“จุรินทร์”เสนอ4ด้านฟื้นฟูศก. บนเวทีรัฐมนตรีเอเปค ชูโมเดลเศรษฐกิจใหม่  

ที่กระทรวงพาณิชย์ เวลา 19.00 น. วันที่ 8 พฤศจิกายน นายจุรินทร์ ลักษณวิศิษฏ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ร่วมการประชุมรัฐมนตรีเอเปค APEC Minister Meeting 2021 (AMM) ครังที่ 32 ผ่านระบบ VC พร้อมกล่าวถ้อยแถลงต่อที่ประชุมในนามตัวแทนประเทศไทย ว่า ขอนำเสนอประสบการณ์ของไทยในการใช้การค้าเป็นเครื่องมือสำหรับการฟื้นฟูเศรษฐกิจใน 4 ประเด็นสำคัญ ดังนี้

1.รูปแบบการค้าในปัจจุบันเปลี่ยนแปลงไปมาก และการค้าดิจิทัลได้เข้ามามีบทบาทสำคัญมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเกิดวิกฤติโควิด-19  โดยไทยสนับสนุนวิสัยทัศน์ปุตราจายาปี 2040 ที่เน้นการเตรียมประชาชนและธุรกิจเข้าสู่ยุค Digital Economy และจะร่วมกับสมาชิก APEC ขับเคลื่อนแผนการทำงานด้านอินเทอร์เน็ตและ Digital Economy ที่ผ่านมา โดยไทยได้ใช้ E-Commerce สร้างโอกาสทางการค้าและการลงทุน โดยเฉพาะกับ SME ซึ่งส่งผลให้มูลค่าการค้าปลีก-ค้าส่งของไทยผ่านแพลตฟอร์ม E-Commerce ในปี 2020 สูงถึง 43,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 8.7 เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า และผู้ประกอบการ SMEs สามารถเพิ่มมูลค่าการค้าได้ถึง 47,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ เพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ซึ่งที่ผ่านมาไทยได้จัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าแบบ E-Commerce

โดยมีกิจกรรมสำคัญ เช่น 1.การจัดกิจกรรมส่งเสริมการค้าแบบไฮบริด คือ ทั้งออนไลน์ และออนไซด์ผสมกัน ซึ่งสามารถสร้างมูลค่ากว่า 4,700 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ 2.การจัดให้ผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมกิจกรรมจับคู่ธุรกิจออนไลน์ มากกว่า 230 คู่ ซึ่งสร้างมูลค่าส่งออกในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา 3.การจัดฝึกอบรมเกษตรกร   SMEs และ   MSMEs ให้สามารถใช้แพลตฟอร์มการค้าออนไลน์ ในการประกอบธุรกิจ ซึ่งประสบความสำเร็จอย่างมาก 4.การเดินหน้าสร้างนักธุรกิจยุคใหม่ภายใต้โครงการ From GEN Z to be CEO โดยอบรมนิสิตนักศึกษามากกว่า 20,000 ราย เพื่อเตรียมพร้อมเติบโตไปเป็นแม่ทัพทางเศรษฐกิจให้ประเทศไทยต่อไป เป็นต้น

นายจุรินทร์ กล่าวต่อว่า 2. ไทยสนับสนุนการใช้ BCG Model ขับเคลื่อน MSMEs ของประเทศ โดยในปี 2022 ที่ไทยเป็นเจ้าภาพ APEC จะจัดให้มีการสัมมนาใหญ่ (Symposium) ในเรื่องนี้ เนื่องจากตระหนักดีว่าการค้ายุคใหม่ต้องคู่ไปกับการดูแลสิ่งแวดล้อมเพื่อความยั่งยืน 3. ไทยพร้อมสนับสนุนการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจระดับภูมิภาคโดยการมีส่วนร่วมของภาคเอกชน ทั้งการจัดทำ FTA-AP และ RCEP ซึ่งไทยได้ให้สัตยาบัน RCEP แล้ว เมื่อ 28 ตุลาคมที่ผ่านมา เนื่องจากเชื่อมั่นว่า FTA จะช่วยลดเลิกอุปสรรคทางการค้า ทำให้เศรษฐกิจของภูมิภาคเชื่อมโยงและเติบโตได้ดีในระยะยาว 4. ไทยต้องการเห็นความสำเร็จของการประชุม MC12 ในเดือนธันวาคมนี้ โดย APEC ควรมีบทบาทสำคัญในการผลักดันให้การประชุมมีผลลัพธ์ตามเป้าหมายที่ตั้งไว้ โดยเฉพาะในเรื่องการให้ประชาชนเข้าถึงวัคซีนอย่างทั่วถึง การจัดทำกฎเกณฑ์การอุดหนุนประมง การลดการอุดหนุนเกษตรที่บิดเบือน และการจัดทำกฎเกณฑ์ด้าน E-Commerce ซึ่งมีหัวใจสำคัญ คือ การสร้างความโปร่งใส กติกาที่เป็นธรรมสำหรับทุกกลุ่มประเทศไม่ว่าเล็กหรือใหญ่ และต้องให้ความสำคัญกับการคุ้มครองผู้บริโภคด้วย และขอแสดงความชื่นชมกับความสำเร็จของนิวซีแลนด์ในการเป็นเจ้าภาพ APEC ปีนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon