้อหาเพิ่มเติม “ไม่มีใบอนุญาตขับขี่, ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนรถ, ไม่แสดงแผ่นป้ายภาษีประจำปี, บรรทุกผู้โดยสารเกินกว่าที่กฎหมายกำหนด และยินยอมให้ผู้โดยสารไม่สวมหมวกนิรภัย” ทั้งนี้ พื้นที่กรุงเทพมหานครเป็นพื้นที่ควบคุมสูงสุดขอให้ระมัดระวังการกระทำที่ผิดกฎหมาย พ.ร.ก.ฉุกเฉินฯ และ พ.ร.บ.ควบคุมโรค จึงขอความร่วมมือประชาชนงดการร่วมกิจกรรมการชุมนุมต่างๆ เพื่อความสงบสุขและความปลอดภัยโดยรวมของประเทศชาติและประชาชน

พล.ต.ต.จิรสันต์  กล่าวกรณีบ้านเป้าหมายที่ค้นไม่มีหมายควบคุมตัววัยรุ่น 1 คนนั้นว่าเหตุเกิดวันที่ 1 ต.ค.ที่ผ่านมา พื้นที่ สน.วังทองหลาง รับแจ้งเหตุมั่วสุมยาเสพติด เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนสน.วังทองหลาง เข้าไปตรวจสอบได้เนื่องจากมีใบอนุญาตของ ป.ป.ส. และตรวจสอบร่วมกับผู้ปกครองของเยาวชนอายุ 14 ปี พบอาวุธปืน และอาวุธมืด จึงดำเนินคดีข้อหามีเครื่องสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนที่พบอุปกรณ์การเสพสารเสพติดแต่ตรวจสารเสพติดแล้วไม่พบ บ้านดังกล่าวเป็นบ้านของบิดา ส่วนการเน้นย้ำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจระมัดระวังบัตร ป.ปส.นั้น พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. เน้นย้ำให้ปฏิบัติตามกรอบของกฎหมาย กรณีตำรวจกระทำความผิดก็ดำเนินคดีโดยเคร่งครัด

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘คลัง’ เผย ผู้ประกอบธุรกิจสินเชื่อพิโกไฟแนนซ์ ลดค่างวด-พักชำระหนี้ช่วงโควิดให้ลูกหนี้ 1.2 หมื่นบัญชี
บทความถัดไปต้อนรับเทศกาลกินเจ 2564 “เจนี้ที่เซเว่น อีเลฟเว่น สะดวก ปลอดภัย อร่อยครบ จบทุกมื้อ