TWZ ปรับโครงสร้างใหม่ ดันธุรกิจ New S-Curve ตั้งซีอีโอร่วม แยกสายดูแลธุรกิจ Non-Telecom ออกหุ้นกู้แปลงสภาพขายผู้ถือหุ้นเดิม

นายกิตติพงศ์ กิตติภัสสร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท ทีดับบลิวแซด คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ TWZ เปิดเผยว่า TWZ ได้ปรับโครงสร้างองค์กรและปรับโครงสร้างธุรกิจครั้งใหญ่ ภายใต้เป้าหมายสร้างการเติบโตแบบ New S-Curve โดยแยกสายธุรกิจชัดเจนระหว่างธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม (Telecom) และธุรกิจอื่น (Non-Telecom) ซึ่งประกอบด้วย ธุรกิจยานยนต์พลังงานไฟฟ้า(EV : Electric Vehicle) และธุรกิจกัญชงกัญชา โดยได้แต่งตั้งนายณัฐชัย เจริญขจรกุล ดำรงตำแหน่งประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม เพื่อดูแลสายธุรกิจ Non-Telecom โดยเฉพาะ

“ผลกระทบจากวิกฤตไวรัสโควิด-19 ทำให้เราต้องสร้างการเปลี่ยนแปลงแบบพลิกโฉม หรือ Transformation ด้วยการสร้างโมเดลที่มีศักยภาพสูงมากพอที่จะเปลี่ยนแปลงโครงสร้างเดิมของเราได้ แม้ว่าปัจจุบันโครงสร้างรายได้หลักยังมาจากสายธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม (Telecom) แต่การมีคนรุ่นใหม่เข้ามาช่วยดูแลธุรกิจสายงาน Non-Telecom โดยเฉพาะเป็นธุรกิจที่อินเทรนด์หรืออยู่ในกระแส ทั้งรถยนต์ไฟฟ้าและกัญชงกัญชา จึงมั่นใจว่าเป้าหมายในการสร้าง TWZ ให้เติบโตแบบ New S-Curve มีความเป็นไปได้ในอนาคตอันใกล้” นายกิตติพงศ์กล่าว

ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร TWZ กล่าวด้วยว่า และเพื่อรองรับการขยายธุรกิจ คณะกรรมการบริษัทฯ จึงมีมติให้ระดมทุนด้วยการออกหุ้นสามัญใหม่จำนวนไม่เกิน 4,964.47 ล้านหุ้น มูลค่าที่ตราไว้หุ้นละ 0.10 บาท คิดเป็นมูลค่ารวมทั้งสิ้น 496.44 ล้านบาท โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัทฯ ในสัดส่วน 3 หุ้นเดิมต่อ 1 หุ้นใหม่ ราคาเสนอขายหุ้นละ 0.10 บาท กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรร (Record Date) ในวันที่ 26 ตุลาคม 2564 โดยผู้ถือหุ้นเดิมที่จองซื้อหุ้นสามัญเพิ่มทุนของบริษัทฯ ตามสัดส่วนการจองซื้อ จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหุ้นสามัญ TWZ หรือวอร์แรนท์ (TWZ-W6) ที่บริษัทฯ จะออกในจำนวนไม่เกิน 4,964.47 ล้านหน่วย โดยไม่คิดมูลค่า ในอัตราส่วน 1 หน่วยหุ้นใหม่ต่อ 1 วอร์แรนท์ ราคาใช้สิทธิ 0.10 บาทต่อหุ้น

พร้อมกันนี้ ยังอนุมัติการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพที่ให้สิทธิแปลงสภาพเป็นหุ้นสามัญของบริษัทฯ จำนวนไม่เกิน 330,000 หน่วย ราคาเสนอขายหน่วยละ 1,000 บาท รวมมูลค่าระดมทุน 330 ล้านบาท เสนอขายให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของ TWZ ทั้งจำนวน โดยหุ้นกู้แปลงสภาพดังกล่าวจะมีอายุ 2 ปี 6 เดือน กำหนดผลตอบแทน 6.25% ต่อปี อัตราแปลงสภาพ 1 หน่วยหุ้นกู้แปลงสภาพต่อ 5,000 หุ้นสามัญ เริ่มแปลงสภาพได้ 2 ปีนับจากวันที่ออกหุ้นกู้หรือในวันที่หุ้นกู้แปลงสภาพหมดอายุ ซึ่งผู้ถือหุ้นที่ใช้สิทธิจองซื้อหุ้นกู้แปลงสภาพ จะได้รับการจัดสรรใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นสามัญ TWZ (TWZ-W7) ที่จะออกจำนวนไม่เกิน 3,300 ล้านหน่วย โดยไม่คิดมูลค่า ในสัดส่วน 1 หุ้นกู้แปลงสภาพต่อ 1,000 หน่วย TWZ-W7 โดยใบสำคัญแสดงสิทธิฯ มีอายุ 2 ปี อัตราการใช้สิทธิแปลงสภาพ 1 หน่วยต่อ 1 หุ้นสามัญ ในราคาใช้สิทธิ 0.10 บาทต่อหุ้น กำหนดรายชื่อผู้ถือหุ้นที่มีสิทธิได้รับการจัดสรร (Record Date) ในวันที่ 26 ตุลาคม 2564

ทั้งนี้ การระดมทุนด้วยการเพิ่มทุนมูลค่า 496.44 ล้านบาท รวมถึงการออกและเสนอขายหุ้นกู้แปลงสภาพ มูลค่า 330 ล้านบาท รวม 826.44 ล้านบาท นอกจากจะนำไปใช้ชำระคืนเงินกู้สถาบันการเงิน รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในอนาคตแล้ว บริษัทฯ ยังจะใช้เป็นเงินลงทุนเพิ่มเติมในธุรกิจที่ดำเนินการในปัจจุบัน ตลอดจนธุรกิจในอนาคตที่บริษัทฯ คาดว่าจะนำมาซึ่งรายได้และผลตอบแทนที่เพิ่มขึ้น ไม่ว่าจะเป็นธุรกิจยานยนต์พลังงานไฟฟ้า และธุรกิจกัญชงกัญชา รวมถึงพืชกระท่อมและสมุนไพรอื่นๆ

นายณัฐชัย เจริญขจรกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารร่วม TWZ กล่าวว่า ปัจจุบัน TWZ มีรายได้หลักจากธุรกิจสื่อสารโทรคมนาคม (Telecom) แต่หลังจากนี้ บริษัทฯ มุ่งมั่นที่จะเพิ่มสัดส่วนรายได้จากธุรกิจ Non-Telecom ให้เพิ่มขึ้น เนื่องจากทั้งธุรกิจยานยนต์พลังงานไฟฟ้า (EV) และธุรกิจกัญชงกัญชา เป็นธุรกิจที่อยู่ในกระแสและมีโอกาสในการเติบโตในอนาคต

“เป้าหมายของธุรกิจยานยนต์พลังงานไฟฟ้า ขณะนี้เรามุ่งไปที่รถเชิงพาณิชย์ โดยเฉพาะการเติบโตของธุรกิจขนส่งที่รถยนต์ไฟฟ้าซึ่งมีต้นทุนเชื้อเพลิงต่ำกว่า จะครองส่วนแบ่งตลาดมากขึ้น โดยในปี 2565 เรามีเป้าหมายที่จะนำเสนอบริการรถยนต์ไฟฟ้าในโครงการต่างๆ คิดเป็นมูลค่ารวมประมาณ 500 ล้านบาท สามารถสร้างกำไรได้มากกว่า 20%” นายณัฐชัยกล่าวและว่า
ขณะที่ธุรกิจกัญชงกัญชา หลังจากบริษัท ซีบีดี คอร์ปอเรชั่น จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของ TWZ ได้ทำบันทึกข้อตกลงร่วมทุนกับบริษัท เอเอ ไบโอ จำกัด ในการจัดตั้งบริษัท สยาม เมดิคอล แคนนาบิส จํากัด (SMC) เพื่อจัดจําหน่ายผลผลิตและผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวเนื่องกับกัญชงทั้งภายในประเทศและส่งออกไปยังต่างประเทศ ทำให้ TWZ สามารถเข้าสู่ธุรกิจนี้ได้ตั้งแต่ต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ ซึ่งคาดว่า SMC จะสามารถสร้างรายได้จากธุรกิจได้ปีละ 50 ล้านบาท

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon