ชาวสวนลำไยบุกศาลากลาง ร่อนหนังสือถึงรัฐบาลทวงเงินเยียวยาผลผลิต

ชาวสวนลำไยบุกศาลากลาง ร่อนหนังสือถึงรัฐบาลทวงเงินเยียวยาผลผลิต

เมื่อวันที่ 26 ตุลาคม ที่ศาลากลางจังหวัดเชียงราย ได้มีตัวแทนกลุ่มเกษตรกรชาวสวนลำไยจากพื้นที่ 18 อำเภอของจังหวัดเชียงราย จำนวนกว่า 100 คน ออกมารวมตัวกันเพื่อเรียกร้องให้รัฐบาลเร่งดำเนินการอุดหนุนเงินช่วยเหลือเยียวยาเกษตรในอัตราไร่ละ 2,000 บาท ไม่เกิน 25 ไร่ต่อครอบครัว โดยกลุ่มเกษตรได้นำป้ายข้อความเรียกร้องรัฐบาลมาปักหลักอยู่บริเวณหน้าประตูทางเข้าศาลากลางจังหวัด และกลุ่มแกนนำผลัดเปลี่ยนกันกล่าวข้อเรียกร้องต่อทางรัฐบาล พร้อมจัดทำหนังสือในนามสำนักงานสภาอาชีพเกษตรกร (สอก.) เชียงราย เพื่อส่งผ่านผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เพื่อไปถึงรัฐบาลให้ดำเนินการช่วยเหลืออย่างเร่งด่วน

ทั้งนี้ กลุ่มเกษตรกรได้อ้างอิงถึงรัฐบาลที่ได้พิจารณาเยียวยาเกษตรกรผู้ปลูกลำไยที่ได้รับผลกระทบจากการระบาดของไวรัสโคโรนา 2019 โดยมติคณะรัฐมนตรีเมื่อวันที่ 15 สิงหาคม 2563 เห็นชอบการดำเนินการโครงการเยียวยาเกษตรกรชาวสวนลำไยปี 2563 และค่าใช้จ่ายในการดำเนินโครงการเป็นเงินทั้งสิ้น 3,440,049,726 บาท ซึ่งปีนี้สถานการณ์การระบาดของไวรัสโควิด-19 ยังคงทวีความรุนแรงทำให้เกษตรกรใน 8 จังหวัดภาคเหนือ ประกอบด้วย เชียงใหม่ เชียงราย ลำพูน พะเยา ลำปาง แพร่ น่านและแม่ฮ่องสอน มีพื้นที่ปลูก 1,202,400 ไร่ ผลผลิตมากกว่า 1,238,000 ตัน มีเกษตรกรมากกว่า 250,000 ครอบครัว ได้รับผลกระทบ ราคาลำไยตกต่ำ ขาดแคลนแรงงาน กลไกตลาดมีปัญหา โดยเฉพาะการส่งออกไปยังต่างประเทศจนเกิดการขาดทุน ภาระหนี้สินล้นพ้นตัว ได้รับความเดือดร้อนแสนสาหัส และไม่มีเงินทุนในการผลิตลำไยคุณภาพในปี 2565 จึงต้องการขอรับเงินเยียวยาจากรัฐบาล

นายสามารถ สุนันต๊ะ ตัวแทนเกษตรกรชาวสวนลำไยภาคเหนือ กล่าวว่า ปัจจุบันชาวสวนลำไยประสบปัญหาความเดือดร้อนจากการขาดทุนจากการปลูกลำไยอย่างหนักเพราะราคาผลผลิตตกต่ำ แม้ขณะนี้ประเทศจะประสบปัญหาโควิด-19 แต่รัฐบาลก็ควรช่วยเหลือเกษตรกร โดยเฉพาะเรื่องราคาปุ๋ยและยาที่มีราคาขยับขึ้นต่อเนื่องจนมีราคาแพง ส่งผลต่อต้นทุนการผลิตของเกษตรกร ซึ่งหากรัฐบาลไม่มีการควบคุมเกษตรกรก็อยู่ไม่ได้ อย่างน้อยก็ควรช่วยเหลือเยียวยาเกษตรกรไร่ละ 2,000 ก่อน เพื่อมีทุนในการทำอาชีพต่อ และรีบแก้ไขปัญหาราคาปุ๋ยและยาราคาแพงอันดับต่อไป หากรัฐบาลยังนิ่งเฉย หรือไม่ให้การช่วยเหลือใดๆ ทางกลุ่มเกษตรกรก็อาจมีการยกระดับการเรียกขึ้นไปเรื่อยๆ จนกว่าจะได้รับการช่วยเหลือ

ด้านนายนิกร บุญชัย ผู้ประสานงานสภาอาชีพเกษตรกร หรือ สอก.จังหวัดเชียงราย กล่าวว่า การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้ผู้ประกอบการค้าจากประเทศจีนไม่สามารถเข้ามารับซื้อผลผลิตลำไยจากเกษตกรได้ ทำให้เกษตรกรประสบปัญหาขาดทุนอย่างรุนแรงอย่างที่ไม่เคยปรากฏมาก่อน ราคาลำไยร่วง AA อยู่ที่เพียง 12 บาท 4 บาท และ 1 บาทเท่านั้น ขณะที่ต้นทุนอยู่ที่ 23 บาท จึงทำให้เกษตรกรอยู่ไม่ได้ จึงอยากให้รัฐบาลมีการเยียวยาเกษตรกรเหมือนปีที่ผ่านมา คือไร่ละ 2,000 บาท

นายนิกรระบุว่า ทั้งนี้ ปีนี้ขาดทุนวิกฤตหนักกว่าปีก่อน หากรัฐบาลไม่ช่วยเกษตรกรก็ไม่มีทุนที่จะประกอบอาชีพในฤดูกาลผลิตต่อไป บางรายลงทุนไปกว่า 5 หมื่นบาท แต่ขายลำไยได้เพียง 2,000 บาท ลำพังแค่ไปจ่ายหนี้ธนาคารปีละประมาณ 5,000 บาท ก็ยังไม่เพียงพอแล้ว การเยียวยาจะทำให้เกษตรกรอยู่ต่อไปได้ หากการเรียกร้องไม่เป็นผลทางเครือข่ายก็จำเป็นต้องมีการหารือกันเพื่อวางมาตรการยกระดับการเรียกร้องขึ้น แต่จะเป็นระดับไหนก็ไม่สามารถระบุได้ ทั้งนี้ ก็ขึ้นอยู่กับสมาชิกใน 8 จังหวัดภาคเหนือที่มีอยู่กว่า 100,000 คน

แต่เนื่องจากทางผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงรายติดภารกิจ จึงมอบหมายให้ นายภาษเดช หงส์ลดารมภ์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เดินทางมาเจรจาและรับเรื่องจากเกษตรกร โดยรับปากว่าจะนำข้อเรียกร้องของกลุ่มเกษตรกรส่งต่อไปยังรัฐบาลให้รับทราบ และรายงานผลให้ทราบภายในวันศุกร์ที่ 29 ตุลาคม 2564 นี้ ซึ่งตัวแทนกลุ่มเกษตรกรได้ยื่นหนังสือแล้วก็พากันสลายตัว แต่ยืนยันว่าจะมีการกลับมารวมตัวกันอีกครั้งหากยังไม่ได้รับคำตอบ หรือการช่วยเหลือเป็นที่น่าพอใจ

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon