ฟังสัมมนาใหญ่ ‘Boost Up Thailand’ สู่ปี 2022

สกู๊ปหน้า 1 : ฟังสัมมนาใหญ่ ‘Boost Up Thailand’ สู่ปี 2022

สถานการณ์ของประเทศไทยช่วงปลายปีดูดีขึ้น เมื่อจำนวนผู้ป่วยโรคโควิด-19 ลดจำนวนลง ประกอบกับการฉีดวัคซีนเพิ่มจำนวนขึ้น

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กำหนดให้ทยอยเปิดประเทศวันที่ 1 พฤศจิกายน 2564 เป็นต้นไป

พร้อมกันนั้นได้พยายามผลักดันให้เศรษฐกิจของไทยขับเคลื่อน ส่งสัญญาณบอกให้ทุกภาคส่วนทราบว่าภาครัฐพร้อมแล้วทั้งในด้านเศรษฐกิจและด้านสาธารณสุข กำหนดเป้าหมายฉีดวัคซีนครบ 2 เข็ม จำนวน 80 เปอร์เซ็นต์ภายในสิ้นปี และตั้งเป้าหมายให้คนไทยใช้ชีวิตได้ปกติภายใต้มาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป ในห้วงเวลานี้ทุกภาคส่วนต้องเตรียมความพร้อมรับการเปิดประเทศ

ขณะเดียวกันประเทศต่างๆ ทั่วโลกได้ทยอยเปิดประเทศด้วยเช่นกัน ดูจากสถิติการส่งออกของไทยที่ดีขึ้นเป็นลำดับ ส่วนหนึ่งเกิดจากเศรษฐกิจโลกดีขึ้นคาดหมายว่าเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิด-19 มีอะไรหลายๆ อย่างที่เปลี่ยนแปลง จับกระแสจาก นายอาคม เติมพิทยาไพสิฐ รัฐมนตรีว่าการคลัง แล้วสามารถจับสัญญาณได้ นายอาคมกล่าวปาฐกถาพิเศษในงานประชุม The Committee on Macroeconomic Policy, Poverty Reduction and Financing for Development ครั้งที่ 3 จัดโดยคณะกรรมาธิการเศรษฐกิจและสังคมแห่งสหประชาชาติสำหรับเอเชียและแปซิฟิก (ESCAP) มองว่า จีดีพีไทยในปีนี้น่าจะเป็นบวก และนโยบายส่งเสริมเศรษฐกิจหลังสถานการณ์โควิดสรุปว่า 1.การส่งเสริมเศรษฐกิจรูปแบบใหม่ ได้แก่ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว หรือบีซีจี

2.การปรับโครงสร้างทางเศรษฐกิจไปสู่อุตสาหกรรมใหม่ โดยการเร่งการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่ พร้อมทั้งมุ่งเน้นการลงทุนใน 12 อุตสาหกรรมเป้าหมาย อาทิ อุตสาหกรรมยานยนต์สมัยใหม่ อุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์อัจฉริยะ อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวกลุ่มรายได้ดี และการท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ และอุตสาหกรรมการแพทย์ครบวงจร การลงทุนในโครงการเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (อีอีซี) เพื่อเป็นเครื่องยนต์ขับเคลื่อนเศรษฐกิจตัวใหม่ ซึ่งจะช่วยเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขันและพัฒนาผลิตภาพทางการผลิตของประเทศ 3.การปรับเข้าสู่ความเป็นดิจิทัล

และ 4.รัฐบาลจะยังคงเดินหน้าลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ขั้นสูงเพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ โดยเน้นการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมเพิ่มมากขึ้น จากสัญญาณที่ได้รับแสดงว่าการขับเคลื่อนประเทศของไทยได้นั้นทุกฝ่ายต้องมีความพร้อม ทั้งภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน จำเป็นต้องเดินหน้าไปด้วยกัน วันที่ 3 พฤศจิกายนนี้ เวลา 09.00-12.00 น. หนังสือพิมพ์มติชนได้จัดสัมมนาขึ้นอีกครั้งในหัวข้อ Boost Up Thailand 2020 เพื่อให้แต่ละภาคส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจได้มีโอกาสนำเสนอแนวทางการสัมมนาครั้งนี้ มี นายสุพัฒนพงษ์ พันธ์มีเชาว์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพลังงาน เป็นประธาน

ภายในงาน นายสุพัฒนพงษ์จะปาฐกถาพิเศษด้วย ในหัวข้อ Boost Up ทุบโจทย์ใหม่เศรษฐกิจไทย หลังจากนั้น นายอรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท ปตท. จำกัด (มหาชน) บรรยายพิเศษเรื่อง พลิกธุรกิจ สู้เศรษฐกิจหลังโควิด แล้วตามด้วย นายเศรษฐา ทวีสิน ประธานอำนวยการ บริษัท แสนสิริ จำกัด (มหาชน) ที่จะบรรยายพิเศษเรื่อง มุมมองเอกชน อนาคตธุรกิจ 2022

สุดท้ายจะมีเวทีเสวนาเรื่อง เดินหน้า ทะลุโจทย์ประเทศ 2022 โดย นายศักดิ์ชัย อุ่นจิตติกุล รองประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย ประธานสถาบันอุตสาหกรรมเพื่อการเกษตร สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย และ นายธเนศวร์ เพชรสุวรรณ รองผู้ว่าการด้านตลาดเอเชียและแปซิฟิกใต้ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย หนังสือพิมพ์มติชนจัดสัมมนาเช่นนี้มา

ตลอดปี โดยมีแนวคิด ประเทศไทยไปต่อ และแสวงหาช่องทางออกของประเทศ โดยเฉพาะทางออกทางด้านเศรษฐกิจ การสัมมนาครั้งนี้ก็เช่นกัน จัดขึ้นเนื่องในโอกาสที่หนังสือพิมพ์มติชนดำเนินกิจการมา 44 ปี เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา

อย่างไรก็ตาม แม้ว่า พล.อ.ประยุทธ์จะเลิกเคอร์ฟิวและผ่อนคลายมาตรการควบคุมโรค โควิด-19 ใน 17 พื้นที่ทั่วประเทศ รวมทั้งพื้นที่กรุงเทพมหานคร เพื่อนำร่องเปิดประเทศ มีผลตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคมเป็นต้นไป แต่งานสัมมนาที่หนังสือพิมพ์มติชนจะจัดขึ้นในวันที่ 3 พฤศจิกายน เวลา 09.00-12.00 น.นี้ ยังคงใช้รูปแบบไลฟ์สดถ่ายทอดผ่านเฟซบุ๊กเครือข่ายมติชน ประกอบด้วย เฟซบุ๊กมติชน ข่าวสด ประชาชาติธุรกิจ ยูทูบมติชนทีวี ยูทูบมติชน ไลน์มติชน วันที่ 3 พฤศจิกายน จึงเป็นวันที่หนังสือพิมพ์มติชนตั้งใจจัดเวทีขึ้น เพื่อให้รัฐบาล ภาคเอกชน ได้ฉายภาพทางเดินของประเทศ และแนวคิดเกี่ยวกับการขับเคลื่อนธุรกิจของไทยให้ก้าวล้ำนำหน้านานาชาติ เป็นการบ่งบอกความพร้อมของประเทศ เป็นการบูสต์อัพประเทศตั้งแต่เนิ่นๆ เพื่อผลักเศรษฐกิจไทยให้ทะยานขึ้นในปี 2022 ที่จะถึงนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon