Virus Disruption ทำคนแห่ใช้บริการ‘หมอออนไลน์’ ‘Samitivej Virtual Hospital’คึกคัก ตอกย้ำเบอร์ 1 Innovation Hospital

โลกเปลี่ยน พฤติกรรมเปลี่ยน คนแห่ใช้บริการ “หมอออนไลน์” คึกคัก

แม้ว่าสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 เริ่มเป็นที่เบาใจ ตัวเลขของจำนวนผู้ติดเชื้อรายใหม่รายวันลดลงต่ำหมื่นบ่อยครั้ง แต่การยกการ์ดสูง ป้องกันไว้ก่อนยังเป็นสิ่งจำเป็น

โรงพยาบาลสมิติเวชเข้าใจถึงความกังวลใจนี้ รวบรวมเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์มาเป็นทางเลือกให้บริการด้านสุขภาพผ่านระบบ Virtual Hospital ให้ทุกคนเข้าถึงแพทย์ได้ทุกที่ทุกเวลาแบบเรียลไทม์ ตลอด 24 ชั่วโมง

นพ.ชัยรัตน์ ปัณฑุรอัมพร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่ม รพ.สมิติเวช และ รพ.บีเอ็นเอช กล่าวว่า Pain Points ของคนไทยตอนนี้คือ กลัวติดเชื้อ ไม่มีใครอยากมาโรงพยาบาล แต่เมื่อมีความเจ็บป่วยเกิดขึ้นจะทำอย่างไร เราจึงหาทางออกให้ด้วยการนำนวัตกรรมต่างๆ เพื่อตอบสนอง ซึ่ง Samtivej Virtual Hospital คือคำตอบ

“สมิติเวชมีแนวคิดที่จะพัฒนานวัตกรรมให้ทันกับสถานการณ์ในยุคปัจจุบัน ยิ่งในช่วงของการระบาดของโคโรนาไวรัส (COVID-19) คนกลัวการมาโรงพยาบาล แต่ก็มีความจำเป็นที่ต้องพบแพทย์ ทำให้ Samitivej Virtual Hospital มีการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง และเพื่อรองรับเทรนด์การเปลี่ยนแปลงที่คนจะมาโรงพยาบาลลดลง”

ปัจจุบัน Samitivej Virtual Hospital ให้บริการที่ครบวงจร ผู้รับบริการสามารถวิดีโอคอลกับแพทย์ โดยสามารถพูดคุยตอบโต้กันได้แบบ Real-time ผ่านเทคโนโลยี Telemedicine ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ด้วยขั้นตอนที่ง่าย สะดวก รวดเร็ว แค่ #คลิกเดียวถึง โดยสามารถเข้ารับบริการได้ผ่านทางแอพพลิเคชั่น Samitivej Plus ที่เป็นช่องทางหลักของสมิติเวช LINE@Samitivej และเว็บไซต์สมิติเวช https://www.samitivejhospitals.com

มีแพทย์เฉพาะทาง 51 สาขาถึง 642 คน ให้บริการตั้งแต่โรคทั่วไป ปวดหัว เป็นไข้ ภูมิแพ้ จนถึงโรคเฉพาะทาง ไม่ว่าจะเป็นผิวหนัง ทางเดินอาหาร จิตเวช ออฟฟิศซินโดรม หรือโรคในเด็ก ผู้รับบริการสามารถเบิกประกันได้ตามสิทธิกว่า 13 บริษัทประกันที่รองรับ

อีกทั้งยังมีบริการ Test@Home ตรวจเลือดเจาะเลือดถึงบ้าน รวมถึง Medicine Delivery ส่งยาถึงบ้านอีกด้วย โดย Samitivej Virtual Hospital มีความร่วมมือกับ Save Drug ซึ่งเป็นร้านขายยาและสินค้าเพื่อสุขภาพในเครือ BDMS ซึ่งมีสาขาอยู่ทั่วประเทศ เพื่อให้การส่งยาถึงบ้านเป็นไปได้อย่างรวดเร็ว และตอบโจทย์ของผู้รับบริการในเรื่องของความสะดวกสบายอย่างดีที่สุด

นพ.ชัยรัตน์บอกว่าแนวโน้มการดูแลสุขภาพของคนเราเปลี่ยนแปลงไปในทิศทางเดียวกัน นับตั้งแต่เกิดการระบาดของโควิด-19 ความตระหนักในด้านสุขอนามัยมีมากขึ้น ทำให้เทรนด์การดูแลสุขภาพของคนทั่วโลกหันมาดูแลสุขภาพผ่าน Telemedicine มากขึ้น โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่ใส่ใจดูแลสุขภาพของตนเองมากขึ้น ออกกำลังกายมากขึ้น รวมทั้งคนทางภูมิภาคตะวันออกกลางก็ใช้ Telemedicine

สมิติเวชเปิดให้บริการ Virtual Hospital ในเดือนมีนาคม 2562 เพียงปีเดียวเห็นได้ชัดเจนจากตัวเลขของผู้ใช้บริการ Telemedicine เพิ่มขึ้นกว่า 20 เท่า กล่าวได้ว่า Virus Disruption ทำให้กระแสการดูแลตนเองเกิดเร็วขึ้น

“ช่วงโควิด-19 มีผู้รับบริการเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว โดยมีจำนวนผู้รับบริการเพิ่มขึ้นถึง 221% ในช่วงเดือนสิงหาคมเปรียบเทียบกับเดือนเดียวกันของปีที่ผ่านมา ซึ่งโรคอันดับต้นๆ ที่ได้รับความนิยมในการรับคำปรึกษาคือโรคผิวหนัง โรคเกี่ยวกับทางเดินอาหาร โรคต่างๆ ในเด็ก และเห็นแนวโน้มการเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยยะของโรคทางจิตเวชทั้งในเด็กและผู้ใหญ่ ซึ่งเป็นผลจากพฤติกรรมการดำรงชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไปของผู้รับบริการในช่วงโควิด-19 ผู้รับบริการมีความพึงพอใจบอกต่อถึง 95%” นพ.ชัยรัตน์บอก และย้ำว่า

เทคโนโลยี Telemedicine มีแนวโน้มเติบโตแน่นอน พฤติกรรมผู้บริโภคจะมีการเปลี่ยนแปลงอีก สมิติเวชจึงมีการปรับตัวเพื่อรองรับเทรนด์ในอนาคต คาดการณ์พฤติกรรมของผู้บริโภค และนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีเพื่อสร้างคุณค่าต่อส่วนรวมและชุมชน (Agile Organization of Value) เพราะ #เราไม่อยากให้ใครป่วย

จิรายุ วัฒนประภาวิทย์

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon

บทความก่อนหน้านี้รมว.สุชาติ ชวนสถานประกอบการสร้างแรงงานพันธุ์ดี ตั้งเป้าปี’65 ผุด 86 แห่งทั่วไทย
บทความถัดไปผวา! ว่าที่ผู้สมัคร อบต.ป่วย-เสี่ยงสูง กดดันแพทย์ยกเลิกคำสั่งกักตัว หวังออกมาสมัครเลือกตั้ง