‘สมบัติ วงศ์กำแหง’ ชี้ข้อเสนออนุกกอ.ล้วงลูกอำนาจสภาทนายความ เรียกร้องโชว์พลังร่วมกันเบรก

15.02.22 | 17:00 น.

“สมบัติ”อดีตเลขาฯ สภาทนาย ออกโรงระบุ ข้อเสนออนุกกอ. ตั้งสภานิติศึกษาฯจัดอบรมหลักสูตรเนติบัณฑิตฯขอออกใบอนุญาตทนายได้เลย ก้าวล่วงวิชาชีพทนายความ ซัดไม่มีอำนาจยุ่งเกี่ยวกับเรื่องออกหรือต่อใบอนุญาต ของสภาทนายฯ

เมื่อวันที่ 15 กุมภาพันธ์  ว่าที่พันตรี ดร.สมบัติ วงศ์กำแหง กรรมการพัฒนาการบริหารงานยุติธรรมแห่งชาติ อดีตเลขาธิการสภาทนายความ กล่าวถึง จากกรณีที่คณะอนุกรรมการสภานิติศึกษาแห่งชาติ (อนุ กกอ.)จัดทำข้อเสนอการปฏิรูปการศึกษานิติศาสตร์แห่งชาติ มีข้อเสนอระบุไว้ถึง การจัดตั้งสภานิติศึกษาแห่งชาติจะเป็นผู้กำหนดโครงสร้างและกรอบหลักสูตรนิติศาสตร์ในมหาวิทยาลัย (แทนที่หน่วยงานของรัฐอื่นๆ) และรับผิดชอบในการฝึกและทดสอบในทางปฏิบัติ ตลอดจนรับผิดชอบการทดสอบเพื่อเป็นเนติบัณฑิต สภานิติศึกษาจึงทำหน้าที่เป็นสำนักอบรมเนติบัณฑิตยสภาและสำนักอบรมวิชาว่าความของสภาทนายความในเวลาเดียวกันว่า เรื่องดังกล่าว อนุ กกอ. ก้าวล่วงวิชาชีพทนายความ เพราะสภาทนายความ เป็นสภาวิชาชีพซึ่งจัดตั้งขึ้นตาม พระราชบัญญัติทนายความ พ.ศ.2528 ซึ่งมีประวัติศาสตร์การต่อสู้เรียกร้องของทนายความ เพื่อกำกับดูแลวิชาชีพโดยสภาวิชาชีพ ของตนเอง เป็นเวลาหลายสิบปี กว่าจะมีสภาทนายความ

แต่ในขณะนี้กับปรากฏว่า คณะอนุกรรมการคณะหนึ่ง ได้มีข้อเสนอก้าวล่วง แทรกแซงอำนาจตามกฎหมายของสภาทนายความ นั้นก็คือ อนุกรรมการสภานิติศึกษาแห่งชาติ ที่เป็นเพียงคณะอนุกรรมการที่แต่งตั้งโดยคณะกรรมการอุดมศึกษา (กกอ.) ตามมติที่ประชุม ครั้งที่ 4/2564 ลงวันที่ 27 เมษายน 2564 เท่านั้น ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีกฎหมายให้จัดตั้งสภานิติศึกษาแห่งชาติแต่อย่างใด

เมื่ออนุกรรมการสภานิติศึกษาแห่งชาติ เป็นเพียงอนุกรรมการของคณะกรรมการการอุดมศึกษา (กกอ.) เท่านั้น จึงไม่มีสิทธิก้าวล่วงอำนาจของสภาทนายความ เพราะอำนาจหน้าที่ของ กกอ. ซึ่งเป็นคณะกรรมการหลักมีอำนาจหน้าที่ในการกำกับดูแลสถาบันอุดมศึกษา อันได้แก่ สถาบันที่จัดการอุดมศึกษาระดับปริญญาและระดับต่ำกว่าปริญญาทั้งที่เป็นของรัฐและของเอกชนเท่านั้น หาได้มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับการกำกับดูแลสภาทนายความแต่อย่างใดไม่

สภาทนายความมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมรักษาการตามพระราชบัญญัติทนายความ และมีตำแหน่งเป็นสภานายกพิเศษ โดยตรงอยู่แล้ว

Advertisement

นอกจากไม่มีอำนาจหน้าที่เกี่ยวกับสภาทนายความแล้ว ข้อเสนอของอนุกรรมการยังก้าวล่วงถึงอำนาจหน้าที่ของสภาทนายความในการรับจดทะเบียนและออกใบอนุญาตให้แก่ทนายความ ในประเด็นที่ไม่ต้องผ่านการอบรมวิชาว่าความ การอบรมมรรยาททนายความ โดยเสนอให้สภานิติศึกษาแห่งชาติเป็นผู้จัดการอบรมหลักสูตรเนติบัณฑิตเอง และให้นำผลการสอบเป็นเนติบัณฑิตมาขอออกใบอนุญาตเป็นทนายความได้เลย ซึ่งเปรียบเสมือนการยุบสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความของสภาทนายความอบรม นอกจากนี้ยังกำหนดให้การต่อใบอนุญาตว่าความต้องทำทุกๆ 3-5 ปี ดังปรากฏตามแบบสอบถามความเห็นที่ปรากฏในขณะนี้ ทั้งที่ในปัจจุบันการอบรมของเนติบัณฑิต ก็ไม่เกี่ยวข้องกับสภาทนายความแต่อย่างใด

ในฐานะอดีตอุปนายกฝ่ายบริหารและผู้อำนวยการสำนักฝึกอบรมวิชาว่าความ และเป็นทนายความวิชาชีพ คนหนึ่ง ขอเป็นเสียงหนึ่งในการคัดค้านและไม่เห็นด้วยกับข้อเสนอดังกล่าว เพราะการฝึกอบรมวิชาว่าความที่กระทำโดยสภาทนายความในฐานะสภาวิชาชีพเป็นเรื่องที่เหมาะสมอย่างยิ่งในปัจจุบัน ผู้ประกอบวิชาชีพจะทราบว่าความรู้ ความสามารถ ความเชี่ยวชาญ เข้าใจดีว่าเรื่องใดคือทักษะที่จำเป็นในการประกอบวิชาชีพ ที่ต้องนำมาอบรมในหลักสูตร โดยฉพาะอย่างยิ่งในด้านประสบการณ์การทำงานซึ่งถือเป็นสิ่งสำคัญที่บุคคลหรือคณะบุคคลอื่นที่ไม่อยู่ในวิชาชีพจะไม่มีความเข้าใจบุคลากรในวิชาชีพดีเท่ากับคนในวิชาชีพนั้นๆเอง เฉกเช่น แพทยสภา สภาวิศวกร สภาพยาบาล สภาวิชาชีพบัญชี เป็นต้น

ขอเรียกร้องให้ทนายความทุกท่าน ร่วมแสดงความเห็น แสดงพลัง ให้ผู้ที่มีความคิดในการก้าวล่วงสภาทนายความ โปรดยุติความคิดดังกล่าว แม้จะมีข้ออ้างว่า เป็นเพียงการหยิบยกประเด็นขึ้นเพื่อสอบถามความเห็นของผู้มีส่วนได้เสียก่อนที่จะผ่านไปสู่ขั้นตอนอื่นต่อไปโดยยังไม่มีผลกำหนดเป็นนโยบาย แต่อย่างใดก็ตาม การตั้งประเด็นข้อเสนอที่ปรากฏในปัจจุบัน ไม่ปรากฏว่ามีผู้แทนของสภาทนายความอยู่ในคณะอนุกรรมการดังกล่าวแต่อย่างใด ข้อเสนอนี้จึงมิใช่ข้อเสนอที่เกิดจากการเห็นชอบในของสภาวิชาชีพผู้มีส่วนได้เสียแต่อย่างใด ทั้งที่อาจส่งผลกระทบและเกิดความเสียหายกับผู้ประกอบวิชาชีพโดยตรง