บทนำ : กินดื่มและเคอร์ฟิว

บทนำ : กินดื่มและเคอร์ฟิว

รัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา พยายาม เดินหน้าเปิดประเทศ เพื่อให้เกิดการเคลื่อนไหวขับเคลื่อนเศรษฐกิจ หลังจากที่สะดุดหยุดลง ด้วยผลจากมาตรการเข้มข้นเพื่อป้องกันการระบาดของโควิด-19 โดยเมื่อต้นเดือน ต.ค.ได้คลายล็อก เปิดให้กิจกรรมต่างๆ ดำเนินการได้ และกลางเดือน ต.ค. มีการตรวจสอบผลการล็อกดาวน์ ว่าเกิดผลดีผลเสียอย่างไร เพื่อจะปรับมาตรการให้สอดคล้องกับสถานการณ์ พล.อ.ประยุทธ์ได้แถลงเมื่อคืนวันที่ 11 ต.ค. ว่าจะเริ่มเปิดประเทศ ลดเงื่อนไขข้อจำกัดในการกักตัว ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้ และภายใน 1 ธ.ค. จะให้ดื่มกินในร้านอาหาร และเริ่มเปิดสถานบันเทิง

นายธนากร คุปตจิตต์ เลขาธิการสมาคมธุรกิจเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย ชี้ว่า ผลกระทบต่ออุตสาหกรรมเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ไทย ตั้งแต่ต้นปี 2563 จนถึงปัจจุบัน มูลค่าการตลาดหายไปกว่า 2 แสนล้านบาท หรือเกือบ 50% จากมูลค่ารวม 3.7 แสนล้านบาท ในปี 2561-2562 ภาคเอกชนขอให้รัฐบาลปลดล็อกเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ เพราะปัจจุบันแม้ไม่อนุญาตแต่มีการลักลอบซื้อขายกันอยู่ คำแถลงของนายกฯเมื่อ 11 ต.ค. ไทม์ไลน์การเปิดรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ และการอนุญาตให้ดื่มแอลกอฮอล์ไม่สอดรับกัน นักท่องเที่ยวต่างชาติต้องการดื่มและเที่ยวแบบปกติมากที่สุด ภายใต้มาตรการที่เหมาะสม รัฐบาลน่าอนุญาตให้จำหน่ายแอลกอฮอล์ได้ในวันที่ 1 พ.ย.ตามไทม์ไลน์เปิดรับต่างชาติ โดยประเมินว่าจะสร้างเม็ดเงินสะพัดได้ถึง 1-2 หมื่นล้านบาทต่อเดือน หรือเติบโต 20% ภายใต้เงื่อนไขให้จำหน่ายและดื่มในร้านอาหาร โรงแรม หรือภัตตาคาร ไม่ได้เน้นผับบาร์

สมาคมแอลกอฮอล์ระบุด้วยว่า ในธุรกิจร้านอาหารที่มีเครื่องดื่มนั้น มีการจ้างงานเกี่ยวข้องอีกมาก ซึ่งหมายถึงโอกาสในการกลับเข้าทำงานของประชาชน ขณะเดียวกันมีข่าวว่ารัฐบาลอาจพิจารณาขยับเวลาเคอร์ฟิว จาก 22 น.เป็น 23 น. ในกลางเดือน ต.ค. ซึ่งจะมีผลดีต่อเศรษฐกิจโดยรวมและสร้างบรรยากาศการจับจ่ายใช้สอยที่คึกคักก่อนเข้าสู่เทศกาลปีใหม่ จึงเป็นเรื่องที่รัฐบาลควรพิจารณาอย่างรอบคอบ ว่าจะทำอย่างไรให้เศรษฐกิจธุรกิจขับเคลื่อนไปได้ เพิ่มโอกาสให้ประชาชน ขณะเดียวกัน มีการให้ข้อมูลประชาชนและเตรียมความพร้อมสำหรับดูแลสุขภาพประชาชนให้พ้นจากการติดเชื้อ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon