RS กางแผนยุทธศาสตร์ปี 65 ดันรายได้ 5,100 ล้าน ชูโทเคน Popcoin ขับเคลื่อนธุรกิจ “เฮียฮ้อ” ปัดข่าวซื้อขายตรงยูนิลีเวอร์ ยังไม่ชัด

นายสุรชัย เชษฐโชติศักดิ์ หรือเฮียฮ้อ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท อาร์เอส จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า จากสถานการณ์ โควิด-19 ที่เร่งให้โลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หรือแม้กระทั่งเทคโนโลยีบล็อกเชนที่กำลังเติบโตและพัฒนาจนนำไปใช้อย่างแพร่หลายทั่วโลก อาร์เอส กรุ๊ป จึงเล็งเห็นโอกาส และพยายามมองหาโซลูชั่นใหม่ๆ เพื่อทำให้ Entertainmerce ของอาร์เอสสมบูรณ์และไร้รอยต่อยิ่งขึ้น ซึ่งเป็นที่มาของการพัฒนาเหรียญ Popcoin ในฐานะเป็นสมาร์ท มาร์เก็ตติ้งแพลตฟอร์มที่จะเข้ามาทำให้ Ecosystem ของอาร์เอส กรุ๊ป ขยายใหญ่ขึ้น มีประสิทธิภาพสูงสุด และสร้างการเติบโตใหม่ๆ ให้แก่ทุกธุรกิจในเครือ

Popcoin ได้ Soft Launch ในช่วงปลายปี 2021 หรือปี 2564 และได้เปิดตัวอย่างเป็นทางการเมื่อวันที่ 11 มกราคมที่ผ่านมา สำหรับปีนี้ อาร์เอส กรุ๊ป ยังคงให้ความสำคัญกับการพัฒนาผลิตภัณฑ์และบริการที่หลากหลาย แต่จะหันมาโฟกัสที่ดิจิทัลโปรดักส์ ดิจิทัลคอนเทนท์ และดิจิทัลเซอร์วิสเพิ่มขึ้น ผ่าน Popcoin เพื่อยกระดับให้ อาร์เอส กรุ๊ป เป็นองค์กรที่ใช้เทคโนโลยีบล็อกเชนเป็นตัวขับเคลื่อนธุรกิจ โดยลูกค้ากลุ่ม Baby Boomer, Gen X และ Gen Y ตอนต้น ยังเป็นกลุ่มลูกค้าหลัก ใช้ Popcoin มาเชื่อมให้ลูกค้ากลุ่มนี้ได้รับสิทธิประโยชน์เพิ่มขึ้น เพื่อให้ใกล้ชิดกับบริษัทมากขึ้น รวมถึงดึงลูกค้ากลุ่มใหม่ๆอย่าง Gen Y ตอนปลาย Gen Z และ Alpha ซึ่งชื่นชอบการใช้เทคโนโลยี เข้ามาเพื่อการรู้จักอาร์เอส กรุ๊ป มากขึ้น ผ่านทาง Popcoin Community ในฐานะ Popster

ทั้งนี้ อาร์เอส กรุ๊ป มี 4 กลยุทธ์สำคัญที่เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนการเติบโตของบริษัทในระยะยาว ซึ่งได้แก่

1. การสร้างดิจิทัล อีโคโนมี บนโมเดลธุรกิจ Entertainmerce ที่แข็งแกร่ง ซึ่งจะเกิดขึ้นได้จาก การสร้างดิจิทัลแพลตฟอร์มที่สมบูรณ์ ทั้งในแง่ของ E-Commerce และ ออนไลน์คอนเทนต์, ชูดิจิทัลคอนเทนต์และนำ Asset ของอาร์เอสมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด, ทราสฟอร์ม Physical Asset ของอาร์เอสที่มีอยู่ ให้กลายเป็น Digital Asset เพื่อสร้างรายได้ใหม่ๆ และใช้ Popcoin เป็นเครื่องมือสำคัญในการแปลง Asset ของอาร์เอสให้เป็นโทเคนดิจิทัลบนบล็อกเชน

2. เป็นองค์กรแห่งข้อมูล นำข้อมูลมาวิเคราะห์ และทำให้เกิดประโยชน์สูงสุด โดยนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อใช้ในการตัดสินใจทางธุรกิจและนำมาต่อยอดเพื่อสร้าง Business Direction ที่ชัดเจน ภายใต้ Vision และ Mission ขององค์กร และการนำข้อมูลของแต่ละธุรกิจมาประสานและใช้ร่วมกัน เพื่อหารายได้เพิ่มจากโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจ

3. ยกระดับบริษัทผลิตผลิตภัณฑ์ของอาร์เอสให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อจับกลุ่มลูกค้า Mass Market ด้วยการสร้างแบรนด์สินค้าในเครือให้เป็นที่รู้จัก เพื่อขยายฐานลูกค้า และพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตั้งต้นจากนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างความแตกต่าง และเป็น First mover ในตลาดสินค้าประเภทนั้นๆ อยู่เสมอ

และ 4. เพิ่มมูลค่าให้แก่บริษัท ผ่านการ Synergy และจับมือกับพันธมิตรใหม่ๆ ในหลากหลายวงการ ทั้งการเข้าสู่ตลาดใหม่ๆ ผ่านการจับมือกับพันธมิตรที่มีศักยภาพ ด้วยการทำ M&A และการทำ JV, การใช้ศักยภาพจากทุกธุรกิจในเครือเพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุด นำไปสู่การสร้างการเติบโตที่แข็งแกร่งให้กับระบบนิเวศของอาร์เอสตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ และการรับผลตอบแทนการลงทุนของบริษัทฯที่เข้าไปร่วมลงทุน

นายวิทวัส เวชชบุษกร ประธานเจ้าหน้าที่สายงานการเงิน เปิดเผยว่า สำหรับปี 2565 กุญแจสำคัญที่จะทำให้อาร์เอส กรุ๊ป ก้าวไปสู่เป้าหมายตามที่ตั้งไว้ คือการดำเนินธุรกิจตามกลยุทธ์ LEAP โดย L คือ Lifestyle Wellbeing Solution, E คือ Entertainment Uplift, A คือ Asset Monetization และ P คือ Popcoin ซึ่งทั้ง 4 กลยุทธ์สำคัญ จะนำไปสนับสนุนการทำงานของธุรกิจในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป ให้เติบโตก้าวกระโดดไปอย่างแข็งแกร่งและมั่นคง

L หรือ Lifestyle Wellbeing Solution คือการมุ่งเน้นไปที่ธุรกิจคอมเมิร์ซ ซึ่งประกอบไปด้วย อาร์เอส มอลล์ (RS Mall) มัลติแพลตฟอร์มช้อปปิ้งสินค้าเพื่อการดูแลสุขภาพแบบองค์รวม ด้วยสินค้าและบริการที่หลากหลาย ตอบโจทย์เป็น “Your Wellbeing Partner” ที่คัดสรรผลิตภัณฑ์และบริการที่ต่อยอดความเป็นอยู่ที่ดีของลูกค้าทุกๆ คน ซึ่งในปีนี้ อาร์เอส มอลล์ จะมุ่งเน้นที่ 4 เรื่องสำคัญ คือ

1. มุ่งมั่นเป็น Your Wellbeing Partner โดยคัดเลือกสินค้าและบริการที่หลากหลายตอบโจทย์ผู้บริโภคในยุคปัจจุบัน มีการแบ่งสินค้าและบริการออกเป็น 4 กลุ่ม ได้แก่ สินค้ากลุ่มบอดี้ มีสัดส่วน 60% ได้แก่ ผลิตภัณฑ์อาหารเสริมเพื่อสุขภาพและความงาม สินค้ากลุ่มมายด์ สัดส่วน 5% ได้แก่ กลุ่มผลิตภัณฑ์ประกันชีวิต เช่น ไทยประกันชีวิต บุพพการีมีเงินใช้ (เพื่อเพื่อผู้สูงอายุ), ไทยพาณิชย์ โพรเทค ประกัน แคนเซอร์ พลัส และสินค้ามงคล เป็นต้น สินค้ากลุ่มโฮมแอนด์เพ็ท สัดส่วน 20% และสินค้ากลุ่มโซเชียลแอนด์ทราเวล สัดส่วน 15% โดยสินค้าที่ขายใน RS Mall ทั้งหมดมาจากบริษัท ไลฟ์สตาร์ ซึ่งเป็นบริษัทในเครืออาร์เอส กรุ๊ป 50% และพาร์ทเนอร์อีก 50%

2. ใช้ Popcoin เป็นตัวเชื่อมในการสร้างฐานลูกค้าใหม่ๆ เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งให้กับ Ecosystem ของ RS Mall ซึ่ง Popcoin จะมาเป็นเครื่องมือในการทำ GWP (Gift with Purchase) และช่วยเพิ่มยอดขายจากการทำโปรโมชั่นต่างๆ สำหรับสมาชิก RS Mall PLUS

3. ขยายและสร้างความแข็งแกร่งในช่องทางอีคอมเมิร์ซ และ4. จัดทำ Loyalty Program ในชื่อ ‘RS Mall PLUS’ สมาชิกจะได้รับสิทธิประโยชน์มากมาย โดยปัจจุบันมีสมาชิกกว่า 8 แสนราย และคาดว่าภายในสิ้นปีนี้ จะมีสมาชิกเพิ่มเป็น 1.2 ล้านราย ซึ่งปีนี้บริษัท ไลฟ์สตาร์ จำกัด ได้รีแบรนด์ใหม่เพื่อมุ่งสู่การเป็น Innovative Wellness Product Company ที่จะนำนวัตกรรมใหม่ๆ ในการผลิตผลิตภัณฑ์ต่างๆ เพื่อการป้องกันการเกิดปัญหาสุขภาพ (Preventive Care) พร้อมไปกับการขับเคลื่อนให้ผู้คนมีสุขภาพและความเป็นอยู่ที่ดีอย่างยั่งยืน

E หรือ Entertainment Uplift ยกระดับธุรกิจสื่อและบันเทิง โดยสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 จะรุกช่องทางออนไลน์และสร้างฐานแฟนคลัลใหม่ๆ มีการพัฒนาเว็บไซต์และแอพ ช่องใหม่ เพิ่มฟีเจอร์ที่น่าสนใจ พร้อมผลิตคอนเทนท์ที่เข้าถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ๆ รวมถึงผู้ชมช่อง 8 จะได้สัมผัสประสบการณ์พิเศษจาก Popcoin ผ่านระบบเมมเบอร์ชิพ รวมไปถึง Exclusive คอนเทนท์ที่มีให้เฉพาะ Popster เท่านั้น ส่วนสปอนเซอร์ยังสามารถนำ Popcoin ไปทำกิจกรรมที่หลากหลายร่วมกับช่อง 8 เพื่อให้แบรนด์ได้เข้าถึงกลุ่มลูกค้าได้ตรงกลุ่มมากขึ้น ขณะที่สถานีเพลงของอาร์เอส จะใช้ Popcoin สร้าง Engagement กับคนฟัง เป็นต้น

A หรือ Asset Monetization การเพิ่มช่องทางรายได้ใหม่จาก Asset ในองค์กร โดย RS Music จะเข้าสู่ตลาด NFT

และ P หรือ Popcoin สมาร์ท มาร์เก็ตติ้ง แพลตฟอร์ม เทคโนโลยีบล็อกเชนที่จะเข้ามาเป็นแพลตฟอร์มที่แข็งแกร่ง และสามารถสร้างโอกาสใหม่ๆ ทางธุรกิจให้แก่ อาร์เอส กรุ๊ป รวมไปถึงพาร์ทเนอร์ได้อีกด้วย ล่าสุด Popcoin มีผู้ลงทะเบียนเป็น Popster จากแคมเปญ Popcoin Airdrop แล้วกว่า 7 แสนราย โดยปีนี้ Popcoin จะเป็นเครื่องมือในการทำการตลาดในเครือ อาร์เอส กรุ๊ป เพื่อนำไปส่งเสริมการขาย เป็นช่องทางหารายได้ใหม่ๆ และสร้าง Engagement กับลูกค้าของแต่ละแบรนด์

“นอกจากนี้ อาร์เอส กรุ๊ป ยังคงมองหาพารท์เนอร์ทางธุรกิจจากการทำ M&A อีก 1 – 2 ดีลภายในปีนี้ ซึ่งโฟกัสที่การต่อยอดโมเดลธุรกิจ Entertainmerce ให้แข็งแกร่งยิ่งขึ้น เพื่อขยายช่องทางการขายและแพลตฟอร์มของธุรกิจคอมเมิร์ซ รวมถึงการเพิ่มไลน์สินค้าและบริการ และส่งเสริมให้ Ecosystem ของอาร์เอส กรุ๊ป ตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำสามารถทำงานร่วมกันได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ที่สำคัญ การทำ M&A จะเป็นกลไกในการช่วยคุมต้นทุนของบริษัท และผลักดันรายได้ปีนี้ทะลุ 5,100 ล้านบาทได้อย่างแน่นอน” นายวิทวัส

ผู้สื่อข่าวสอบถามถึงกระแสข่าวการเข้าซื้อธุรกิจขายตรงของบริษัท ยูนิลีเวอร์ มูลค่ากว่า 900 ล้านบาท นายสุรชัย กล่าวเพียงสั้นๆว่า สำหรับประเด็นดังกล่าวขณะนี้ยังไม่มีความชัดเจนแต่อย่างใด

เกาะติดทุกสถานการณ์จาก
Line @Matichon ได้ที่นี่

LINE @Matichon