ฮือฮา! ‘หลวงพ่อ’ ถลกจีวรช่วยชาวบ้านกลางป่า หลังน้ำเขื่อนลำปะทาวทะลัก ถูกตัดขาด

ฮือฮา! ‘หลวงพ่อ’ ถลกจีวรช่วยชาวบ้านกลางป่า หลังน้ำเขื่อนลำปะทาวทะลัก ถูกตัดขาด

เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สถานการณ์น้ำท่วมในพื้นที่ จ.ชัยภูมิ ยังคงขยายวงท่วมสร้างความเสียหายในอีกหลายพื้นที่ต่อเนื่องซ้ำหนักอีกครั้งเป็นรอบที่ 2 หลังเกิดน้ำท่วมใหญ่ในทั่วทั้งจังหวัดสร้างความเสียหายหนักสุดในรอบกว่า 50 ปี ในช่วงวันที่ 24 กันยายนที่ผ่านมาจากฤทธิ์พายุเตียนหมู่ และสถานการณ์น้ำท่วมหนักเพิ่งเข้าสู่ภาวะปกติมาได้ยังไม่ถึง 1 สัปดาห์ จนล่าสุดหลังวานนี้ (16 ตุลาคม) จากอิทธิพลพายุคมปาซุ และเกิดร่องมรสุมพาดผ่านทำให้เกิดฝนตกหนักมาต่อในพื้นที่มาติดต่อกันกว่า 4 วันและยังคงมีฝนตกหนักในแทบทุกอำเภอยังต่อเนื่อง

ส่งผลให้เกิดน้ำป่าหลากบนเทือกเขาภูเขียวล้นสันเขื่อนจุฬาภรณ์ ในเขต อ.คอนสาร ทะเข้าท่วมพื้นที่อำเภอภูเขียว ได้รับความเสียหายแล้วจำนวนมากมาต่อเนื่องอีกไม่น้อยกว่า 1,000 ครอบครัว และถือว่าเกิดน้ำท่วมซ้ำหนักสุดเป็นรอบที่ 2 ซ้ำอีกในรอบกว่า 10 ปี ของ อ.ภูเขียว และน้ำป่ายังหลากจากเทือกเขาภูเขียวเข้าท่วมในพื้นที่อำเภอใกล้เคียงขยายวงกว้างยังต่อเนื่อง ในพื้นที่ อ.เกษตรสมบูรณ์ ทั้งที่ว่าการอำเภอศูนย์ราชการต่างๆ ทั้งโรงพยาบาลประจำอำเภอเกษตรสมบูรณ์ยังถูกน้ำท่วมสูงเกือบ 1 เมตร ซึ่งยังมีแนวโน้มท่วมสูงยังขยายวงเพิ่มขึ้นยังต่อเนื่องไม่หยุดได้รับความเสียหายเป็นจำนวนมากแล้วนับอีกหลายพันครอบครัว

ล่าสุดทางจังหวัดชัยภูมิ ออกมาประกาศแจ้งเตือนประชาชนในพื้นที่ในทุกอำเภอทั้ง 16 อำเภอ ของจังหวัดชัยภูมิ ให้เตรียมความพร้อมรับมือเกิดน้ำท่วมใหญ่ซ้ำในอีกครั้งในทุกพื้นที่ในตลอด 24 ชั่วโมงแล้ว เพราะยังเกิดฝนตกหนักยังต่อเนื่องซึ่งคาดว่าในอีกไม่เกินช่วง 1-2 วันนี้ ทุกพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำป่าหลากดินโคลนถล่มเกิดน้ำท่วมฉับพลันในทุกพื้นที่ตามาได้ โดยเฉพาะในโซน อ.ภูเขียว, อ.เกษตรสมบูรณ์, บ้านแท่น, คอนสาร

และในเขตโซนเศรษฐกิจย่านกลางใจเมือง เขต อ.เมืองชัยภูมิ ที่ยังเกิดน้ำป่าหลากลงมาเพิ่มเติมอีกในพื้นที่ยังต่อเนื่อง รวมทั้งในโซนเขื่อนลำปะทาว ทั้งตอนบนที่มีความจุกว่า 44 ล้าน ลบ.ม. และเขื่อนลำปะทาวตอนล่างที่มีความจุกว่า 16 ล้าน ลบ.ม.ที่ยังมีน้ำป่าหลากเข่าพื้นที่ตัวเขื่อนล้นความจุเกิน 100 เปอร์เซ็นต์ ทั้ง 2 เขื่อนแล้ว ซึ่งตั้งอยู่ในพื้นที่รอยต่อของเขต อ.เมืองชัยภูมิ และ อ.แก้งคร้อ ซึ่งล่าสุดเกิดน้ำป่าหลากพัดถนนทางเชื่อมต่อเข้าหมู่บ้านหลายแห่ง ถูกตัดขาดเข้าออกหมู่บ้านมาสู่โลกภายนอกไม่ได้หนักมาต่อเนื่องตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม จนล่าสุดถึงวันที่ 17 ตุลาคมนี้ ก็ยังไม่สามารถเข้าออกชุมชนในหมู่บ้านได้

จนล่าสุดได้มีกลุ่มพระลูกวัดทั้งหลวงพี่ หลวงพ่อ ภายในวัดป่าสุคะโต ใน ต.ท่ามะไฟหวาน อ.แก้งคร้อ จ.ชัยภูมิ ได้ร่วมใจกันหารถจี๊ปเก่า ที่สภาพพอใช้ขับฝ่าน้ำลุยฝนตกหนักขึ้นไปบนป่าเขาทุรกันดารได้ เพื่อออกไปช่วยเหลือชาวบ้าน ที่มีการแชร์กันว่อนไปทั่วในโลกโซเชียลในขณะนี้ด้วยถึงความซึ้งน้ำใจพระสงฆ์ในครั้งนี้ตามอีกเป็นจำนวนมากด้วย ใน “ภารกิจสุดโหด” ข้ามน้ำข้ามห้วย มอบถุงยังชีพ ช่วยเหลือให้ชาวบ้านที่ถูกน้ำป่าหลากจากเทือกเขาภูแลนคาหลากลงมาทำให้เกิดน้ำท่วมบ้าน ถนนเชื่อมทางออกหมู่บ้านหลายแห่งถูกตัดขาดในเขตพื้นที่ตามเส้นทางป่าปรงพันปี ในหมู่บ้านท่าเว่อ ต.ท่ามะไฟหวาน จ.ชัยภูมิ เพื่อช่วยเหลือซับน้ำตาชาวบ้านที่เดือดร้อนจากน้ำท่วมซ้ำหนักเป็นรอบที่ 2 แล้ว ในครั้งนี้ด้วย

รวมทั้งในส่วนพื้นที่ในอีกหลายพื้นที่ของ จ.ชัยภูมิ ที่จะต้องเฝ้าระวังยังเสี่ยงเป็นพื้นที่เสี่ยงเกิดน้ำป่าหลากน้ำท่วมฉับพลันในพื้นที่รอยต่ออีกจำนวนมากในหลายอำเภอตามมาในครั้งนี้อีกด้วย ซึ่งยังเกิดน้ำป่าหลากลงมาจากเทือกเขาภูเขียวไหลผ่านมาที่ อ.หนองบัวแดง ซึ่งเป็นจุดต้นกำเนิดแม่น้ำชีในในช่วงกลางดึกวันนี้ ไปจนอีกไม่เกินช่วง 1-2 วันจากนี้ไป ทั้งในเขต อ.หนองบัวแดง, หนองบัวระเหว, ซับใหญ่, ภักดีชุมพล, เทพสถิต, บำเหน็จณรงค์, จัตุรัส, บ้านเขว้า, เนินสง่า และในเขต อ.เมืองชัยภูมิผ่านเข้ามาที่ ต.บ้านค่าย, ต.ชีลอง, ต.หนองนาแซง, บุ่งคล้า และ ต.หนองไผ่ เชื่อมทางน้ำหลากผ่านลำแม่น้ำชีในจุดนี้เข้ามาอีกด้าน และสมทบน้ำป่าหลากจากเทือกเขาภูแลนคา ผ่านล้นสันเขื่อนลำปะทาว เชื่อมหลากเข้าท่วมเพิ่มมากขึ้นในเขตโซนเศรษฐกิจย่านกลางใจเมือง เขตเทศบาล ยังเสี่ยงเกิดน้ำท่วมใหญ่ตามมาได้อีกในขณะนี้ด้วย

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon