การเมือง เคลื่อนไหว สัญญาณ ทางลึก ใกล้ยุบสภา

การเมือง เคลื่อนไหว สัญญาณ ทางลึก ใกล้ยุบสภา

คอลัมน์หน้า 3 : การเมือง เคลื่อนไหว สัญญาณ ทางลึก ใกล้ยุบสภา

ความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองทุกพรรคในช่วงเวลานี้ถือเป็นสัญญาณที่บ่งบอกเรื่องราวที่อาจจะเกิดขึ้น

โดยเฉพาะสัญญาณเรื่องการยุบสภา

ทั้งนี้เพราะทุกพรรคการเมืองต่างลงพื้นที่อย่างเป็นจริงเป็นจัง หลายพรรคการเมืองเริ่มเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.

พรรคประชาธิปัตย์โดย นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.นราธิวาส ว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาญจนบุรี เป็นต้น

พรรคก้าวไกล โดย นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ เปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.กาฬสินธุ์

แม้แต่พรรคไทยสร้างไทย โดย คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ ก็เริ่มเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ขอนแก่น

การเปิดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส. มีความเคลื่อนไหวอย่างเป็นจริงเป็นจัง

ผู้ที่ได้ก็ดีใจ ส่วนผู้ไม่ได้รับความไว้วางใจ ย่อมเสียความรู้สึก

กรณี นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ อดีต ส.ส.พัทลุง แสดงความไม่พอใจที่การคัดเลือกผู้สมัครของพรรคในพื้นที่จังหวัดพัทลุง ไม่ยอมมาปรึกษาหารือกับ นายนิพิฏฐ์ เป็นตัวอย่างที่ปรากฏให้เห็น

สำหรับพรรคพลังประชารัฐ เกิดกระแสความไม่พอใจผลโพลวัดผลงานของ ส.ส. ที่จัดทำโดย ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า เลขาธิการพรรค

ผลที่ออกมาระบุว่า ส.ส.ของพรรคพลังประชารัฐในพื้นที่ภาคใต้ สอบตก 10 คน จาก 14 คน

เกิดเป็นคำถามเกี่ยวกับการคัดตัวว่าที่ผู้สมัคร ส.ส.ของพรรค

เช่นเดียวกับบรรดาพรรคเล็กที่กำลังสนใจในคำวินิจฉัยของศาลรัฐธรรมนูญ กรณี นายไพบูลย์ นิติตะวัน ยุบพรรคตัวเองแล้วโยกมาสมัครอยู่พรรคพลังประชารัฐ

เมื่อศาลรัฐธรรมนูญเห็นว่ากรณี นายไพบูลย์ ทำได้ พรรคเล็กอื่นๆ ก็น่าจะทำได้

พรรคเล็กพรรคไหนอยู่ไม่ไหว หากยุบพรรคตัวเองแล้วไปรวมกับพรรคใหญ่ก็น่าจะทำได้

ความเคลื่อนไหวของพรรคการเมืองเช่นนี้ ตอกย้ำกระแสข่าวที่เคยสะพัด

กระแสข่าวที่ว่า อีกไม่นานจะยุบสภา

จังหวะเดียวกันกับที่พรรคการเมืองแต่ละพรรคต้องมีการประชุมใหญ่

พรรคเพื่อไทยจัดการประชุมในวันที่ 28 ตุลาคม ที่จะถึงนี้ โดยก่อนการประชุมมีข่าวฮือฮาเรื่องผู้นำพรรค ซึ่งมีผู้เสนอชื่อ คุณหญิงพจมาน ดามาพงศ์ เป็นผู้นำ

การเสนอชื่อครั้งนั้นทำให้เกิดแรงกระเพื่อม กลายเป็นการเสนอชื่อหลายต่อหลายชื่อขึ้นมา

นอกจากชื่อ คุณหญิงพจมาน แล้ว ยังมีชื่อ พล.ต.อ.เพรียวพันธ์ ดามาพงศ์ ชื่อ นายณัฐพงศ์ คุณากรวงศ์ สามีของ นางพินทองทา ชินวัตร รวมถึงชื่อ นายเศรษฐา ทวีสิน ซีอีโอ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน)

พร้อมกันนั้นยังมีกระแสข่าวว่ามีชื่อว่าที่นายกรัฐมนตรี ที่พรรคเพื่อไทยเตรียมเสนอชิงเก้าอี้ภายหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าเป็นที่เรียบร้อยแล้ว

ขณะเดียวกัน ยังมีกระแสข่าวว่าพรรคเพื่อไทยมีแนวคิดจะดึงอดีตแกนนำพรรคกลับบ้าน โดยพุ่งไปที่ คุณหญิงสุดารัตน์

กระแสข่าวดังกล่าวกระหึ่มขึ้นภายในพรรค แต่ก็ถูกปฏิเสธจากคนในพรรค

การประชุมวันที่ 28 ตุลาคม จะไม่มีอะไรเซอร์ไพรส์ ไม่มีการเปลี่ยนแปลงอะไรตามที่เป็นข่าว

ทุกอย่างยังคงเป็นไปตามปกติ

ส่วนรายชื่อว่าที่นายกฯ 3 ชื่อที่จะเสนอหลังการเลือกตั้งทั่วไปนั้น พรรคเพื่อไทยจะเปิดตัวก็ต่อเมื่อระยะเวลาการเลือกตั้งปรากฏชัดเจนขึ้น

สำหรับพรรคการเมืองอื่น ที่แน่ๆ คือ พรรคภูมิใจไทยเสนอชื่อ นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรค พรรคก้าวไกลเสนอชื่อ นายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ หัวหน้าพรรค และพรรคประชาธิปัตย์เสนอชื่อ นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ หัวหน้าพรรค

ส่วนพรรคพลังประชารัฐ ครั้งก่อนเสนอชื่อ พล.อ.ประยุทธ์ เพียงคนเดียว

แต่ดูเหมือนว่าหลังการเลือกตั้งครั้งหน้าจะไม่เหมือนเดิมแล้ว

ครั้งหน้า พรรคพลังประชารัฐจะเสนอชื่อว่าที่นายกฯมากกว่า 1 คน

ก่อนหน้านี้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม ยืนยันว่า ไม่ยุบสภา ไม่ปรับ ครม.

แต่จากประสบการณ์ที่ผ่านมา บรรดาพรรคการเมืองต่างรู้ว่า พล.อ.ประยุทธ์ นิยมใช้กลยุทธ์ “ลับ ลวง พราง” ในการบริหาร

ย้อนอดีตไปเมื่อเป็น ผบ.ทบ.บอกไม่ปฏิวัติ แต่ในที่สุดก็ยึดอำนาจ เมื่อยึดอำนาจ บอกว่าอยู่ไม่นาน แต่ก็นั่งเป็นนายกฯมาจนถึงบัดนี้

หลังการเลือกตั้งและจัดตั้งรัฐบาลชุดปัจจุบัน พล.อ.ประยุทธ์ ไม่เคยบอกว่าจะปรับ ครม. แต่ทุกครั้งก็มีการปรับ ครม.

ดังนั้น เมื่อรัฐบาลบริหารประเทศมาจนถึงเวลานี้ ใกล้จะหมดวาระในปี 2566 และเกิดปัญหาภายในพรรคพลังประชารัฐที่เป็นรอยร้าวยากจะสมาน

พรรคการเมืองแต่ละพรรคจึงประเมินว่า สถานการณ์เช่นนี้สุ่มเสี่ยง

สุ่มเสี่ยงต่อการยุบสภา

เดือนพฤศจิกายน เปิดสมัยประชุมรัฐสภา กฎหมายต่างๆ ต้องเข้าสู่การพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎร และวุฒิสภา

ในบรรดากฎหมายต่างๆ ที่นำเข้าสู่การพิจารณา มีกฎหมายหลายฉบับที่หากสภาไม่เห็นชอบแล้ว รัฐบาลอยู่ไม่ได้

ตัวแปรสำคัญคือพรรคพลังประชารัฐ

ความแตกร้าวในพรรคพลังประชารัฐอาจมีผลต่อการลงมติกฎหมายสำคัญๆ ที่มีผลต่อเสถียรภาพของรัฐบาล

แม้ว่าแรงปะทะกันระหว่างขั้ว พล.อ.ประยุทธ์ กับขั้ว พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ หัวหน้าพรรคพลังประชารัฐ จะคล้ายกับเงียบหาย

แต่สังเกตจากการตรวจราชการของ บิ๊กตู่ และ บิ๊กป้อม ในช่วงเวลาที่ผ่านมา

พล.อ.ประยุทธ์ เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดสิงห์บุรี มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐร่วมคณะ 11 คน ขณะที่ พล.อ.ประวิตร เดินทางไปตรวจราชการที่จังหวัดกาญจนบุรี มี ส.ส.พรรคพลังประชารัฐไปต้อนรับ 40 คน

จำนวน ส.ส.ที่ร่วมคณะกลายเป็นข้อวิพากษ์วิจารณ์อีกครั้ง

เช่นเดียวกับการจัดการภายในพรรคภายหลังจากที่มี พล.อ.วิชญ์ เทพหัสดิน ณ อยุธยา มี นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค เป็นตัวละครสำคัญภายในพรรค

ทุกตัวละคร ทุกจังหวะก้าว คล้ายกับเป็นสัญญาณลับทางการเมือง

เป็นสัญญาณทางการเมืองที่นักการเมืองด้วยกันเองอ่านออก

อ่านออกจนกระทั่งเกิดความเคลื่อนไหว

เร่งหาเสียงก่อนที่จะยุบสภา

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon