TFG ขยายธุรกิจไก่ รุกธุรกิจสินเชื่อผ่านแอพ “มันนี่ฮับ” เข้าถึงง่าย รู้ผลใน 5 นาที ดอกเบี้ย 2.08%

นายวินัย เตียวสมบูรณ์กิจ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.ไทยฟู้ดส์ กรุ๊ป (TFG) เปิดเผยว่า บริษัท มันนี่ ฮับ เซอร์วิส จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TFG ถือหุ้นในสัดส่วน 88.50% พร้อมเปิดให้บริการธุรกิจประเภทให้สินเชื่อ ตั้งแต่วันที่ 4 ตุลาคมนี้ เป็นต้นไป โดยจะเริ่มให้บริการปล่อยสินเชื่อประเภทสินเชื่อส่วนบุคคลในรูปแบบใหม่ ผ่านแอพพลิเคชั่น “มันนี่ฮับ” ซึ่งเป็นแอพพลิเคชั่นให้บริการสินเชื่อภายใต้การกำกับของธนาคารแห่งประเทศไทย สามารถยื่นกู้ง่ายได้ทุกที่ ทุกเวลา ผ่านแอพพลิเคชั่น รู้ผลไวภายใน 5 นาที เพียงมีเงินเดือน เริ่มต้นแค่ 7,000 บาทต่อเดือนก็ยื่นกู้ได้ทันที โดยไม่ต้องมีคนค้ำประกัน

“ทั้งนี้ มาพร้อมกับบริการที่หลากหลาย เพื่อตอบโจทย์ทุกความต้องการของลูกค้าไม่ว่าจะเป็นสินเชื่อเพื่ออุปโภค บริโภค เพื่อการท่องเที่ยว และเพื่อการประกอบอาชีพ โดยจะมีวงเงินอนุมัติสูงสุด 50,000 บาท ส่วนอัตราดอกเบี้ยเริ่มต้นอยู่ที่ 2.08% ต่อเดือน สามารถเลือกผ่อนชำระได้ตามสะดวกไม่ว่าจะเป็นระยะเวลา 3 เดือน 6 เดือน และ 12 เดือน ซึ่งจะใช้เวลาพิจารณาอนุมัติ และโอนเงินภายใน 1-3 วัน” นายวินัย กล่าวและว่า นอกจากนี้ ลูกค้าที่ชำระค่างวดตรงเวลาจะได้รับประโยชน์เพิ่ม โดยจะได้รับคะแนนสะสมเพื่อแลกเป็นของรางวัลเกรดพรีเมี่ยม สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่ 02-791-1300 หรือ Line Official : @moneyhub”

นายวินัย กล่าวว่า การการทำธุรกิจสินเชื่อในครั้งนี้ เพื่อเป็นการเพิ่มทางเลือกให้กับพนักงาน ลูกค้า เกษตรกร และบุคคลทั่วไปที่ต้องการสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เพื่อนำไปใช้ในการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในช่วงที่เศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงการสร้างโอกาส และเสริมสภาพคล่องให้ธุรกิจรายย่อย สามารถไปต่อได้ จากผลกระทบของการแพร่ระบาดของโควิด-19

สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจของ TFG ในช่วงครึ่งหลังของปีนี้จะมีทิศทางที่ดีขึ้นจากช่วงครึ่งปีแรก ผลพวงจากการคลายล็อกดาวน์ในประเทศ ส่งผลให้การบริโภคเพิ่มขึ้น โดยเฉพาะธุรกิจส่งออกในไตรมาส 3/2564 เริ่มมีสัญญาณที่ดีขึ้น หากเทียบกับไตรมาส 2/2564 ซึ่งราคาจำหน่ายไก่ส่งออก ปรับตัวเพิ่มขึ้นเล็กน้อย ขณะที่ธุรกิจ Fresh mart เป็นอีกธุรกิจที่เริ่มมีนัยสำคัญมากขึ้น สามารถสร้างรายได้มากขึ้น และบริษัทฯมีแผนขยายสาขา Thai Food Fresh Market Shop ศูนย์จำหน่ายสินค้าอุปโภค บริโภคในเครือบริษัท ในปีนี้เพิ่มประมาณ 70 สาขา จากปัจจุบันอยู่ที่ 40 สาขา จะช่วยเพิ่มช่องทางการจำหน่ายไก่ และสุกรของบริษัทฯให้เข้าถึงผู้บริโภคโดยตรง อีกทั้งยังจะช่วยเพิ่มยอดขาย และสนับสนุนพอร์ตรายได้ให้มีเสถียรภาพอย่างยั่งยืน โดยครึ่งปีแรกมีการขยายสาขาแล้ว 17 สาขา ซึ่งพบว่ามีผลตอบรับที่ดีอย่างน่าสนใจ ทำให้มั่นใจว่าจะเป็นอีกหนึ่งในธุรกิจที่จะมีการเติบโตได้อย่างต่อเนื่อง

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้วอลเลย์บอลหนุ่มไทยพ่ายคิวบาจบอันดับ 12 ชิงแชมป์โลก
บทความถัดไปอดีตรมว.คลัง ซัด รบ.บริหารประเทศสะเปะสะปะ ขาดโมเมนตัม มาตรการฟื้นฟูท่องเที่ยวเกิดยาก