ญาติไม่ยื่นประกันหนุ่มจี้จับชายวัย 70 หลัง ตร.ฝากขัง ดีโอคอนเฟอเรนซ์ ผตห. เชื่ออยู่ในคุกสบายกว่า

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม พนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ยื่นคำร้องฝากขังนายกำพล หรือหมี นากระโทก อายุ 31 ปี ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุใช้อาวุธมีดจับเจ้าโรงแรมบริเวณซอยเจริญกรุง 44 เป็นตัวประกัน ผ่านระบบวิดีโอคอนเฟอเรนซ์ ต่อศาลอาญากรุงเทพใต้ ซึ่งพนักงานสอบสวนแจ้งข้อกล่าวหา 6 ข้อหา ประกอบด้วย บุกรุกเคหสถาน, กักขังหน่วงเหนี่ยว, ชิงทรัพย์, กรรโชกทรัพย์, พกพาอาวุธมีดไปในทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร และครอบครองยาแอมเฟตามีน (ยาเค) ทั้งนี้ไม่รวมข้อหาที่เกี่ยวกับการกระทำความผิดต่อเด็กหญิงอายุ 14 ปี ที่ถูกทำร้ายร่างกาย กักขังหน่วงเหนี่ยว ซึ่งวันนี้จะมีการนำเด็กหญิงอายุ 14 ปี มาสอบปากคำโดยสหวิชาชีพ จึงจะมีการแจ้งข้อกล่าวหาที่ทำผิดเกี่ยวกับเด็กเพิ่มเติม ท้ายคำร้องฝากขังพนักงานสอบสวนได้คัดค้านการประกันตัว เนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติกรรมการกระทำความผิดซ้ำ โดยขอให้ศาลเพิ่มโทษตามดุลยพินิจ โดยศาลพิจารณาคำร้องแล้วอนุญาตให้ฝากขังได้

ต่อมาเวลา 13.00 น. พี่สาวและน้องสาวของผู้ต้องหา เดินทางมาเยี่ยมน้องชาย เปิดเผยว่า ขณะที่ตนเข้าเยี่ยมนายกำพลร้องไห้พร้อมกับกล่าวว่าไม่ได้ตั้งใจที่จะก่อเหตุ จึงถามว่าแล้วทำไปทำไม น้องบอกมีเรื่องเครียด ยอมรับว่าตอนนี้เป็นห่วงกลัวน้องชายจะคิดสั้นฆ่าตัวตาย เพราะก่อนหน้านี้เคยทำร้ายตัวเองโดยใช้มีดกรีดหน้าและหัวมาแล้ว และระหว่างที่ถูกจำคุกอยู่ภายในเรือนจำก็เคยพยายามผูกคอตายมาแล้ว แต่หลังจากที่ตนเข้าเยี่ยมทำให้นายกำพลคลายความเครียดลงได้บ้าง และยืนยันว่าหลังจากพ้นโทษมาแล้วจะไม่ก่อเหตุขึ้นอีก แต่ตนเองในฐานะที่เป็นพี่สาวรู้จักน้องชายเป็นอย่างดี เชื่อว่านายกำพลจะก่อเหตุอีกเพราะน้องชายเคยบอกว่าโลกภายนอกโดยเฉพาะสังคมสมัยนี้อยู่ยาก อยู่ข้างในคุกดีกว่าไม่ต้องสร้างความเดือดร้อนให้ใคร ทำงานได้วันละ 300 บาท กินวันเดียวหมดแล้ว อยู่ข้างในไม่มีใครเดือดร้อน พ่อแม่พี่น้องไม่ต้องมารับภาระ โดยพี่สาวผู้ต้องหายังเชื่อว่าน้องชายไม่คิดทำร้ายใคร หรือทำร้ายตัวประกันอย่างแน่นอน เพราะจากการสอบถามน้องชาย บอกว่าแค่ต้องการที่จะเอาตัวเองออกจากบริเวณที่เกิดเหตุเท่านั้น หากปล่อยตัวประกันไปก่อนเกรงว่าจะถูกตำรวจวิสามัญ อย่างไรก็ตามทางญาติไม่ได้ยื่นขอประกันตัวนายกำพลแต่อย่างใด กระทั่งเวลา 13.45 น. พนักงานสอบสวนคุมตัวนายกำพลไปส่งศาลอาญากรุงเทพใต้ เพื่อให้ศาลพิจารณาส่งไปคุมขังไว้ที่เรือนจำต่อไป

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon