‘Bluebik’ วางเป้าปี’65 เติบโตไม่ต่ำกว่า 30% ผลพวงธุรกิจบริการขยายตัวทุกกลุ่ม มั่นใจร่วมทุน OR ปีนี้เห็นผลเลิศ

นายพชร อารยะการกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บลูบิค กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ BBIK เปิดเผยว่า ปี 2565 บริษัทจะมุ่งสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง โดยวางเป้าหมายรายได้จากการให้บริการเติบโตไม่ต่ำกว่า 30% จากปีที่ผ่านมา เนื่องจากลูกค้าในภาคธุรกิจต่างๆ มีความต้องการด้านการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และมีแนวโน้มให้ความสำคัญกับการลงทุนในส่วนนี้มากยิ่งขึ้น เพื่อเพิ่มศักยภาพการดำเนินธุรกิจและขีดความสามารถการแข่งขันในยุคดิจิทัล ตลอดจนปลดล็อกศักยภาพการเติบโตแก่องค์กร

ทั้งนี้ คาดว่าการเติบโตในปี 2565 จะมาจากบริการหลักเกือบทุกกลุ่ม ได้แก่ บริการที่ปรึกษาด้านการจัดการข้อมูลขนาดใหญ่และการวิเคราะห์ข้อมูลขั้นสูงด้วยปัญญาประดิษฐ์ (Big Data & Advanced Analytics) ซึ่งจะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลแก่องค์กรต่างๆ บริการพัฒนาระบบดิจิทัลและให้คำปรึกษาด้านเทคโนโลยี (Digital Excellence and Delivery) และบริการให้คำปรึกษาด้านกลยุทธ์และการจัดการ (Management Consulting) ตลอดจนจะมุ่งสร้างรายได้เพิ่มขึ้นจากบริการที่ปรึกษาการบริหารจัดการโครงการเชิงยุทธศาสตร์ (Strategic PMO) และบริการใหม่ๆ ได้แก่ ที่ปรึกษาด้านการปรับกระบวนการทำการตลาดด้วยเทคโนโลยีและการวางกลยุทธ์การตลาดครบวงจร (Marketing Transformation & Marketing Strategy)

“ในรอบปีที่ผ่านมา ได้เห็นบริษัทขนาดใหญ่ออกมาประกาศทรานส์ฟอร์มธุรกิจ เพื่อรับมือการเปลี่ยนแปลงจากการถูกดิสรัปต์ด้วยเทคโนโลยีหรือต้องการที่จะเพิ่มศักยภาพการเติบโต โดยมองว่าเทรนด์ของการทำดิจิทัลทรานส์ฟอร์เมชันในปี 2565 ในกลุ่มธุรกิจสถาบันการเงิน ธนาคาร ประกันภัย โทรคมนาคม และค้าปลีก ยังขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และจะเป็นปัจจัยสนับสนุนการเติบโตให้กับบริษัทฯ” นายพชรกล่าว

สำหรับภาพรวมการดำเนินธุรกิจในปี 2564 นายพชรกล่าวว่า ถือเป็นปีแห่งการเติบโตและประสบความสำเร็จด้วยการให้บริการลูกค้ารายใหญ่ไม่ต่ำกว่า 30 ราย โดยได้ขยายฐานลูกค้าไปยังประเทศอินโดนีเซียและสิงคโปร์ ซึ่งรายได้ในส่วนนี้คิดเป็นสัดส่วนประมาณ 10% ของรายได้ในปี 2564 นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังได้เข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ เมื่อเดือนกันยายน 2564 ซึ่งได้รับการตอบรับที่ดีจากนักลงทุน

ส่วนการดำเนินธุรกิจของบริษัท ออร์บิท ดิจิทัล จำกัด (ORBIT) ซึ่งเป็นการร่วมทุนระหว่างบริษัท ปตท. น้ำมันและการค้าปลีก จำกัด (มหาชน) หรือ OR ถือหุ้นผ่านบริษัทย่อย 40% และบริษัทฯ ถือหุ้น 60% เพื่อเติมเต็มนวัตกรรมและศักยภาพด้านดิจิทัลสู่การสร้างประสบการณ์ที่ดีให้กับลูกค้า ตลอดจนเพิ่มขีดความสามารถขององค์กรด้วยเทคโนโลยีและนวัตกรรมสู่การเพิ่มมูลค่าและสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่ๆ ให้กับ OR นั้น คาดว่าจะเติบโต ได้ดีในปี 2565

“เรามั่นใจว่าผลการดำเนินงานไตรมาส 4/2564 จะเติบโตอย่างแข็งแกร่ง คาดว่าจะมีมูลค่างานที่รับรู้รายได้ (แบ็กล็อก) ตามเป้าหมาย ส่งผลให้รายได้รวมทั้งปีที่คาดการณ์อยู่ในระดับไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท เนื่องจากมีดีมานด์จากลูกค้าอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันบริษัทฯ ยังมีแบ็กล็อกในปี 2565 ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะช่วยหนุนการเติบโตตามแผนที่วางไว้” นายพชรกล่าว

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon