ตร. จับกุมคนจีนลักลอบเข้าประเทศ เครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเทศกัมพูชา

28.12.21 | 15:45 น.

รองผบ.ตร. แถลงผลการจับกุมคนจีนลักลอบเข้าประเทศ หนึ่งในเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ประเทศกัมพูชา


เมื่อเวลา 13.30 วันที่ 27 ธันวาคม ที่ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.) พล.ต.อ.ดำรงศักดิ์ กิตติประภัสร์ รอง ผบ.ตร./ผอ.ศปอส.ตร. หรือ PCT, พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ พันธุ์เพ็ชร์ ผู้ช่วย ผบ.ตร./รอง ผอ.ฯ, พล.ต.ท.ปรีชา เจริญสหายานนท์ ผู้ช่วย ผบ.ตร., พล.ต.ท.ปิยะ ต๊ะวิชัย ผบช.ภ.5, พล.ต.ต.พันธนะ นุชนารถ ผบก.สส.สตม./หน.ชุดปฏิบัติการที่ 1 PCT และ พล.ต.ต.ธีรเดช ธรรมสุธีร์ ผบก.สส.ภ.2/หน.ชุดปฏิบัติการที่ 5 PCT
ร่วมแถลงผลการดำเนินงานของศูนย์ปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยีสารสนเทศ (Police Cyber Taskforce) จับกุมแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ขณะเข้ามาตั้งศูนย์ปฏิบัติการในไทย

สืบเนื่องจากการจับกุมเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์ ที่อ้างเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจ ซึ่งเป็นคนไทยที่อยู่ในทวีปกัมพูชา ตามที่ได้มีการนำเสนอข่าวไปนั้น
พล.ต.ต.ธีรเดช หน.ชป.5 PCT เปิดเผยถึงการสืบสวนขยายผลว่า ตำรวจ PCT ได้ร่วมกับ บก.สส.ภ.2 สืบสวนขยายผล จนทราบว่าจะมีการเคลื่อนย้ายคนจีนบางส่วนเข้ามาตั้งศูนย์ปฏิบัติการแก๊งคอลเซ็นเตอร์ในประเทศไทยผ่านทางจังหวัดสระแก้ว จึงได้ร่วมกันออกสืบสวนตามแนวชายแดนภาคตะวันออก พบรถยนต์ต้องสงสัย 2 คัน บริเวณริมถนนคลองไก่เถื่อนทับทิมสยาม อ.คลองหาด จ.สระแก้ว จึงขอทำการตรวจค้น พบคนไทย 2 คน และคนจีนอีก 9 คน จากตรวจสอบเอกสารคนจีน พบว่าเข้ามาในราชอาญาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และภายในรถพบอุปกรณ์สำหรับเปิดออฟฟิศคอลเซ็นเตอร์ จึงควบคุมตัวทั้ง 11 คน พร้อมรถยนต์ 2 คัน โทรศัพท์มือถือ 22 เครื่อง จึงแจ้งข้อหา ช่วยเหลือ ซ่อนเร้นหรือช่วยเหลือด้วยประการใดๆ เพื่อให้บุคคลต่างด้าวเข้าเมืองผิดกฎหมายพ้นจากการจับกุม, เป็นบุคคลต่างด้าวเข้ามาและอยู่ในราชอาณาจักรโดยไม่ได้รับอนุญาต และ ฝ่าฝืนคำสั่งจังหวัดสระแก้วที่ 944/2563 ห้ามเคลื่อนย้ายบุคคลต่างด้าวเข้ามาในจังหวัด ทั้งนี้อยู่ระหว่างดำเนินการสืบสวนขยายผลเพิ่มเติมเพื่อดำเนินคดีกับกลุ่มชาวจีนในข้อหาฉ้อโกงประชาชนต่อไป

พล.ต.ท.กิตติ์รัฐ กล่าวว่า อยากฝากเตือนถึงประชาชน จากเหตุที่เกิดมาหลายกรณี เช่น การหลอกให้ลงทุน หรือ การหลอกให้ไปทำงานต่างประเทศนั้น ล้วนแล้วแต่ไม่เป็นความจริง ในส่วนของเครือข่ายแก๊งคอลเซ็นเตอร์นั้น ท่อน้ำเลี้ยงเครือข่ายดังกล่าวคือเงินที่ประชาชนที่ถูกหลอกโอนเงินไป หากประชาชนไม่หลงเชื่อ และไม่ทำการโอนเงิน เครือข่ายดังกล่าวก็ไม่สามารถดำเนินการต่อได้ จึงอยากฝากเตือนประชาชนว่าอย่าได้หลงเชื่อทุกกรณี โดยเฉพาะการหลอกว่าทำผิดกฎหมาย ไม่มีทางที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะส่งไลน์ หรือโทรศัพท์ไปหาเพื่อแจ้งข้อหา ทุกอย่างมีกระบวนการตามกฎหมาย

Advertisement