ระวัง! คนร้ายฉกเงินคนชราออกอาละวาด ตีสนิท ตายใจให้เข้าห้องน้ำ-จับหมาให้ห่วงจะกัด สุดท้ายลักเงินไปนับพัน แสบ! ‘บอกเป็นห่วงนะ’ ให้นม 2 กล่องก่อนหนี เผยเน้นหาคนชราอยู่บ้านตามลำพัง
เมื่อวันที่ 31 ตุลาคม 2564 ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากชาวบ้านโนนทอง ต.ทุ่งกระตาดพัฒนา อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ ว่าถูกแก๊งมิจฉาชีพเข้าไปฉกเอาเงินของคนชราภายในบ้านแล้วหนีไปอย่างลอยนวล และอยากจะแจ้งเตือนให้ระวัง
จากการตรวจสอบผู้ที่ถูกคนร้ายขโมยเงินไปคืน นายอ่อนสา ชนุรัมย์ อายุ 85 ปี ชาวบ้าน หมู่ 3 บ้านโนนทอง ต.ทุ่งกระตาดพัฒนา อ.หนองกี่ จ.บุรีรัมย์ โดยนายอ่อนสาเล่าว่า เมื่อวานนี้ (วันที่ 30 ต.ค) เวลาประมาณ 12.00 น. ได้มีผู้หญิงอายุประมาณ 40-50 ปี ขี่รถจักรยานยนต์สีแดงมาจอดที่หน้าบ้าน แล้วเดินมาหาตน ช่วงนั้นกำลังนั่งเก้าอี้นั่งเล่นอยู่หน้าบ้านคนเดียว แล้วถามว่าลูกเขยอยู่บ้านไหม จึงตอบไปว่าไม่อยู่ ไปทำงานอยู่ กทม. หลังจากนั้นหญิงคนดังกล่าวได้นั่งพูดคุยเหมือนมีความสนิทสนมกับลูกเขยเป็นอย่างดี

นายอ่อนสาเล่าอีกว่า หญิงคนดังกล่าวมานั่งคุยกันประมาณ 10 นาที จากนั้นขอเข้าห้องน้ำภายในบ้าน ตนก็บอกให้ไปเข้าในบ้านเพราะเป็นคนกันเอง โดยจับสุนัขที่เลี้ยงไว้ให้เนื่องจากกลัวสุนัขจะทำร้ายหญิงคนดังกล่าว ประมาณ 5 นาที หญิงคนดังกล่าวได้ออกมาแล้วบอกว่า ”หนูจะไปธุระต่อให้พ่อรักษาสุขภาพด้วยนะ เป็นห่วง” โดยหยิบนมส่งให้ 1 แพค บอกเก็บเอาไว้กิน
“ผ่านไปประมาณ 30 นาที ตนจึงเดินเข้าบ้านแต่เห็นมีความผิดปกติเพราะกางเกงที่ตนถอดกองไว้กลางบ้านไปอยู่อีกมุมหนึ่ง จึงล้วงกระเป๋าดูพบว่าเงินสด จำนวน 1,600 บาท ซึ่งเป็นเงินที่ลูกสาวส่งมาให้และเป็นเงินคนชราได้หายไป จึงแจ้งให้กับผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้านทราบดังกล่าว”

นายเก้า ซูมรัมย์ อายุ 52 ปี ชาวบ้านในหมู่บ้าน บอกว่า จำได้ว่าเห็นผู้หญิงคนนี้ขี่รถจักรยานยนต์มาคนเดียว ไม่เคยเห็นหน้ามาก่อน แต่แปลกใจว่าทำไมรู้ว่าตาอยู่บ้านคนเดียว และทำไมรู้ว่าหมู่บ้านมีงานกฐินอยู่ที่วัด เชื่อว่าน่าจะเป็นมืออาชีพ
ด้านนางทอง พาสนุก อายุ 49 ปี ผู้ช่วยผู้ใหญ่บ้าน หมู่ 3 กล่าวว่า เหตุการณ์ในลักษณะนี้มักจะเกิดขึ้นเป็นประจำในเขตพื้นที่ภาคอีสาน โดยเฉพาะช่วงฤดูเก็บเกี่ยวข้าว ซึ่งชาวบ้านส่วนใหญ่จะไปที่นากันเกือบทั้งหมด ส่วนคนชราจะให้อยู่บ้านตามลำพัง และแก๊งนี้ก็จะฉวยโอกาสในช่วงนี้ออกมาอาละวาดด้วยการเข้ามาตีสนิททำเหมือนรู้จักคนภายในบ้าน
“หลังจากนั้นก็จะใช้อุบายเพื่อให้เข้าถึงภายในบ้าน หรือจุดที่ซ่อนทรัพย์สินแล้วขโมยทรัพย์สินมีค่าไป จึงอยากจะขอแจ้งเตือนประชาชนทั่วไปโดยเฉพาะชาวนาเพราะจะมีแก๊งนี้ออกอาละวาดเป็นประจำทุกปีในช่วงฤดูทำนา ส่วนนายอ่อนสาได้พาไปแจ้งความร้องทุกข์ต่อ ร.ต.อ.สุพจน์ แรกไธสง รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.หนองกี่ ไว้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว”




