ภายหลังศาลอาญามีคำพิพากษาในคดีที่พนักงานอัยการเป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นพ.ปราโมทย์ จำเลยที่ 1 และ น.ส.จิตวิมล จำเลยที่ 2 ในข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา หลังจากที่ นพ.ศรุต ทวีรุจจนะ เสียชีวิตปริศนาด้วยการตกตึกในปี 2553 ซึ่งศาลพิพากษาจำเลยทั้งคู่จำคุกคนละ 10 ปี ชดใช้ค่าเสียหายเป็นเงิน 5 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยในอัตราร้อยละ 7.5 ต่อปีให้กับมารดาผู้เสียชีวิต ตามข่าวที่เสนอไปแล้วนั้น
เกี่ยวกับกรณีดังกล่าว เมื่อวันที่ 25 ธันวาคม 2564 มีผู้ใช้เฟซบุ๊กชื่อ Ern Ern ซึ่งเปิดเผยว่าตนเองคือภรรยาของ นพ.ศรุต ได้ออกมาระบุในมุมมองส่วนตัวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งเชื่อว่าสามีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุ โดยระบุว่า ในวันเกิดเหตุหมอศรุตดื่มเหล้าคนเดียวตั้งแต่ช่วงบ่าย 4-5 และโทรไปชวนหมอเอ (นามสมมุติ) และเพื่อนไปเที่ยวต่อ เมื่อออกไปเที่ยวก็โทรมาเป็นระยะ จนกระทั่งร้านปิดหมอเอโทรมาบอกตนว่าหมอศรุตเมามาก น่าจะกลับไม่ไหว เลยพาไปพักที่หอพัก รู้อีกครั้งคือหมอศรุตเสียชีวิต
และทางเพื่อนก็ปั๊มหัวใจจนสุดความสามารถ สิ่งที่หมอเอให้การคือ อยู่ดีๆ หมอศรุตก็ลุกขึ้นมาแล้วพุ่งตัวออกไปเลย ไม่รู้เอาเรี่ยวแรงมาจากไหน สิ่งนี้คือสิ่งที่เกิดขึ้นที่บ้านบ่อยจนปกติ คือเมื่อหมอศรุตเมากลับมาที่บ้าน คือจะมีความโซซัดโซเซ พยุงตัวเองไม่ได้ มีอาการพุ่งตัวอย่างแรงเมื่อรู้สึกตัว เหมือนจะวิ่ง แรงเยอะ เหมือนวิ่งหลาว เพื่อไปเข้าห้องน้ำ แต่ห้องที่บ้านมีขนาดใหญ่มาก วิ่งได้สบาย แต่เมื่อเทียบกับห้องที่เกิดเหตุคือมีขนาดเล็กมากๆ แค่ 2 ก้าวเท่านั้น”
เมื่อฟังจากคำให้การ ทำให้เธอนึกภาพออกว่าสามีพยายามจะไปเข้าห้องน้ำ ซึ่งห้องดังกล่าวประตูระเบียงกับประตูห้องน้ำอยู่ติดกัน และมีหน้าตาเหมือนกัน หมอศรุตอาจไม่ได้วิ่งพุ่งตัวลงมาแต่วิ่งไปเปิดประตูเพราะคิดว่าเป็นห้องน้ำ เหมือนที่ทำที่บ้าน
ประกอบกับห้องแคบมากๆ ระเบียงก็แคบและเตี้ย เมื่อเจอระเบียงและพลัดตกลงมาในจังหวะที่หันหลัง และน่าจะพยายามคว้ากำแพงเอาไว้ เลยมีฝุ่นติดมือและองศาการตกเป็นไปในทิศทางการทดลอง
“เราซึ่งเป็นภรรยาผู้ตายก็ไม่คิดว่ามันจะเกิดขึ้น และเสียใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น ไม่คิดว่าเป็นการฆ่าตัวตาย 100% ในใจยังคงเชื่อว่าเป็นอุบัติเหตุเรื่องพลัดตกเสมอมา เรายังคงเชื่อในความรักความมุ่งมั่นของแม่หมอศรุต และเชื่อในหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ที่แม่คุณหมอหามาทุกอย่าง ว่าเป็นเรื่องจริงที่พิสูจน์ได้ว่าหมอศรุตไม่ได้ฆ่าตัวตาย เป็นเรื่องที่ถูกต้องค่ะ”
ภรรยาของหมอศรุตยืนยันว่าเป็นไปได้ที่หมอศรุตจะเมามาก และลุกขึ้นมาวิ่ง เพราะเคยเห็นมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งทางครอบครัวของหมอศรุตไม่เคยเห็น และไม่ทราบว่าหมอกินเหล้าหนัก แต่หากเป็นเพื่อนและคนใกล้ชิดจะรู้เรื่องนี้ดี ในฐานะคนใกล้ชิด เธอจึงเชื่อว่าไม่ใช่การฆ่าตัวตาย แต่เป็นอุบัติเหตุโดยไม่เจตนา
“หากเรื่องนี้ตัดสินตามนั้น คือชีวิตของคน 2 คน ต้องจบสิ้นอนาคต และทุกข์ทรมานยิ่งกว่า 11 ปีอย่างแน่นอน ในเรื่องนี้อาจเป็นเพียงอุบัติเหตุที่ต้องการคนผิดมารับผิดชอบ และมีสิ่งมีชีวิตที่เรียกว่าแพะก็เป็นได้ หากการกระทำใดที่ทำกับใครไว้จะเป็นกรรมติดตัวไปตลอดกาล”
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นคดีซึ่งเกิดมานานมาก มีการเปลี่ยนพนักงานสอบสวนหลายคณะ จนต่อมาพนักงานอัยการมีคำสั่งให้ฟ้องคดีซึ่งผู้พิพากษาศาลอาญาได้ออกไปเดินเผชิญสืบดูที่เกิดเหตุแล้ว เชื่อว่าจำเลยทั้งสองกระทำผิดจริง จึงพิพากษาลงโทษคดีดังเมื่อ 11 ปีที่แล้ว ซึ่งความจริงแล้วคดีนี้เมื่อพนักงานอัยการยื่นฟ้องในปี 2563 ศาลอาญาได้เร่งรัดพิจารณาคดีให้แล้วเสร็จภายในเวลาเพียง 1 ปี ทั้งที่มีสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 เพื่อให้เกิดความเป็นธรรมแก่คู่ความทั้งสองฝ่าย

