TPIPP ปลื้มคว้า 2 รางวัล บริษัทที่มีอิทธพิลสูงที่สุดในเอเชีย-ริเริ่มจัดการขยะครบวงจรดีที่สุด ตอกย้ำความสำเร็จนโยบายยั่งยืน

นายภัคพล เลี่ยวไพรัตน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายบัญชีและการเงิน บริษัท ทีพีไอ โพลีน เพาเวอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ TPIPP ผู้ประกอบธุรกิจโรงไฟฟ้าพลังงานเชื้อเพลิงจากขยะ (RDF) และโรงไฟฟ้าพลังงานความร้อนทิ้งรายใหญ่ที่สุดในประเทศไทย เปิดเผยว่า บริษัทได้รับรางวัล Asia’s Most Influential Companies หรือ บริษัทที่มีอิทธิพลสูงที่สุดในเอเซีย ประจำปี 2021 จากองค์กร Asia Corporate Excellence & Sustainability Awards (ACES) จัดโดย MORS Group ซึ่งเป็นองค์กรด้านสื่อจากประเทศมาเลเซีย ที่มีคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิพิจารณาตัดสินรางวัลแต่ละประเภท จากการประเมินผลงานพร้อมเอกสารหลักฐาน และการสัมภาษณ์ผู้บริหารและทีมงานของแต่ละบริษัทฯ ที่ผ่านการคัดกรอง ตามเกณฑ์การตัดสิน และเปรียบเทียบกับผู้สมัครอื่น ๆ เพื่อเฟ้นหาผู้ชนะในแต่ละประเภทรางวัล โดย TPIPP ถือเป็นหนึ่งใน 3 บริษัทที่ได้รับรางวัลนี้ ซึ่งมีความเชี่ยวชาญด้านผลิตไฟฟ้าและพลังงานจากการกำจัดขยะ รวมถึงเป็นบริษัทฯ ที่มีรูปแบบการดำเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม เป็นมิตรต่อสังคม และมีธรรมภิบาลที่ดี (ESG) ซึ่งตรงตามคอนเซปต์ของ ACES ที่ให้ความสำคัญกับการเติบโตที่ยั่งยืน และการมีผลการดำเนินงานอันเป็นที่ยอมรับของผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้รางวัล Most Innovative Initiative Towards Waste Processing Plant หรือบริษัทที่มีความคิดริเริ่มในการจัดการขยะอย่างครบวงจรที่ดีที่สุด ประจำปี 2021 จัดโดย International Finance Magazine (IFM) นิตยสารด้านธุรกิจและการเงินชั้นนำระดับโลก ซึ่งรางวัลดังกล่าวจะมอบให้บริษัทหรือบุคคลที่มีความโดดเด่นในด้านต่าง ๆ โดยผ่านการพิจารณาคัดเลือกจากคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิที่มีความโปร่งใสและได้รับความเชื่อถือ

“2 รางวัลอันทรงเกียรติที่ TPIPP ได้รับมีความสำคัญเป็นอย่างมาก เพราะสะท้อนให้เห็นถึงความสำเร็จของนโยบายด้านความยั่งยืนที่ บริษัทฯ ได้ดำเนินการมาทั้งหมด โดยเฉพาะการมุ่งเน้นวางแผนเสริมสร้างประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าให้อยู่ในระดับสูงสุดและปลอดภัย เพื่อรองรับความต้องการใช้พลังงานสะอาดของประชากรที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นในอนาคต มุ่งเน้นลดปริมาณการใช้พลังงานจากเชื้อเพลิงฟอสซิล โดยมีขั้นตอนการผลิตพลังงานไฟฟ้าที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ลดปัญหาฝุ่นละออง PM 2.5 และลดปัญหาโลกร้อนจากก๊าซเรือนกระจกที่ส่งผลต่อสภาพอากาศแปรปรวนทั่วโลกในปัจจุบัน รวมถึงการขจัดปัญหาขยะชุมชนอย่างจริงจังเพื่อตอบสนองนโยบายภาครัฐ ในการพัฒนากระบวนการและปริมาณการผลิตพลังงานทั่วประเทศอย่างมั่นคงยั่งยืนต่อไป โดยบริษัทฯเป็นหนึ่งในองค์กรชั้นนำที่ให้ความสำคัญกับนโยบายด้านความยั่งยืน โดยยึดมั่นในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนแบบ ESG และ BCG โดยมุ่งเน้นการเติบโตอย่างสมดุลในทุกมิติ ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม บนพื้นฐานของการกำกับดูแลกิจการที่ดีและโปร่งใส เพื่อเป็นบริษัทที่เติบโตอย่างยั่งยืนได้รับความเชื่อถือในระดับสากล” นายภัคพล กล่าว

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้เก็บตัววันที่ 2 คณะสาวงาม เข้าคลาสเรียนรู้การป้องกันโควิด-ใช้ชีวิตยุคเน็กซ์นอร์มัล
บทความถัดไปในหลวง พระราชินี พระราชทานสิ่งของ ปชช.บาดเจ็บ จ.นราธิวาส