ส.ต.ต.ขอบวชหน้าไฟ โฆษกบช.น.แถลงไว้อาลัยพญ. เคลียร์ปมทิ้งศพนิรนาม 2 ชม. ลั่นแจ้ง7ข้อหาหนัก (คลิป)

ส.ต.ต.ขอบวชหน้าไฟ โฆษกบช.น.แถลงไว้อาลัยพญ. สูญเสียบุคลากรสำคัญ รับแถลงข่าวยากที่สุดตั้งแต่ทำหน้าที่มา  เคลียร์ปมทิ้งศพนิรนาม 2 ชม. ลั่นแจ้ง7ข้อหาหนักดำเนินคดีถึงที่สุด

เมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 24 มกราคม  ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)พล.ต.ต. จิรสันต์ แก้วแสงเอก รองผบช.น. ในฐานะโฆษกบช.น.พร้อมด้วย พ.ต.อ.บวรภพ สุนทรเลขา ผกก.พญาไท เปิดเผยถึงความคืบหน้ากรณี ส.ต.ต.นรวิชญ์ บัวดก ผบ.หมู่ กองร้อยที่ 2 กองกำกับการ 1 กองบังคับการอารักขาและควบคุมฝูงชน ขี่บิ๊กไบค์ชนพญ.วราลัคน์ สุภวัตรจริยากุล หรือหมอกระต่าย จักษุแพทย์ ภาควิชาจักษุวิทยา คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ขณะกำลังเดินข้ามทางม้าลาย จนเป็นเหตุให้เสียชีวิต เมื่อวันที่ 21 มกราคมนั้นว่า

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า เป็นการแถลงข่าว ที่ยากที่สุดตั้งแต่แถลงข่าวมา เพราะสูญเสียบุคลากรเชี่ยวชาญทางการแพทย์ด้านจักษุ ที่มีไม่กี่คนในประเทศ โดยผู้เสียชีวิตก็เป็น แพทย์โรงพยาบาลตำรวจ นับว่าเป็นการสูญเสียบุคลากรที่ทรงคุณค่าของประเทศ อีกทั้งยังเป็นแพทย์ที่ปฏิบัติงานในโรงพยาบาลตำรวจ ถือเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ต่อวงการแพทย์และสำนักงานตำรวจแห่งชาติ นอกจากนี้ ผู้ต้องหามีความจำนงที่จะอุปสมบทเพื่ออุทิศบุญกุศลให้กับผู้เสียชีวิตอีกด้วย

ต่อมา พล.ต.ต.จิรสันต์ และ พ.ต.อ.บวรภพ ได้ทำการยืนไว้อาลัยให้ผู้เสียชีวิตเป็นเวลา 1 นาที

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวว่า หลังเกิดเหตุ ผู้ต้องหาได้รับบาดเจ็บ จึงเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลตำรวจและเข้าพบพนักงานสอบสวนเพื่อรับทราบข้อกล่าวหา โดยมีทั้งสิ้น 7 ข้อหา ได้แก่
1.ขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย
2.นำรถไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนมาใช้ในทาง
3.ไม่ปฏิบัติตามเครื่องหมายบนพื้นทาง นั่นก็คือไม่หยุดรถให้คนข้าม
4.ขับรถไม่ชิดขอบทางด้านชัาย
5.ฝ่าฝืนใช้รถที่ไม่ได้เสียภาษีประจำปี
6.นำรถไม่สมบูรณ์มาขับ เพราะไม่ติดกระจกหลัง
7. มีพ.ร.บ. แต่ไม่มีประกัน

เบื้องต้นผู้ต้องหาให้การรับสารภาพ โดยวันที่มามอบตัว ได้ทำการตรวจวัดแอลกอฮอล์ และไม่พบแอลกอฮอล์ในร่างกายแต่อย่างใด จึงขอยืนยันว่าพนักงานสอบสวนได้แจ้งข้อหาตามกฎหมาย ไม่ว่าจะเป็นตำรวจหรือประชาชน

กรณีปล่อยตัวหลังรับทราบข้อกล่าวหานั้น เป็นการดำเนินการตามกระบวนการกฎหมาย โดยผู้ต้องหาพึงได้รับอนุญาตปล่อยตัวชั่วคราว หากไม่ทำการหลบหนี, เข้าไปวุ่นวายกับพยานหลักฐาน, มีแนวโน้มที่จะก่อเหตุอื่น หรือเป็นอุปสรรคกับการสอบสวน ซึ่งผู้ต้องหาได้เข้ามอบตัวเพื่อรับทราบข้อกล่าวหาแล้ว พนักงานสอบสวนเห็นว่าผู้ต้องหาไม่ทำการหลบหนี มีที่อยู่เป็นหลักแหล่ง รวมถึงไม่มีแนวโน้มที่จะก่อเหตุอื่น จึงทำการปล่อยตัวโดยไม่มีหลักประกัน ซึ่งเป็นไปตามกระบวนการกฎหมาย

กรณีการใช้เวลานานก่อนจะนำตัวผู้ต้องหาพร้อมสำนวนส่งพนักงานอัยการนั้น เป็นการนัดในเบื้องต้น เมื่อพนักงานสอบสวนสอบสวนพยานหลักฐานเสร็จสิ้น พนักงานสอบสวนสามารถเรียกตัวผู้ต้องหาเพื่อส่งให้พนักงานอัยการเร็วกว่าที่นัดไว้ได้ จากการสอบสวนพยานหลักฐาน คาดว่าสามารถส่งตัวผู้ต้องหาและสำนวนให้พนักงานอัยการได้ในวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2564 เวลา 9.00 น. หากดำเนินการเสร็จก่อนหน้านั้นจะดำเนินการทันที

กรณีพนักงานสอบสวนเก็บพยานหลักฐานของผู้เสียชีวิตไว้ โดยไม่แจ้งให้โรงพยาบาลทราบนั้น เมื่อได้รับแจ้งเหตุ พนักงานสอบสวนได้เดินทางไปที่เกิดเหตุทันที ขณะนั้นพนักงานสอบสวนไม่ทราบว่าผู้บาดเจ็บเสียชีวิต เมื่อนำตัวส่งโรงพยาบาลแล้ว พนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานในที่เกิดเหตุ ซึ่งใช้เวลา 30-40 นาที และได้ทำการสืบค้นข้อมูลในการติดต่อญาติผู้เสียชีวิต ขณะนั้นพนักงานสอบสวนทราบว่าผู้เสียชีวิตเป็นแพทย์ที่ปฏิบัติงานที่โรงพยาบาลตำรวจ และไม่มีข้อมูลติดต่อของญาติ ต่อมาเพื่อนของผู้เสียชีวิตซึ่งเป็นแพทย์ได้ติดต่อเข้ามาทางโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิต พนักงานสอบสวนจึงแจ้งให้ทราบ และให้ประสานให้การติดต่อญาติ แต่แพทย์คนดังกล่าวก็ไม่สามารถติดต่อญาติได้เช่นกัน ต่อมาแพทย์ที่คาดว่าเป็นอาจารย์ของผู้เสียชีวิตได้ติดต่อเข้ามาเช่นกัน จึงสามารถประสานไปทางญาติได้ เมื่อทราบว่าผู้บาดเจ็บเสียชีวิต พนักงานสอบสวนได้เดินทางไปที่โรงพยาบาลราชวิถี เพื่อนำส่งการชันสูตรบาดแผลให้กับทางโรงพยาบาล

พล.ต.ต.จิรสันต์ ยังกล่าวอีกว่า จากการตรวจสอบ รถจยย. ของผู้ต้องหา พบว่าเป็นรถมือสองที่ผู้ต้องหาซื้อมาเมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2564 ในราคา 113,000 บาท และมีเอกสารครบถ้วน จึงไม่ใช่รถของกลางที่ยึดมาอย่างที่สังคมครหาแต่อย่างใด

ส่วนประเด็นที่ญาติของผู้เสียชีวิตมีข้อสงสัยว่า เหตุใดจึงได้ภาพจากกล้องวงจรปิดล่าช้านั้น เป็นการดำเนินการตามขั้นตอนกฎหมาย เนื่องจากต้องทำการประสานไปยังหน่วยงานอื่นที่เป็นเจ้าของกล้องวงจรปิดก่อน โดยกล้องของกทม.นั้นมีความชัดเจนน้อย จึงต้องทำหนังสือประสานไปยังสถาบันโรคไตภูมิราชนครินทร์ ที่มีภาพชัดเจนมากกว่า นอกจากนี้ บช.น. ขอวิงวองให้ประชาชนอย่าส่งภาพอุบัติเหตุลงสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากเป็นการซ้ำเติมความรู้สึกของผู้สูญเสีย และการส่งต่อข้อมูลที่บิดเบือนข้อเท็จจริง นอกจากจะเป็นการกระทำผิดกฎหมายแล้ว ยังทำร้ายความรู้สึกของประชาชนที่ไม่ทราบข้อเท็จจริงอีกด้วย

ขณะที่ พ.ต.อ.บวรภพ เปิดเผยว่า เมื่อพนักงานสอบสวนได้รับแจ้งเหตุ จึงรุดไปที่เกิดเหตุ โดยใช้เวลาตรวจสอบที่เกิดเหตุประมาณ 30 นาที ต่อมา พนักงานสอบสวนได้รับหลักฐานทรัพย์สินเพิ่มเติมที่ประชาชนเก็บไว้ได้ ขณะนั้น ความมุ่งหมายของเจ้าหน้าที่ต้องการติดต่อญาติของผู้เสียชีวิต ทว่าไม่สามารถเข้าถึงโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิตได้ ต่อมา น.ส.ใบเฟิร์น เพื่อนร่วมงาน ได้ติดต่อเข้ามาทางโทรศัพท์ของผู้เสียชีวิต จึงเป็นโอกาสการประสานไปยังญาติ ว่าผู้เสียชีวิตอยู่ที่โรงพยาบาลราชวิถี ทว่าน.ส.ใบเฟิร์นก็ไม่สามารถติดต่อไปยังญาติได้ ต่อมาอาจารย์ของผู้เสียชีวิตได้ติดต่อเข้ามา จึงสามารถประสานไปทางญาติได้ ต่อมาพนักงานสอบสวนได้นำเอกสารไปให้กับโรงพยาบาลราชวิถี และได้ส่งมอบทรัพย์สอนบางส่วนให้กับอาจารย์คนดังกล่าว เมื่อกลับมาที่สน.พญาไท จึงได้พบกับบิดาของผู้ก่อเหตุ โดยบิดาของผู้ก่อเหตุได้แจ้งว่าอาการดีขึ้นแล้ว และผู้ก่อเหตุได้เข้ามามอบตัวรับสารภาพที่สน.พญาไท เมื่อเวลาประมาณ 19.20 น. ต่อมาเวลา 20.30 พนักงานสอบสวนได้รับแจ้งจากรพ.ว่าผู้บาดเจ็บเสียชีวิตแล้ว

พ.ต.อ.บวรภพ ยังกล่าวอีกว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พยายามติดต่อเพื่อประสานไปยังญาติของผู้เสียชีวิตตลอดเมื่อเกิดอุบัติเหตุ พนักงานสอบสวนจะเป็นผู้เก็บทรัพย์สินไว้เพื่อเป็นพยานหลักฐานในการตรวจสอบในการติดต่อไปยังญาติ ในส่วนของรถจยย.ที่ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียนนั้น ต้องมีการตรวจสอบเพิ่มเติม ขณะนี้ผู้ต้องหายังไม่ได้ให้การว่าเหตุใดจึงยังไม่ทำการโอนรถ แต่มีการนำเอกสารการซิ้อขายมามอบให้พนักงานสอบสวนแล้ว เบื้องต้นจะติดต่อเจ้าของรถคนแรกในวันนี้ ทราบว่าโดยชื่อปรากฎอาศัยอยู่จ.เชียงราย และซื้อรถมาจากเต็นรถ ย่านเกษตรนวมินทร์ โดยเลขเครื่อง การทำประกัน และสมุดคู่มือการจดทะเบียน ตรงกันทุกอย่าง

พล.ต.ต.จิรสันต์ กล่าวเพิ่มเติมว่า ขณะนี้ พล.ต.ท.สำราญ นวลมา ผบช.น. ได้สั่งการให้ทางต้นสังกัด ตั้งคณะกรรมการสืบสวนข้อเท็จจริงเมื่อวาน ซึ่งเป็นไปตามระเบียบการดำเนินการทางวินัย แต่ยังไม่มีการพิจารณาให้ไปช่วยราชการเพิ่มเติม โดยจะดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยผู้ต้องหา มีความรู้สึกเสียใจและสำนึกผิด โดยจะอุปสมบทอุทิศส่วนกุศลให้กับผู้เสียชีวิต ซี่งจากนี้จะมีการชดใช้สินไหมทางแพ่ง นอกจากนี้ ได้มีการจัดให้ข้าราชการตำรวจไปร่วมพิธีศพจองผู้เสียชีวิต จากนี้จะพิจารณาว่าจะดำเนินการเยียวยาอย่างไร

ในส่วนของการจับกุมผู้ไม่หยุดรถในทางข้าม มีการดำเนินการต่อเนื่อง เมื่อปี 2564 มีการจับกุมทั้งสิ้น 1,764 ราย อย่างไรก็ตาม การดำเนินการของเจ้าหน้าที่ตำรวจเป็นการดำเนินการปลายเหตุ ต้องมีการสร้างวินัยจราจรควบคู่กันไป โดยทุกฝ่ายต้องมีการเสริมสร้างความรู้ด้านกฎจราจร ทั้งองค์กรต่างๆ และเจ้าหน้าที่ตำรวจเช่นกัน และเจ้าหน้าที้ตำรวจต้องเน้นย้ำการบังคับใช้กฎหมายอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดความปลอดภัยแก่ผู้ใช้ถนน ทั้งนี้ ยืนยันว่าจะไม่มีการช่วยเหลือด้านคดีแก่ผู้เสียหาย จะดำเนินคดีอย่างตรงไปตรงมา ส่วนทางผู้ต้องหาต้องให้เสร็จสิ้นคดีก่อนถึงจะทำการอุปสมบทได้ แต่ขณะนี้กำลังประสานเพื่อบวชหน้าไฟ ที่วัดพระศรีมหาธาตุวรมหาวิหาร แขวงอนุสาวรีย์ เขตบางเขน กรุงเทพฯ

 

 

 

 

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon