ทนายอนันต์ชัย พานายจ้างแจ้งความ 14 แรงงานเมียนมาให้การเท็จ

18.02.22 | 13:58 น.

ทนายอนันต์ชัย พานายจ้างแจ้งความ 14 แรงงานเมียนมาให้การเท็จ กรณีดีเอสไอดำเนินคดีกักขังหน่วงเหนี่ยว เผยมีผู้อ้างเป็นจนท.สถานทูตเรียก 6 พันบาท แต่ไม่ยอมจ่าย ก่อนดีเอสไอบุกค้น เตรียมยื่นความเป็นธรรมสถานทูตพม่า- รมว.ยธ.

เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ ที่ กองบังคับการปราบปราม(บก.ป.) นายอนันต์ชัย ไชยเดช ทนายความพา น.ส.สุธิดา เนาว์รุ่งโรจน์ นายจักกฤษณ์ วิบูลย์ลักษณากุล และ น.ส.ลักษมน วิบูลย์ลักษณากุล เข้าพบ พ.ต.ท.หญิง บุญทิวา ลิ้มศิริลักษณ์ รองผกก.สอบสวน กก.1.บก.ป. เพื่อดำเนินคดีข้อหาแจ้งข้อความอันเป็นเท็จให้ได้รับโทษทางอาญาโดยมิได้มีกระทำความผิดเกิดขึ้น และกรรโชกทรัพย์ กับแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 15 คน และผู้อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตเมียนมา จากกรณีเมื่อวันที่ 27 มกราคม 2564 เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอและตำรวจ เข้าตรวจค้นและช่วยเหลือแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 18 คน ที่โรงงานทำขนมเยลลี่ ในซอยลาดพร้าว 6 เขตลาดพร้าว กรุงเทพฯ โดยมีน.ส.ลักษมน เป็นเจ้าของสถานที่

นายอนันต์ชัย เปิดเผยว่า ขอเรียกร้องความเป็นธรรมให้กับครอบครัวนี้ โดยเตรียมยื่นเรื่องขอความเป็นธรรมกับสถานเอกอัครราชทูตเมียนมา และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เกี่ยวกับการดำเนินคดีของดีเอสไอ โดยยืนยันว่า ครอบครัวนี้ ไม่เคยกระทำการกักขังหน่วงเหนี่ยวแรงงานข้ามชาติ ตามที่มีการกล่าว อ้างถึงในคดีดังกล่าว ส่วนข้อเท็จจริง เหตุนี้เริ่มต้นมาจากเมื่อเดือนกันยายน 2563 ก่อนเกิดเหตุมีคนงานประมาณ 23 คน ทำงานจ้างเหมากับบริษัทแห่งหนึ่งในลักษณะไปเช้า-เย็นกลับ ไม่ได้ค้างอยู่ที่โรงงาน แต่ในช่วงปี 2563 จังหวัดสมุทรสาคร ประกาศห้ามเคลื่อนย้ายแรงงานต่างด้าว และมีการลอยแพแรงงานข้ามชาติจำนวนมาก ทำให้ในวันที่ 19 ธันวาคม 2553 นายจ้างเดิมที่แรงงานกลุ่มนี้ทำงานด้วยขับไล่แรงงานออกจากที่ทำงาน และคนในครอบครัวนี้ เกิดความสงสารจึงรับแรงงานเมียนมากลุ่มนี้เข้ามาอาศัยในบ้านพักด้วย

นายอนันต์ชัย กล่าวอีกว่า นายหน้าจัดหางานคนหนึ่ง อ้างตัวเป็นเจ้าหน้าที่สถานเอกอัครราชทูตเมียนมา ต้องการเรียกเงินจำนวน 6,000 บาทจากครอบครัวนี้ หากไม่ให้จะแจ้งทางการไทยให้จับกุม ว่า ครอบครัวนี้กักขังหน่วงเหนี่ยวแรงงานผิดกฎหมายในบ้านพัก ต่อมา เจ้าหน้าที่ทางการไทยก็บุกเข้ามาที่บ้านพักตามที่ปรากฏเป็นข่าวไปแล้ว

ขณะที่ น.ส.ลักษมน กล่าวว่า ตลอดระยะเวลากว่า 1 ปี ดีเอสไอ ไม่เคยแจ้งข้อกล่าวหา หรือไม่เคยมีหมายเรียกไปให้การ หรือชี้แจงข้อเท็จจริง แต่เจ้าหน้าที่ดีเอสไอ กลับมานำตัวไปขึ้นศาลคดีนี้ ที่ศาลแรงงานกลาง เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2565 และได้สอบสวนตั้งแต่เวลา 20.00 น.- 02.00 น. โดยไม่ยอมให้ประกันตัว และให้เข้าห้องขังที่ ดีเอสไอ 1 คืน หลังจากนั้นเพียง 8 วัน ก็ส่งฟ้องต่อศาลอาญา โดยไม่ให้โอกาสพวกตนได้ยื่นเอกสารเพิ่มเติมประกอบคำให้การ อีกทั้ง ดีเอสไอ ก็มิได้สอบสวนพยานแวดล้อม คือ ผู้ที่พักอาศัยภายในซอยที่เกิดเหตุ ว่ามีการกักขังหน่วงเหนี่ยวแรงงานชาวเมียนมาจริงหรือไม่ จึงทำให้ได้รับความเสียหายต่อชื่อเสียงเป็นอย่างมาก จึงได้ตัดสินใจมาแจ้งความดำเนินคดีกับแรงงานชาวเมียนมาจำนวน 14 คน และผู้ที่แอบอ้างว่าเป็นเจ้าหน้าที่สถานทูตเมียนมาอีกด้วย

Advertisement