ผบก.น.9 ลั่น น.ร.ตีกันยิงปืนคู่อริย่านแสมดำ ประชาชนโดนลูกหลงเจ็บต้องถูกลงโทษทุกคน

30.12.21 | 16:04 น.

สืบเนื่องจากกรณีที่สองนักศึกษาต่างสถาบันก่อเหตุทะเลาะวิวาทใช้อาวุธปืนยิงกัน บริเวณหน้าปั๊มน้ำมัน ปตท. ปากซอยสะแกงาม 14 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม. ส่งผลให้มีผู้บาดเจ็บ 2 ราย เสียชีวิต 1 ราย เมื่อเวลา 22.00 .วันที่ 29 ธันวาคมที่ผ่านมานั้น

พล...พงศ์อานันต์ คล้ายคลึง ผบก..9 เปิดเผยว่า ฝ่ายสืบสวน สน.แสมดำ ร่วมกับฝ่ายสืบสวน กก.สส.บก..9 ร่วมลงพื้นที่เกิดเหตุสืบสวนหาข้อมูลจนทราบตัวบุคคลผู้ก่อเหตุทั้งสองฝ่าย และมีการควบคุมตัวอยู่ต้องสงสัยได้บางส่วนแล้ว ส่วนสาเหตุเกิดจากกรณีของเด็กนักเรียนอาชีวะ 2 สถาบัน ซึ่งมีความเป็นไปได้ว่ามีปัญหาทะเลาะวิวาทมาก่อนแล้ว เมื่อมาเจอหน้ากันมีการท้าทายเกิดขึ้นจึงใช้อาวุธปืนที่ติดตัวมายิงใส่กันจนเกิดเหตุดังกล่าว ขณะนี้ได้พิสูจน์ทราบเบื้องต้นทราบชื่อผู้ก่อเหตุทั้ง 2 ฝ่ายแล้ว และทาง สน.แสมดำ ได้ควบคุมตัวผู้ร่วมก่อเหตุ 4 คน อยู่ระหว่างการติดตามตัวผู้ร่วมก่อเหตุที่เหลือ พร้อมอาวุธที่ใช้ในการกระทำผิด และกล่าวเตือนนักเรียน นักศึกษาว่า บ้านเมืองมีกฎหมายรองรับ ควรทำหน้าที่ของตนให้ดี ส่วนการกระทำที่ฝ่าฝืนกฎหมายย่อมต้องถูกดำเนินคดี โดยเฉพาะการกระทำครั้งนี้มีประชาชนที่ไม่เกี่ยวข้องได้รับบาดเจ็บ ต้องพิสูจน์ทราบผู้ก่อเหตุ และถูกดำเนินคดีทุกคน

ด้านพนักงานปั๊มน้ำมัน ซึ่งเป็นเพื่อนนายคิม วอน พนักงานปั๊มที่ถูกยิงจนได้รับบาดเจ็บ เปิดเผยถึงเหตุดังกล่าวว่า เมื่อวันเกิดเหตุมีกลุ่มวัยรุ่น 2 กลุ่ม กลุ่มหนึ่งจอด จยย.อยู่บริเวณปากซอยสะแกงาม 14 และอีกกลุ่มจอดรถจักรยานยนต์บริเวณด้านหน้าปั๊ม จากนั้นมีวัยรุ่น 2 คน ขี่รถ จยย.ซ้อนกันมาเข้ามาเติมน้ำมันภายในปั๊ม เมื่อเติมน้ำมันเสร็จก็ขี่รถออกไป จากนั้นได้ยินเสียงปืนประมาณ 4-5 นัด ขณะนั้นนายคิมได้ยืนดูเหตุการณ์อยู่บริเวณหัวจ่ายน้ำมันด้านหน้า ก่อนจะโดนลูกหลงถูกยิง จึงรีบโทรศัพท์เรียกรถโรงพยาบาล จากนั้นกลุ่มวัยรุ่นก็รีบแยกย้ายกัน เบื้องต้นทราบว่าขณะนี้อาการของนายคิมดีขึ้นแล้ว

ด้านพ่อและแม่ของผู้ก่อเหตุรายหนึ่งเปิดเผยว่า ลูกชายได้เข้าเรียนที่วิทยาลัยเทคนิคสมุทรสาครปีนี้ ปกติจะเรียนทางออนไลน์ เพิ่งเข้ามาเรียนแบบออนไซต์ได้ประมาณไม่กี่สัปดาห์ ทั้งนี้ ลูกชายไม่เคยกล่าวถึงปัญหาระหว่างสถาบันแต่อย่างใด เนื่องจากลูกชายทำงานเป็นคนขับเดลิเวอรี่ เมื่อช่วงเช้าของวันเกิดเหตุลูกชายได้บอกกับตนว่าจะออกไปทำงาน

ต่อมาช่วงเที่ยงลูกชายกลับเข้ามาเปลี่ยนเสื้อผ้าและออกจากบ้านอีกครั้ง ส่วนลักษณะนิสัยของลูกชายเมื่ออยู่นอกบ้านนั้นตนเองไม่ทราบและไม่เคยพบเจอกับเพื่อนของลูกชายมาก่อน ได้พบครั้งแรกหลังเกิดเหตุเนื่องจากเพื่อนมาแจ้งกับตนว่าลูกชายถูกจับกุม

Advertisement