‘UBE’ กางแผนธุรกิจหลังเข้าเทรดตลาดหลักทรัพย์ฯ ปักธง Food Tech ระดับโลก เติบโตต่อเนื่อง 20-30% ต่อปี

นายเดชพนต์ เลิศสุวรรณโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท อุบล ไบโอ เอทานอล จำกัด (มหาชน) (บริษัทฯ) หรือ UBE ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์แปรรูปจากมันสำปะหลังรายใหญ่ของประเทศไทย เปิดเผยว่า หลังจากเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย บริษัทฯ จะเร่งเดินหน้าตามแผนงาน เพื่อเป้าหมายเป็นผู้เล่นรายใหญ่ในธุรกิจอาหารระดับโลก (Food Tech) จากเดิมที่บริษัทฯ เริ่มต้นจากการดำเนินธุรกิจเอทานอลและแป้งมันสำปะหลัง

ปัจจุบัน UBE ได้ปรับกลยุทธ์ด้านพอร์ตสินค้า เน้นสินค้าที่มีความเฉพาะเจาะจงมากขึ้น ทั้งการผลิตเอทานอลที่เป็นเกรดอุตสาหกรรม ซึ่งสามารถนำมาใช้ในสเปรย์และเจลเแอลกอฮอล์ ภายใต้แบรนด์ UBON BIO และ Klar ซึ่งมีความเข้มข้นของแอลกอฮอล์ 70% นำมาใช้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ได้เป็นอย่างดี ขณะเดียวกัน จะขยายพอร์ตสินค้าแป้งมันออร์แกนิค แป้งฟลาวมันสำปะหลังที่เป็นสินค้าเติบโตสูง ซึ่งเป็น High Value Product ภายใต้แบรนด์ “Tasuko” และ “Savvy” สามารถใช้ทดแทนแป้งสาลีในอุตสาหกรรมขนมและเบเกอรี่ โดยวางแผนพัฒนาผลิตภัณฑ์เพื่อทดแทนการใช้แป้งสาลีในทุกมิติ เช่น ขนมปัง เบเกอรี่ เส้นพาสต้า เส้นราเมน ขนมขบเคี้ยว พิซซ่า แป้งชุบทอด เป็นต้น รวมถึงแป้งทางเลือกเพื่อสุขภาพใหม่ที่ไม่มีกลูเตน ปัจจุบันได้พัฒนาผลิตภัณฑ์แป้งผสมสำเร็จรูป แพนเค้ก คุกกี้ และบราวนี่ จำหน่ายในห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ ทำให้ UBE ก้าวสู่ธุรกิจปลายน้ำมากขึ้น จากเดิมที่ทำธุรกิจกลางน้ำ และมีมาร์จิ้นที่เติบโตขึ้นต่อเนื่อง

สำหรับผลการดำเนินงานงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 บริษัทฯ มีรายได้มีจากการขายรวม 2,946.11 ล้านบาท เติบโต 40% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนที่มีรายได้ 2,104.23 ล้านบาท แบ่งสัดส่วนรายได้จากธุรกิจเอทานอล 47% ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง 50% และธุรกิจเกษตรอินทรีย์ 3% โดยการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 เป็นตัวเร่งให้กลุ่มผู้บริโภคหันมาดูแลสุขภาพมากขึ้น ขณะที่กำไรสุทธิงวด 6 เดือนแรกของปี 2564 อยู่ที่ 106.6 ล้านบาท สูงกว่าปี 2563 ที่มีกำไรสุทธิทั้งปี 99.3 ล้านบาท ซึ่งแนวโน้มผลการดำเนินงานครึ่งปีหลังของปี 2564 คาดว่ายังดีอย่างต่อเนื่องทั้งรายได้และกำไร และตั้งเป้าเติบโตอย่างต่อเนื่องปีละ 20-30% ซึ่งจะทำให้นักลงทุนและผู้ถือหุ้นได้เห็นพัฒนาการของบริษัทฯ อย่างแน่นอน

ขณะที่แผนงานระยะยาวภายใน 5 ปีข้างหน้า จะขยายกลุ่มธุรกิจอาหารเพื่อสุขภาพ (Food Tech) มากขึ้น สอดคล้องกับเทรนด์อาหารเพื่อสุขภาพและความต้องการของผู้บริโภค ซึ่งสามารถต่อยอดเพื่อสร้างการเติบโตได้อีกมากและเป็นสินค้าที่มีอัตรามาร์จิ้นดี ตลอดจนมองโอกาสลงทุนใหม่ๆ ทั้งร่วมลงทุน (JV) และเข้าควบรวมกิจการ (M&A) โดยเฉพาะธุรกิจปลายน้ำ และอาจพิจารณาแบรนด์สินค้าที่มีชื่อเสียงจากต่างประเทศเพื่อต่อยอดสินค้ากลางน้ำอีกด้วย

“เรามีความมั่นใจในผลการดำเนินงานของบริษัทฯ เนื่องจากเราได้ปรับพอร์ตธุรกิจให้มีความหลากหลาย ทั้งธุรกิจเอทานอล ธุรกิจแป้งมันสำปะหลัง ธุรกิจเกษตรอินทรีย์ รวมถึงมีทีมผู้บริหารและทีมงานที่แข็งแกร่ง พร้อมมุ่งมั่นบริหารงานอย่างต่อเนื่อง เพื่อผลักดันผลการดำเนินงานเติบโตตามเป้าหมายที่วางไว้ สะท้อนจากผลการดำเนินงานครึ่งปีแรกที่มีรายได้เติบโต 40% โดยเงินที่ได้จาก IPO เราก็จะนำไปลงทุนขยายธุรกิจเพื่อสร้างการเติบโต และขอบคุณนักลงทุน ผู้ถือหุ้น ที่เชื่อมั่นและให้ความไว้วางใจบริษัทฯ ทีมผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานทุกคน โดยบริษัทฯ จะมุ่งมั่นทำผลงานให้ดีและขอให้มั่นใจได้ว่าจะทำงานตามแผนงานต่าง ๆ เพื่อทำให้ UBE เติบโตอย่างยั่งยืน” นายเดชพนต์ กล่าว

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้DIGITAL CONTENT CLUSTER DAY ดึง 3 กูรูไทย-เทศ ชี้ “พิกัดใหม่” โอกาสดิจิทัลคอนเทนท์พันธุ์ไทย
บทความถัดไป‘กรุงไทย’ ไขข้อสงสัย หาก ‘ไม่ยินยอม’ รับดีลฟู้ดเดลิเวอรี่ในแอพพ์เป๋าตัง ก็ ‘ไม่มีผล’ กับการใช้จ่าย