เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม พล.ต.ต.อนันนต์ นานาสมบัติ ผู้บังคับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค(ผบก.ปคบ.) พ.ต.อ.สมเกียรติ ตันติกนกพร รอง ผบก.ปคบ. ร่วมกันแถลง พ.ต.อ.อภิชาติ เรนชนะ ผกก.2 บก.ปคบ. และ เจ้าหน้าที่กรมวิชาการเกษตร ตรวจค้นทลายเครือข่ายจัดเก็บวัตถุอันตรายผิดกฎหมายทางการเกษตร
พล.ต.ต.อนันนต์ กล่าวว่าสืบเนื่องจากตำรวจ กก.2 บก.ปคบ. รับแจ้งว่ามีกลุ่มผู้ลักลอบจำหน่ายวัตถุอันตรายทางการเกษตรเป็นสารกำจัดแมลง ชื่อ คลอร์ไฟริฟอส โดยไม่ใด้รับอนุญาต ในพื้นที่จ.สิงห์บุรี ซึ่งสารดังกล่าวนั้นถูกยกเลิกการใช้โดยกระทรวงอุตสาหกรรม ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน 2563 โดยผู้ที่ครอบครอง ต้องส่งมอบคืนและทำลาย ภายใน 270 วัน นับจากวันที่ประกาศ ทางตำรวจ กก.2 บก.ปคบ. จึงทำการสืบสวนจนพบสถานที่เก็บสารกำจัดแมลง และเฝ้าสังเกตุการณ์จนเชื่อว่าสถานที่ดังกล่าวเป็นที่เก็บและจำหน่ายวัตถุอันตรายจริง จึงประสานไปยังเจ้าหน้าที่วิชาการเกษตร เข้าตรวจค้นสถานที่ดังกล่าวซึ่งเป็นโกดังไม่มีเลขที่ ต.โพทะเล อ.ค่ายบางระจัน จ.สิงห์บุรี โดยมีนายวีรพงษ์(สงวนนามสกุล) เป็นผู้ครอบครอง หลังการตรวจค้น พบสารกำจัดแมลงที่มีส่วนผสมของสารคลอร์ไฟริฟอส หลายยี่ห้อ เช่น สิงห์โป้ง, อาราก้อน, ไลท์คลอร์ไพร และ เสือเทรลพลัส รวมทั้งหมด 4,260 ขวด และวัตถุอันตรายอื่นๆ รวมมูลค่ากว่า 2.5 ล้านบาท เบื้องตันการกระทำดังกล่าวเป็นความผิดตาม พระราชบัญญัติวัตถุอันตราย พ.ศ.2535 ฐาน ผลิต นำเข้า ส่งออก หรือมีไว้ในครอบครองซึ่งวัตถุอันตรายชนิดที่ 4 โดยไม่ได้รับอนุญาต ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 1,000,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
พล.ต.ต.อนันนต์ กล่าวอีกว่าเนื่องจากอาจมีผู้ค้าบางรายที่จัดเก็บผลิตภัณฑ์ดังกล่าวไว้ตั้งแต่ก่อนการประกาศยกเลิก และอาจเสียผลประโยชน์ จึงทำลักลอบจำหน่ายเกษตรกรที่ซื้อผลิตภัณฑ์สารกำจัดวัชพืชหรือแมลง ให้ตรวจสอบผู้ผลิต สถานที่ผลิตให้ถูกต้อง หากไม่ได้ผ่านการตรวจคุณภาพจากกรมวิซาการเกษตร อาจก่อให้เกิดอันตรายแก่เกษตรกรผู้ใช้ และผู้บริโภคได้

