เปิดโทษ! หัวหน้ามือวางเพลิงโรงงานน้ำมันเครื่องล้างแค้นเจ้านาย ผบช.ภ.7 เผยโทษสูงสุดประหาร-จำคุกตลอดชีวิต

ผบช.ภ.7 เผยโทษสูงสุดประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต จว.ส่ง พม.เข้าดูแล ปชช.

เมื่อวันที่ 1 ธันวาคม ที่สถานีตำรวจภูธรโพธิ์แก้ว อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พลตำรวจโท ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 พร้อมด้วย นายรัฐศาสร์ ชิดชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม ผู้บังคับการตำรวจภูธรจังหวัดนครปฐม ร่วมแถลงผลการจับกุม นางสาวสิราสินี หรือแอน ศรียา อายุ 38 ปี ชาวอำเภอสามพราน หลังจากก่อเหตุวางเพลิงโกดังเก็บน้ำมันหล่อลื่นของบริษัท ประภากรออยล์ จำกัด ในพื้นที่ตำบลอ้อมใหญ่ อำเภอสามพราน เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งนางสาวสิราสินีเป็นพนักงานของบริษัทแห่งนี้ ส่งผลให้น้ำมันหล่อลื่นที่อยู่ภายในโกดังถูกเพลิงไหม้เสียหายทั้งหมด

พลตำรวจโท ธนายุตม์ วุฒิจรัสธำรงค์ ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 7 กล่าวว่า จากการตรวจสอบในที่เกิดเหตุ พบว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บ 1 คนคือ นางสาวสิราสินี ตำแหน่งหัวหน้าคลังสินค้า ได้ให้การว่าก่อนเหตุพบชาย 2 คน เข้ามาก่อเหตุและได้หลบหนีไป ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามสืบสวนตามพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ประกอบกับนางสาวสิราสินีมีพิรุธในการให้ปากคำ จึงได้สอบสวนเชิงลึกจนสารภาพว่าเป็นผู้ก่อเหตุ โดยใช้ไฟแช็กจุดกระดาษแล้ววางไว้ในกล่องกระดาษบรรจุน้ำมันหล่อลื่นจำนวน 2 จุด จนเกิดเพลิงไหม้ดังกล่าว ไม่ได้มีคนร้าย 2 คนตามที่ให้การครั้งแรกแต่อย่างใด ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เก็บหลักฐานทั้งหมดรวบรวมเพื่อแจ้งข้อกล่าวหา ซึ่งโทษมีสูงสุดประหารชีวิตหรือจำคุกตลอดชีวิต โดยเจ้าตัวสารภาพว่ารู้สึกโกรธที่ถูกนายจ้างตำหนิจึงได้ก่อเหตุดังกล่าว

ด้านนายรัฐศาสตร์ ชิดชู รองผู้ว่าราชการจังหวัดนครปฐม กล่าวว่า จากการเกิดเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้ ทางจังหวัดได้ตั้งศูนย์บัญชาการเหตุการณ์ โดยผู้ว่าราชการจังหวัดลงมาดูพื้นที่ด้วยตนเอง และในวันนี้ทางหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้ลงพื้นที่สำรวจความเสียหาย ในส่วนของบริษัท ประภากรออยล์ จำกัด ทางจังหวัดได้สั่งระงับใบอนุญาตตั้งแต่วันที่ 28 เมษายนที่ผ่านมา ขณะนี้อยู่ในระหว่างตรวจสอบข้อเท็จจริงว่าการจัดเก็บน้ำมันประเภท 3 ได้มีการข้ออนุญาตถูกต้องหรือไม่ ในส่วนของการให้ความช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบ ได้มอบหมายให้ทางสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ศูนย์ดำรงธรรม สำนักงานสิ่งแวดล้อมภาค 5 สำนักงานทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ตลอดจนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่เพื่อสำรวจความเสียหายและดูแลพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลจากอัคคีภัยในครั้งนี้ ซึ่งมีประมาณ 50 ครัวเรือน โดยทางผู้ประกอบการได้ตั้งจุดรับเรื่องร้องทุกข์ของประชาชน และพร้อมเยียวยาทุกครัวเรือนที่ได้รับความเดือดร้อนจากเหตุการณ์ในครั้งนี้

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon