หมอโอภาส ชี้ ไม่เพิ่มมาตรการสาธารณสุข หวั่นกระทบชีวิตประชาชน

หมอโอภาส ชี้ ไม่เพิ่มมาตรการสาธารณสุข หวั่นกระทบชีวิตประชาชน ขอความร่วมมือเข้มมาตรการ-ฉีดวัคซีนเด็ก ก่อนสงกรานต์ ชี้ ตัวเลขเพิ่มขึ้น แต่ระบบรองรับได้ ยก เกาหลีคนน้อยกว่าไทย ติดเชื้อเรือนแสน

เมื่อวันที่ 19 กุมภาพันธ์ นพ.โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค ให้สัมภาษณ์ถึงมาตรการป้องกันและควบคุมโรคโควิด-19 เพื่อเตรียมตัวก่อนเข้าเทศกาลสงกรานต์ในเดือน เม.ย. ว่า แนวทางทุกอย่างมีหมดแล้ว โดยเฉพาะมาตราการ VUCA คือ Vaccine, Universal Prevention, Covid19 Free Setting และ ATK แต่ขอให้เคร่งครัดในการดำเนินการมากขึ้น เนื่องจากสถานการณ์ติดเชื้อช่วงนี้ ส่วนใหญ่ติดจากร้านอาหาร งานสังสรรค์ แล้วนำเชื้อไปติดที่ทำงาน ที่บ้าน โดยเฉพาะติดในผู้สูงอายุที่ไม่ได้ฉีดวัคซีนโควิด-19 ซึ่งจะมีอาการรุนแรงและเสียชีวิตได้ จึงเกิดขึ้นลักษณะวงจร ฉะนั้น ต้องเพิ่มความระวัง ไปร้านอาหารที่คนแน่นมาก อากาศไม่ถ่ายเท ก็ขอให้เปลี่ยนไปร้านที่ปลอดภัยกว่า

นพ.โอภาส กล่าวว่า ถัดมาคือ เมื่อถึงช่วงเดือน เม.ย. เราก็น่าจะฉีดวัคซีนโควิดได้มากพอสมควรแล้ว ซึ่งขณะนี้ กลุ่มผู้สูงอายุได้รับเข็ม 2 เกือบ 80% แล้ว ฉะนั้นคนที่ยังลังเล ไม่แน่ใจ ก็ขอให้ความมั่นใจว่าการฉีดวัคซีนมีความปลอดภัย และขอให้ลูกหลานพามารับวัคซีน เพราะตอนนี้ผู้ติดเชื้อโควิดแล้วเสียชีวิตยังเป็นกลุ่ม 608 หรือยังไม่ได้รับวัคซีน หรือรับมาเพียงเข็มเดียว ขณะที่ วัคซีนเด็ก 5 ปีขึ้นไป ทางสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้ขึ้นทะเบียนวัคซีนซิโนแวค และไฟเซอร์แล้ว รวมถึงราชวิทยาลัยกุมารแพทย์แห่งประเทศไทย ก็ให้คำแนะนำเรื่องการฉีดแล้ว โดยเฉพาะสูตรไขว้ก็จะทำให้เราฉีดวัคซีนได้เร็วขึ้น ทั้งนี้ ระยะหลังเราเริ่มเห็นการติดเชื้อในเด็กมากขึ้น ดังนั้น ช่วงนี้ใกล้ปิดเทอมแล้วก็ขอให้ผู้ปกครอง พาบุตรหลานมารับวัคซีนต่อเนื่อง โดยเฉพาะเด็กประถม เพื่อรองรับการเปิดเทอมหน้า โดยเราก็จะเร่งรัดช่วงสงกรานต์ให้มีการดำเนินการฉีดวัคซีนเด็กต่อเนื่อง

เมื่อถามว่า ขณะนี้ตัวเลขติดเชื้อเพิ่มขึ้น เราจำเป็นต้องเพิ่มมาตรการเพื่อกดตัวเลขให้ลดลงอย่างไร นพ.โอภาส กล่าวว่า หากดูจากประเทศเพื่อนบ้าน เช่น เกาหลีใต้ที่มีประชากรน้อยกว่าไทย 2 ใน 3 แต่ติดเชื้อนับแสนราย ซึ่งสถานการณ์ของไทยในระดับนี้ ระบบสาธารณสุขยังรองรับได้ ประชาชนใช้ชีวิตได้ตามปกติ ทั้งนี้ คนส่วนใหญ่ไม่มีอาการหรือมีอาการเพียงเล็กน้อยก็เข้าระบบรักษาที่บ้าน (Home Isolation)

Advertisement

“หากต้องเพิ่มมาตรการใด ก็คงต้องขอความร่วมมือประชาชนเพิ่มมาตรการส่วนบุคคล อย่าเข้าพื้นที่เสี่ยง ซึ่งเราเข้าใจกันดีว่าชีวิตต้องดำเนินต่อไป แต่ขอให้คำนึงว่า สถานที่ใดมีความเสี่ยงมาก เช่น ดื่มแอลกอฮอล์มาก อากาศไม่ถ่าย กินอาหารรวมกันในที่ทำงาน ตรงนี้เราพบการติดเชื้อบ่อย ก็ขอให้หลีกเลี่ยง” นพ.โอภาส กล่าว

อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่า ขณะนี้เราพบการติดเชื้อในโรงงานมากขึ้น แต่เราสามารถใช้มาตรการเดิมได้คือ บับเบิล แอนด์ ซีล (Bubble and seal) ด้วยการฉีดวัคซีนที่มากขึ้น ก็พบว่าคนติดเชื้อใหญ่ไม่มีอาการอะไร ดังนั้น ก็สามารถแยกกักตัวในโรงงานได้ เพื่อให้การทำงานยังดำเนินต่อไปได้

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image