เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. พล.ต.ต.จักรภพ สุคนธราช ผบก.น.1 แถลงจับกุมนายตอก อายุ 22 ปี สัญชาติลาว พร้อมของกลาวปืนอัดลม 1 กระบอก รองเท้าผ้าใบ 1 คู่ โดยกล่าวหาว่า “ชิงทรัพย์ในเวลากลางคืน โดยมีและใช้อาวุธปืน เพื่อกระทำผิด หรือพาทรัพย์นั้นเพื่อให้พ้นการจับกุม”ได้ที่หน้าหอพักอาคารแววเทียน ถนนรัชดาภิเษก ซอย 12 แขวงห้วยขวาง เขตห้วงขวาง กรุงเทพฯ
พล.ต.ท.สำราญ กล่าวว่าสืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 11 ธ.ค.64 เวลาประมาณ 03.55 น. ชายไม่ทราบชื่อนามสกุล อายุประมาณ 20-30 ปี เข้ามาภายในร้านสะดวกบริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ และข่มขู่พนักงานร้านสะดวกซื้อเพื่อชิงทรัพย์เงินสดภายในเคาท์เตอร์แคชเชียร์โดยใช้อาวุธปืนไม่ทราบชนิดและขนาดสีดำได้ทรัพย์สินเป็นเงินสด 6,500 บาท แล้วหลบหนีไป เจ้าหน้าที่ตำรวจ กก.สส.บก.น.1 และ เจ้าหน้าที่ตำรวจ ฝ่ายสืบสวน สน.พญาไท ตรวจสอบกล้องวงจรปิดเพื่อพิสูจน์ทราบเส้นทางมาก่อเหตุและหลบหนีของคนร้าย พบว่าเมื่อวันที่ 11 ธ.ค. เวลา 02.40 น. คนร้ายเดินทางออกจากอาคารแววเทียน ซอยแย้มพัฒนา ถนนรัชดาภิเษก เขตห้วยขวาง กรุงเทพฯ โดยคนร้ายเดินออกมาถึงปากซอยรัชดาภิเษก 12 และเรียกแท็กซี่ไปลงที่อนุสาวรีย์ชัยฯ ฝั่งเกาะพญาไท ต่อมาคนร้ายเรียกแท็กซี่อีกครั้งที่บริเวณอนุสาวรีย์ชัยฯ ฝั่งเกาะดินแดง จากนั้นคนร้ายลงจากรถและนัดแนะคนขับรถแท็กซี่ให้ไปรอที่หน้า ร้านเซเว่นฯ ที่เกิดเหตุ แต่แท็กซี่คันดังกล่าวไม่รอ ต่อมาคนร้ายเรียกแท็กซี่ อีกคันและพูดคุยกับคนขับรถให้รอและแท็กซี่ก็ได้จอดรถรอคนร้ายที่บริเวณป้ายรถเมล์ฝั่งเกาะพญาไท จากนั้นคนร้ายเข้าไปก่อเหตุชิงทรัพย์ที่ร้านสะดวกซื้อ หลังก่อเหตุเสร็จขึ้นรถแท็กซี่หลบหนีไปบางบอน โดยใช้เส้นทางข้ามสะพานตากสิน ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวนตรวจสอบอาคารแววเทียน ทราบว่ามีคนพบเห็นว่าคนร้ายและแฟนของคนร้ายอาศัยอยู่ภายในห้องพักในอาคารแววเทียน ชั้น 3 ห้อง 309 เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน จึงไปตรวจสอบ พบ น.ส.มุกดา หญิงสัญชาติลาว พักอาศัยอยู่ในห้องพักดังกล่าว ให้การยืนยันว่าคนร้ายที่ก่อเหตุในคดีนี้คือ นายตอก ชายสัญชาติลาว เป็นแฟนของตนและจากการสืบสวนทราบว่าคนขับรถแท็กซี่ที่ไปรับไปส่งคนร้ายไม่รู้เห็นกับการก่อเหตุครั้งนี้แต่อย่างใด ทั้งนี้ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพตลอดข้อกล่าวหา โดยมูลเหตุจูงใจที่มาก่อเหตุชิงทรัพย์ครั้งนี้ เงินที่ได้จากการก่อเหตุนำไปเล่นการพนันออนไลน์ จึงจับกุมนำผู้ต้องหาส่งพนักงานสอบสวน สน.พญาไท เพื่อดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

