เมื่อเวลา 09.30 น.วันที่ 16 ธันวาคม ที่ห้องพิจารณา 701 ศาลอาญาถ.รัชดาภิเษก ศาลนัดอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาคดีทัวร์ศูนย์เหรียญที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ3 เป็นโจทก์ฟ้องนายสมเกียรติ คงเจริญ อายุ 62 ปี กก.ผจก.บริษัท ซินหยวน ทราเวล จำกัด , นางธวัล แจ่มโชคชัย อายุ 64 ปี กก.ผจก.บจก.ฝูอัน ทราเวล, บริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด, นายวสุรัตน์ โรจน์รุ่งรังสี อายุ 31ปี กก.ผจก บจก.โอเอฯ , บริษัท รอยัลเจมส์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด, บริษัท ไทยเฮิร์บ จำกัด, บริษัท บางกอก แฮนดิคราฟท์ เซ็นเตอร์ จำกัด, บริษัท รอยัลพาราไดซ์ จำกัด, นางนิสา โรจน์รุ่งรังสี อายุ 66ปี กรรมการผู้จัดการทั้งสี่บริษัท ซึ่งเป็นมารดานายวสุรัตน์, นายธงชัย โรจน์รุ่งรังสี อายุ 65 ปี สามีนางนิสา, บริษัท บ้านขนมทองทิพย์ จำกัด, น.ส.สายทิพย์ โรจน์รุ่งรังสี อายุ 40 ปี กรรมการผู้มีอำนาจ บจก.บ้านขนมทองทิพย์ซึ่งเป็นบุตรของนายธงชัย และนายวินิจ จันทรมณี อายุ 74 ปี กก.ผจก บริษัทซินหยวน ทราเวลจำกัดเเละ บริษัทฝูอันฯ เป็นจำเลยที่ 1-13 ในความผิดฐานร่วมกันเป็นอั้งยี่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 209 วรรคแรก, พ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 และร่วมกันประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต, ร่วมกันฟอกเงิน ตาม พ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน พ.ศ.2542
สืบเนื่องเมื่อระหว่างวันที่ 24 มี.ค – 31 ส.ค. 2559 ต่อเนื่องกัน บริษัท ฝูอัน ทราเวล จำกัด นำนักท่องเที่ยวชาวจีนเข้ามาเที่ยวโดยไม่เสียค่าบริการ หรือที่เรียกว่า”ทัวร์ศูนย์เหรียญ” จากนั้นบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด จำเลยให้ใช้รถบัสจำนวน 2,500 คัน รับนักท่องเที่ยวฟรี โดยเป็นผู้กำหนดแผนการเดินทางให้มัคคุเทศก์และผู้ขับขี่นำรถไปจอดให้นักท่องเที่ยวแวะซื้อสินค้าจากร้านในเครือเดียวกับบริษัท โอเอฯ ซึ่งสินค้ามีราคาแพงกว่าท้องตลาดหลายเท่า แสดงฉลากไม่ถูกต้อง เป็นการขูดรีดนักท่องเที่ยว ไม่เป็นการแข่งขันเสรีทางการค้า อำพรางแบ่งปันผลประโยชน์ โดยบริษัท โอเอ ทรานสปอร์ต จำกัด แบ่งปันผลประโยชน์ให้บริษัททัวร์ 30-40 %ให้มัคคุเทศก์ 3-5 % มีพฤติกรรมลักษณะเป็นขบวนการ แบ่งหน้าที่กันทำ ปกปิดวิธีการอันมิชอบด้วยกฎหมายเพื่อให้ได้มาซึ่งเงินของนักท่องเที่ยวศูนย์เหรียญชาวจีน จนเกิดความ เสียหายมูลค่า 98 ล้านบาทเศษทำให้อุตสาหกรรมการท่องเที่ยวและภาพลักษณ์ของประเทศเสียหาย คดีนี้ศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทั้งหมด
ต่อมาศาลอุทธรณ์ พิพากษาแก้ให้ลงโทษปรับเฉพาะ จำเลยที่ 1,2เเละ 13 ผิดตามพ.ร.บ.ธุรกิจนำเที่ยวเเละมัคคุเทศก์ พ.ศ.2551 มาตรา 24,82 ประกอบ ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 83 ให้ปรับรายละ 5แสนบาทนอกจากที่เเก้ให้เป็นไปตามคำพิพากษาศาลชั้นต้น จำเลยที่ 1,2 และ 13 ยื่นฎีกา ทั้งนี้เมื่อถึงเวลา ทนายจำเลยที่ 1,2 และ 13 แถลงต่อศาลว่า ไม่สามารถติดต่อนายสมเกียรติ จำเลยที่ 1 ได้ ไม่ทราบว่า ย้ายที่อยู่หรือไม่ ศาลตรวจสำนวนแล้ว ปรากฏว่าได้ส่งหมายนัดให้จำเลยที่ 1 เมื่อวันที่ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมาเเต่จำเลยที่ 1ยังไม่ทราบหมายนัดโดยชอบด้วยกฎหมาย จึงให้เลื่อนอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นวันที่ 26 ม.ค.2565 เวลา 09.00 น.

