‘ตรีนุช’ ลงพื้นที่สระแก้ว รับฟังปัญหาร.ร. เร่งแก้เตรียมพร้อมเปิดเทอม 2

‘ตรีนุช’ ลงพื้นที่สระแก้ว รับฟังปัญหาร.ร. เร่งแก้เตรียมพร้อมเปิดเทอม 2

เมื่อวันที่ 7 ตุลาคม ที่โรงเรียนบ้านวังบรูพา จ.สระแก้ว น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) พร้อมด้วย นายสุภัาร จำปาทอง ปลัด ศธ. นายอัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) นายสุเทพ แก่งสันเทียะ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (กอศ.) พร้อมด้วยผู้บริหารระดับสูง ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการจัดการเรียนการสอนและรับฟังปัญหาการจัดการศึกษา

น.ส.ตรีนุช กล่าวภายหลังการตรวจเยี่ยมโรงเรียนว่า ตั้งแต่ที่ตนมารับตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการ ศธ. พบโจทย์ท้าทายอย่างมาก เพราะเจอสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 ซึ่งที่ผ่านมา ศธ.ทำงานอย่างหนัก และตั้งใจผลักดันแก้ไขปัญหา เช่น การผลักดันให้ครูรับวัคซีน ซึ่งขณะนี้ครูกว่า 78% ที่ได้รับวัคซีน นอกจากนี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นห่วงการเรียนออนไลน์ของนักเรียนอย่างมาก เพราะเมื่อเรียนออนไลน์เป็นระยะเวลานาน จะทำให้เด็กเกิดความเครียด ผู้ปกครองก็เครียมตามไปด้วย ดังนั้นจะทำอย่างไรให้เปิดภาคเรียนได้เร็วที่สุด โดยศธ. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) เร่งประสานนำวัคซีนไฟเซอร์มาฉีดนักเรียนให้ได้มากที่สุด ซึ่งไฟเซอร์เป็นวัคซีนที่ได้รับการยอมรับจากทั่วโลก และต่างประเทศได้นำวัคซีนนี้ไปฉีดกับเด็กบ้างแล้ว คาดว่าภายในเดือนตุลาคมนี้จะฉีดวัคซีนไฟเซอร์ให้นักเรียนที่แจ้งความประสงค์ต้องการฉีดครบทุกคน นอกจากนี้ ตนได้ประสานนายอนุทิน ชาญวรีกุล รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการ สธ. ดำเนินการฉีดวัคซีนครูควบคู่กับนักเรียนด้วย โดยศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) ประสานครูที่ตกหล่นไม่ได้ฉีดวัคซีน และมีความประสงค์จะฉีดมารับวัคซีนทั่วประเทศ เพราะศธ.ต้องการให้ผู้ที่เกี่ยวข้องกับการศึกษาได้รับวัคซีนอย่างทั่วถึง เพื่อเปิดภาคเรียนที่ 2 ในรูปแบบ On Site วันที่ 1 พฤศจิกายน ในโรงเรียนนี้ ภายใต้ความปลอดให้ได้มากที่สุด

“จากการรับฟังปัญหาการจัดการเรียนการสอน พบว่าเด็กมีความเครียดจากการเรียนออนไลน์อย่างมาก ศธ.หารือร่วมกันว่า ไม่อยากให้นักเรียนเครียด จึงได้ข้อสรุปร่วมกันว่า การวัดและประเมินผลในช่วงเวลานี้ จะต้องยืดหยุ่นและสามารถจับต้องได้ด้วย ซึ่งดิฉันจะนำปัญหาที่รับฟังในวันนี้มาเร่งแก้ไข เพื่อช่วยให้โรงเรัยนสามารถเปิดเรียน ในภาคเรียนที่ 2 ต่อไป ” น.ส.ตรีนุช กล่าว

ด้านนายอัมพร กล่าวว่า ขณะนักเรียน และผู้ปกครอง ต้องการมาเรียนในโรงเรียนแล้ว ซึ่งวัคซีนเป็นปัจจัยหนึ่งที่ทำให้เด็กสามารถกลับมาเรียนในโรงเรียนได้ อย่างไรก็ตาม ทางสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) จะจัดทำคู่มือ แนวทางการเปิดเรียนสำหรับนักเรียนระดับชั้นต่างๆ โดยจะมีมาตรการต่างๆ ให้โรงเรียนได้นำไปปฏิบัติ คาดว่าจะสามารถเผยแพร่ได้ภายในสัปดาห์จะ ทั้งนี้อยากให้ครู และผู้ปกครองได้ฉีดวัคซีนครบทุกคนเพื่อให้เด็ก อายุต่ำกว่า 12 ปี อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัย สามารถมาเรียนในโรงเรียนได้

“นอกจากนี้ มองว่าในการเปิดเรียนเดือนพฤศจิกายนนี้ โรงเรียน และครูต้องใช้เวลาในการปรับพฤติกรรมนักเรียนด้วย เพราะนักเรียนได้เรียนออนไลน์มาเป็นระยะเวลานาน เพื่อให้เด็กได้ปรับพฤติกรรมได้ ส่วนการวัดและประเมินผลนักเรียนนั้น ผมมองว่าสามารถยืดหยุ่นได้ จากการเรียนช่วงที่ผ่านมา เด็กได้รับทักษะชีวิต แบะทักษะอาชีพจากพ่อแม่แล้ว ซึ่งในภาคเรียนที่ 2 โรงเรียนอาจจะเน้นการสอนด้านวิชาการ เพื่อให้เด็กมีทักษะวิชาการควบคู่ไปด้วย” นายอัมพร กล่าว

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้‘กมธ.กิจการศาลฯ’ จี้ ‘นายกฯ-รมว.คลัง’ อย่านิ่งนอนใจ ปมประกันโควิดจ่ายช้า
บทความถัดไปสิงห์ชัย อสส.คนใหม่เตรียมแถลงนโยบายไปยังอัยการทั่วประเทศ 11 ต.ค.