“TCEB”คลิกออฟ!ไมซ์ปี’65อัดฉีดโปรเจ็กต์ชุดใหญ่ฟื้นรายได้25% “อินเซนทีฟ”ต่างชาติยอดพุ่ง-เอ็กซิบิชั่นในประเทศแจก1ล้าน1งาน

TCEB”ชูธงบุก “อุตสาหกรรมไมซ์” ปี’65 เร่งฟื้นรายได้ 25% จัดขบวน “ไมซ์อินเตอร์” ขานรับนโยบายเปิดประเทศ พบสัญญาณตลาดใหม่มาแรง “อินเซนทีฟ” อินเดีย และงาน IT&CM Asia and CTW Asia-Pacific 2021 เอกชนจับคู่โกยธุรกิจทั่วเอเชียเข้าไทยได้ถึง 110 งาน “ไมซ์ในประเทศ” ชู “ประชุมเมืองไทย” บวก EMTEX จัดเอ็กซิบิชั่นจับคู่ธุรกิจ B to B รับเลย 1 ล้านบาท 1 งาน และอัดฉีดไมซ์ทุกกลุ่มครบวงจรชุดใหญ่ 4 แพกเกจ “Smile Recover/Convene Plus/ Re-Energizing Exhibitions/ Festival Economy

นายจิรุตถ์ อิศรางกูร ณ อยุธยา ผู้อำนวยการ สำนักงานส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการ (องค์การมหาชน) “TCEB เปิดเผยว่า วางกลยุทธ์การตลาดปีงบประมาณ 2565 ตั้งเป้าหมายฟื้นฟูรายได้อุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศกลับมา 25 % ขึ้นไปจากฐานรายได้ปี 2562 ก่อนเกิดการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยชูธงขับเคลื่อน “ตลาดต่างประเทศ” ขานรับนโยบายรัฐบาลเดินหน้าเปิดประเทศ 120 วัน เริ่ม 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป ทีเส็บเห็นสัญญาณกำลังซื้อเข้ามาเพิ่มจากไมซ์ต่างประเทศกลุ่มใหม่ ๆ จึงทำแผนเชิงรุกกระตุ้นตลาด 4 กลุ่มหลัก ประกอบด้วย

ตลาดกลุ่มแรก “อินเซ็นทีฟ” (I : Incentive) การเดินทางเพื่อเป็นรางวัลของบริษัทขนาดใหญ่ต่างประเทศ ทางทีเส็บจะสนับสนุนงบประมาณกับสร้างเสริมประสบการณ์ใหม่ ๆ ด้วยแคมเปญ “SMILE RECOVER” เพื่อโปรโมตประเทศไทย ขณะนี้ “อินเดีย” มีอินเซ็นทีฟเดินทางเข้าไทยทันทีที่ทุกอย่างพร้อม

ล่าสุดทีเส็บร่วมกับสมาคมส่งเสริมการประชุมนานาชาติ (ไทย) นำผู้ประกอบการไมซ์ 20 ราย เข้าร่วมงาน IT&CM Asia and CTW Asia-Pacific 2021 Virtual  เมื่อ 28-30 กันยายน 2564 เป็นงานเทรดโชว์สำคัญของเอเชีย แปซิฟิก ด้านจัดประชุมและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัล (incentive) นับเป็นครั้งแรกที่ทางทีเส็บภูมิภาค 4 สำนักงาน นำไมซ์ ซิตี้ เข้าร่วมงานครบทั้ง 10 เมือง ตอกย้ำถึงศักยภาพความพร้อม เสน่ห์และเอกลักษณ์ของแต่ละเมือง ดึงความสนใจตลาดเป้าหมายจากทั่วโลก ภายใต้แคมเปญการสื่อสาร “Thailand : Redefine Your Business Events – Experience the Extraordinary”

โดยมีผู้แทนแต่ละเมืองไมซ์ คือ สมาคมธุรกิจการท่องเที่ยวของจังหวัด ศูนย์ส่งเสริมการจัดประชุมและนิทรรศการประจำจังหวัด สมาคมเครือข่ายไมซ์ประจำภูมิภาคของเมืองไมซ์ เข้าร่วมนำเสนอสินค้าและบริการประชันกับผู้ขายนานาชาติ 185 ราย ชิงส่วนแบ่งธุรกิจจากผู้ซื้อทั่วโลกกว่า 30 ประเทศ รวม 277 ราย

ตลอดการเจรจาธุรกิจในงาน IT&CM Asia and CTW Asia-Pacific 2021 Virtual เอกชนไทยได้จับคู่เจรจาธุรกิจกับผู้ซื้อนานาชาติมากถึง 1,065 นัดหมาย และมีจำนวนงานตอบรับจะนำงานเข้ามาจัดในไทยมากถึง 110 งาน

ตลาดกลุ่ม 2 คอนเว็นชั่น (C : Convention) การจัดประชุมขนาดใหญ่มีคนเข้าร่วมจำนวนมาก เตรียมทำโครงการ Convene Plus” ประเมินแล้วมีตัวชี้วัดให้ผลสร้างเม็ดเงินเข้าสู่เศรษฐกิจได้ค่อนข้างสูง มีงานขนาดใหญ่กำลังพิจารณาดึงมาจัดหลายงาน

ตลาดกลุ่ม 3 “เอ็กบิชั่น” (E : Exhibition) การจัดนิทรรศการแสดงสินค้า จะทำโครงการ EEC Exhibtion เพื่อดึงลูกค้าจัดแสดงสินค้ากลุ่มใหม่ ๆ เข้ามาจัดงานจับคู่ธุรกิจในพื้นที่เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EEC : Eastern Economic Corridor)

โดยทีเส็บวางแผนสนับสนุนทุกภาคส่วนจัดงานเอ็กซิบิชั่นภายใต้โครงการ EMPOEWER THAILAND EXHIBITION :EMTEX ให้งบประมาณจัดงานและนวัตกรรมร่วมมือกันทำให้ประเทศฟื้นตัว Recovery Exhibition Package ไมซ์ในประเทศ 2 แพกเกจหลัก คือ

1.Regional Best Show งานแสดงสินค้าเป้าหมายใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรมหลัก ได้แก่ กลุ่มที่ 1 อาหาร เกษตร และเทคโนโลยีชีวภาพ กลุ่มที่ 2  สาธารณสุข สุขภาพ เทคโนโลยีทางการแพทย์ กลุ่มที่ 3  เครื่องมืออุปกรณ์อัจฉริยะ หุ่นยนต์และระบบเครื่องกลที่ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ควบคุม ดิจิทัล กลุ่มที่ 4 พลังงานทางเลือก รถยนต์ โลจิสติกส์ และคลังสินค้า กลุ่มที่ 5 อุตสาหกรรมสร้างสรรค์ วัฒนธรรม สินค้าและบริการที่มีศักยภาพแต่ละภูมิภาค

บวกกับการส่งเสริมเศรษฐกิจเทรนด์ใหม่ตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี คือ BCG :Bio Circular Green Economic เศรษฐกิจชีวภาพ/หมุนเวียน/สีเขียว โดยเลือกสนับสนุนเงินเฉพาะงานจับคู่เจรจาธุรกิจ Business to Business :B to B ขนาดใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมจำนวนมากในพื้นที่จัด 3,000 ตารางเมตรขึ้นไป จะได้เงินสนับสนุน 1 ล้านบาท/งาน

2.Gear Up Exhibition Package สนับสนุนเงินจัดงานแสดงสินค้าทั่วไป ที่ไม่ได้อยู่ใน 5 กลุ่มอุตสาหกรรม แต่จะต้องจัดงานในลักษณะ B to B เท่านั้นจะได้รับงานละ 700,000 บาท

เนื่องจากโครงการ EMTEX เคยสร้างความสำเร็จอย่างยิ่งใหญ่เห็นผลชัดมาแล้ว ได้แก่ การจัดงาน RICE EXPO ครั้งแรกจัดที่จังหวัดร้อยเอ็ด ทีเส็บสนับสนุนมาแล้ว 1 ปี เป็นงานที่สร้างเงินหมุนเวียนจากการเจรจาการค้าซื้อขายระหว่างกันครั้งละประมาณ 3,000 ล้านบาท แล้วยังสร้างประโยชน์ขยายไปยังกาฬสินธุ์ได้ด้วย ทำให้เกิดมูลค่าทางเศรษฐกิจกระจายสู่พื้นที่ใกล้เคียง ปี 2565 จะเพิ่มการจัดเอ็กซิบิชั่นในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการกลุ่ม “Start Up”เข้ามาร่วมด้วย ช่วยกันจัดงานที่ตอบโจทย์การสร้างมูลค่าเงินหมุนเวียนกระจายเป็นวงรอบพื้นที่อย่างทั่วถึงแต่ละภูมิภาค

นายจิรุตถ์กล่าวว่า การขับเคลื่อน “ตลาดไมซ์ในประเทศ” จะเน้นหนักรุกทำ 2 เรื่อง คือ เรื่องแรก ทำโครงการหลัก “ประชุมเมืองไทย ปลอดภัยกว่า” เพื่อกระตุ้นจัดประชุมเพิ่มมากขึ้น ช่วงที่ผ่านมามีผู้สนับสนุนจัดต่อเนื่องถึง 645 องค์กร จัดประชุมไปแล้วกว่า 1,000 งาน  ดังนั้นจะขยายเวลาสนับสนุนเงินจัดประชุม (M :Meeting) เป็น 15 ธันวาคม 2564 จากเดิมกำหนดสิ้นสุด 15 กันยายน 2564 โดยจัดกิจกรรมได้จนถึง 30 ธันวาคมนี้ ส่วนการสรุปงบจะทำให้แล้วเสร็จ 31 มกราคม 2565 โดยสนับสนุนงานที่รวมกลุ่มกันจัดตามประกาศของศูนย์บริหารสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ทำโปรแกรมจัด 2 วัน 1 คืน ได้เงินสนับสนุน 30,000 บาท โปรแกรม 1 วัน หรือเกิน 6 ชั่วโมง ได้เงินสนับสนุน 15,000 บาท

เรื่องที่ 2 การกระตุ้นจัดงานแสดงสินค้า หรือ E : Exhibition เสนอ ศบค.ปลดล็อกจำนวนคนเข้าร่วมแต่ละงานเพื่อให้ผู้ประกอบการจัดแสดงสินค้าจริงได้ แบ่งเป็น 3 ระยะ ได้แก่ ระยะที่ 1 เดือนตุลาคม 2564 ขนาด 200-500 คน  ระยะที่ 2 เดือนพฤศจิกายน 2564 ขนาด 500-1,000 คน ระยะที่ 3 เดือนธันวาคม 2564 ไม่จำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมงานแสดงสินค้าในประเทศ แนวโน้มตั้งแต่พฤศจิกายนนี้เป็นต้นไป การจัดงานเอ็กซิบิชั่นจะเริ่มคึกคักขึ้นมาได้

ส่วนการขอให้รัฐบาลหรือ ศบค.ติดอาวุธอุตสาหกรรมไมซ์ของประเทศตั้งแต่ตุลาคม 2564 ต่อเนื่องตลอดปีงบประมาณ 2565 ทีเส็บเป็นหนึ่งในองค์กรนำนักลงทุนเข้ามาไทย โดยเฉพาะกลุ่มตลาดใหม่ จึงต้องหาวิธีทำให้ตลาดดังกล่าวเข้ามาและกลับออกไปอย่างเข้าใจและปลอดภัย ทีเส็บจะทำ 3 ส่วนหลัก คือ

ส่วนที่ 1 สร้างความรู้ ความเข้าใจ อย่างง่าย ๆ ให้ต่างชาติรับรู้ถึง วิธีเข้ามาไทยทำอย่างไร ต้องจัดเตรียมอะไรบ้าง ซึ่งเป็นเรื่องสำคัญมาก

ส่วนที่ 2 มาตรการทางภาษี เพื่อให้ผู้เกี่ยวข้องเข้ามาปฏิบัติงานในไทยง่ายขึ้น ปัจจุบันได้แก้ไขเรื่อง ใบอนุญาตต่างด้าวทำงานในไทย หรือ Work Permit เรียบร้อยแล้ว ทั้งเจ้าหน้าที่และผู้บรรยาย ผู้ร่วมงานประชุมไม่ต้องทำ work permit อีกต่อไป เพราะเข้ามาเพื่อร่วมงานไมซ์เท่านั้น

ส่วนที่ 3 นวัตกรรมการจัดงานไมซ์ จะต้องดูแลผู้จัดงานที่มีการพบปะพูดคุยกันแบบต่อหน้าไม่ใช่เสมือนจริง (Virtual) โดยเน้นการจัดงานด้วย 2 H คือ ไฮบริด/Hybrid กับไฮยีน/Hygiene พร้อมทั้งมีระบบโครงสร้างพื้นฐานด้านโครงข่ายเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ต ออนไลน์ ดิจิทัล ที่ทางผู้จัดงานต่างประเทศสอบถามเข้ามาเป็นจำนวนมาก จึงขอให้แต่ละโรงแรมหรือสถานที่จัดงาน จัดเตรียมสัญญาณอินเตอร์ Wifi ความเร็วสูง ที่เสถียรพร้อมใช้งานได้เต็มประสิทธิภาพ ภารกิจนี้รัฐควรจะเข้ามาช่วยทำอย่างเต็มที่ด้วยเช่นกัน

นายจิรุตถ์กล่าวทิ้งท้ายว่า ปีงบประมาณ 2565 เริ่มตั้งแต่ตุลาคม 2564 เป็นต้นไป ทีเส็บพร้อมสนับสนุนนักเดินทางไมซ์ทุกกลุ่มครบวงจร โดย 4 แพ็กเกจหลัก ได้แก่

แพ็กเกจที่ 1  “SMILE Recovery” สนับสนุนทั้งงบประมาณและอื่น ๆ เกี่ยวกับการประชุมขององค์กรธุรกิจและการเดินทางเพื่อเป็นรางวัลที่จัดกิจกรรมในประเทศไทยภายในกันยายน 2565 ‘

แพ็กเกจที่ 2  “Convene Plus” สนับสนุนการจัดงานประชุมนานาชาติที่สร้างผลเชิงบวกทางเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ด้วยการจัดงานรูปแบบ Hybrid หรือใช้เทคโนโลยีออนไลน์ หรือทำงานร่วมกับผู้ประกอบการในท้องถิ่น

แพ็กเกจที่ 3  “Re-Energizing Exhibitions” สนับสนุนการจัดงานแสดงสินค้านานาชาติ สนับสนุนทั้งผู้จัดงาน ผู้แสดงสินค้า และผู้ซื้อ รวมถึงการสนับสนุนเพิ่มเติมงานใหม่ในพื้นที่ EEC ทั้งแบบวิถีใหม่ปกติ ด้วย 2 H ไฮบริดกับไฮยีน

แพ็กเกจที่ 4 “Festival Economy” สนับสนุนการจัดงานเมกะอีเวนต์ และจัดงานเทศกาลขนาดใหญ่ระดับประเทศ และระดับโลก

เรื่องโดย…เพ็ญรุ่ง ใยสามเสน :บล็อกเกอร์-gurutourza, www.facebook.com/penroongyaisamsaen

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้ครม. ไฟเขียว ร่างพ.ร.ฎ.เรียกประชุมสภาประจำปีครั้งที่ 2 วันที่ 1 พ.ย. 64 – 28 ก.พ. 65
บทความถัดไปครม.เห็นชอบ เพิ่มรายการค่าใช้จ่าย รักษาผู้ป่วยโควิด-19