“บิ๊กโจ๊ก”หารือสมาคมการประมงฯเผยพบเรือสวมทะเบียนทำประมงผิดก.ม.สั่งขยายผลหาผู้เกี่ยวข้องเชื่อเจ้าหน้าที่รัฐเอี่ยว
เมื่อวันที่ 13 มกราคม พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ หักพาล ผู้ช่วย ผบ.ตร./รองประธานอนุกรรมการแก้ไขปัญหาการทำประมงผิดกฎหมาย รับมอบหมายจาก พล.ต.อ.สุวัฒน์ แจ้งยอดสุข ผบ.ตร. พล.ต.อ.รอย อิงคไพโรจน์ รองผบ.ตร./ผู้อำนวยการ ศพดส.ตร. เข้าร่วมประชุม หารือกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทยซึ่งเป็นการประชุมใหญ่ วิสามัญครั้งที่ 1/2565 ณ โรงแรมเซ็นทรัล เพลส อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยเน้นย้ำตามภารกิจที่ได้รับมอบหมายจาก พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และ พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรี คณะทำงานด้านเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจติดตามการทำประมงที่ไม่ชอบด้วยกฎหมาย มีเป้าหมายอยู่ที่การทำประมงไม่ชอบด้วยกฎหมายเท่านั้น ถ้าทำประมงถูกกฎหมายก็เป็นไปตามวิถีชีวิตปกติ เป็นการแยกน้ำเสียออกจากน้ำดี และจะดำเนินการเฉพาะน้ำเสียเท่านั้น ไม่ให้มาปนกับน้ำดี
ผู้สื่อข่าวรายงาน ผู้ช่วย ผบ.ตร. ให้ความมั่นใจกับสมาคมการประมงแห่งประเทศไทย ว่า “เข้ามาในหน้าที่เพื่อทำงาน ในการด้านบังใช้กฎหมายที่ผ่านมาในห้วง 1 เดือน มีการดำเนินการจับกุมดำเนินคดีที่ผิดกฎหมายหลายราย เช่น กรณีเรือสัญชาติมาเลเซีย แต่ชักธงอินโดนีเซีย 5 ลำ ที่สงขลาอยู่ระหว่างขยายผล หากมีเจ้าหน้าที่รัฐไปเกี่ยวข้องจะถูกดำเนินคดี ส่วนกรณีเรือขอซ่อม ของดใช้ และได้รับอนุญาตให้ปิด VMS 620 ลำ ซึ่งต้องแจ้งจุดจอดให้กับเจ้าหน้าที่ แต่เมื่อไปตรวจดูก็พบว่ามีบางลำไม่ได้ทำตามกฎกติกา เช่นที่จังหวัดชลบุรี ซึ่งตอนนี้ลามมาถึงจังหวัดสมุทรสาครแล้วและไม่ใช่เฉพาะเจ้าของเรือแต่จะเลยไปถึงแพปลา โรงงานที่รับซื้อ รวมทั้งประเด็นเรื่องปัญหาการค้ามนุษย์ รับรายงานว่าใน พ.ศ.2563-2564 ที่ผ่านมามีลูกเรือตกน้ำ มากถึง 230 คน จะส่งตำรวจไปดูเรื่องนี้ เพราะเป็นเรื่องที่สังคมสนใจ แรงงานข้ามชาติเหล่านี้ล้วนมีครอบครัวต้องดำเนินการตามหลักมนุษยธรรม และตามกฎหมายที่เกี่ยวข้อง
ต่อมา พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ ตรวจสอบเรือประมงต้องสงสัยในการสวมซาก ปลอมเปลี่ยนแปลงชื่อเรือ ที่คานเรือ ต.โกรกกราก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร หลังได้รับรายงานจาก สภ.สัตหีบ ว่าเมื่อวันที่ 8 ม.ค. เจ้าหน้าที่ประจำด่านตรวจประมงชลบุรีเข้าตรวจสอบเรือประมงชื่อโนรีนาวา ณ ท่าเทียบเรือสะพานปลาป้าแคลง ซึ่งเรือลำดังกล่าวยื่นคำร้องขอปิดสัญญาณอุปกรณ์ระบุตำแหน่งเรือชั่วคราว เนื่องจากกรณีตัวเรือเกิดชำรุดเสียหายต้องซ่อมแชม โดยนำเรือเข้าอู่เรือคานเรือ หรือท่าเทียบเรือประมงไว้กับด่านตรวจประมงชลบุรี แต่เมื่อไปตรวจสอบ ไม่พบเรือลำดังกล่าวที่ท่าเทียบเรือสะพานปลาป้าแคลง จึงขยายผลตรวจสอบพบเรือดังกล่าวถูกนำไปจอดไว้ห่างออกไป ซึ่งคาดว่าจะนำเรือไปจม เพื่อนำหมายเลขเรือดังกล่าวไปสวมซากเรือ
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ จึงสั่งการให้ พล.ต.ต.พนัญชัย ชื่นใจธรรม รอง ผบช.ภ.1/หน.ชป.2 พ.ต.อ.น้ำเพขร ทรัพย์อุดม รอง ผบก.คด./รอง หน.ชป.ที่ 2 พร้อมพวกตำรวจสืบสวนขยายผลจนได้ข้อมูลว่ามีเรือที่เกี่ยวข้องกัน อยู่ที่ จ.สมุทรสาคร จึงเดินทางมาตรวจสอบพบเรือต้องสงสัยอีก 1 ลำ จึงร่วมกับพิสูจน์หลักฐาน กรมเจ้าท่า กรมประมง ศรชล. ตำรวจน้ำ ทำการตรวจพิสูจน์ เบื้องต้นพบว่านายสนั่น แซ่ลี้ เป็นเจ้าของเรือ โดยให้การว่า ซื้อเรือศุภประภานำโชค มาจาก น.ส.สุธีรา มุกดา อยู่ที่ ต.แสมสาร ชลบุรี เมื่อวันที่ 16 พ.ย.64 ราคาสามแสนบาท โดยจดทะเบียนที่ กรมเจ้าท่าถูกต้อง ก่อนผู้ขายจะขับเรือมาส่งให้ ที่ท่าหน้าบ้าน เลขที่ 82/6 ม.2 ต.บางหญ้าแพรก อ.เมือง จ.สมุทรสาคร โดยผู้ซื้อเดินทางด้วยรถยนต์ มาจดทะเบียนโอนเรือให้ที่ จท.สมุทรสาคร และจอดเรือไว้ที่ท่าหน้าบ้านประมาณ 20 วัน จึงนำเรือมาขึ้นคานซ่อมแซม ที่คานเรือ เนื่องจากเรือมีสภาพทรุดโทรมมาก จากนั้นตนไปขอโอนใบอนุญาตทำการประมงพาณิชย์ และได้รับแล้ว มีเอกสารหลักฐานครบถ้วนถูกต้อง จากการตรวจสอบกายภาพของเรือ พบมีชื่อ เลขทะเบียน เลขเครื่องหมายประจำเรือประมง มีการตอกเลขอัตลักษณ์2 แห่ง จึงแจ้ง จท. Pipo ศรชล. พฐ. ร่วมตรวจสอบเรือ โดยตรวจวัดขนาด และตรวจเลขอัตลักษณ์ พฐ.ตรวจพิสูจน์ ชื่อเรือเลขทะเบียน โดยจะลอกสี เพื่อดูชื่อเรือที่เคยเขียนไว้ก่อนหน้านี้ รวมทั้งตรวจ การตอก ร่องรอยลักษณะ โดยเบื้องต้นพบว่า เรือลำดังกล่าวมีการขูดเปลี่ยนแปลงหมายเลขเป็นอีกลำหนึ่ง ซึ่งน่าจะมีความเกี่ยวข้องกับ เรือ ศุภประภานำโชค เรือโนรีนาวา ที่ตรวจพบที่ สัตหับ จ.ชลบุรี
พล.ต.ท.สุรเชษฐ์ฯ กล่าวอีกว่า “เรือต้องสงสัยที่ตรวจพบทั้งหมด มีความเชื่อมโยงกัน มีการขูดลอกเลข เพื่อปลอมแปลงชื่อเรือ ซึ่งอยู่ระหว่างการตรวจสอบโดยละเอียดของกองพิสูจน์หลักฐาน หากพบการกระทำความผิด จะเรียกผู้เกี่ยวข้องมาดำเนินคดี รวมทั้งขยายผลว่ามีเจ้าหน้าที่รัฐรู้เห็นเป็นใจหรือไม่ ยืนยันว่าจะทำความจริงให้ปรากฎ แยกน้ำดีออกจากน้ำเสีย เพื่อแก้ปัญหาประมงผิดกฎหมายตามนโยบายรัฐบาล”

