BGC มองปี 65 ตลาดบรรจุภัณฑ์ขยายตัวไม่ต่ำกว่า 10% หนุนธุรกิจเติบโต เคาะจ่ายปันผลงวด Q4/64 อัตรา 0.12 บาท/หุ้น

นายศิลปรัตน์ วัฒนเกษตร ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บีจี คอนเทนเนอร์ กล๊าส จำกัด (มหาชน) หรือ BGC เปิดเผยว่า บริษัทฯ สามารถทำผลการดำเนินงานปี 2564 อยู่ในระดับที่น่าพอใจ ท่ามกลางสถานการณ์เศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาที่ยังไม่ฟื้นตัวชัดเจนและหลายอุตสาหกรรมได้รับผลกระทบจากการบังคับใช้มาตการล็อกดาวน์เพื่อยับยั้งการแพร่ระบาดของ COVID-19 โดยบริษัทฯ มีรายได้จากการขายทั้งสิ้น 12,387 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 5% จากปีก่อน ส่วนกำไรสุทธิทำได้ 523 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1% จากปีก่อน

“ผลการดำเนินงานที่รักษาการเติบโตทั้งรายได้และกำไร มาจากปริมาณการขายบรรจุภัณฑ์ในปี 2564 ที่เพิ่มขึ้น แสดงให้เห็นถึงศักยภาพในการขยายตลาดและปรับกลยุทธ์เพื่อเพิ่มยอดขาย ท่ามกลางสถานการณ์ตลาดที่มีความท้าทายจากการบังคับใช้มาตรการล็อกดาวน์ในประเทศไทยและอีกหลายประเทศทั่วโลก รวมถึงปัญหาขาดแคลนตู้คอนเทนเนอร์ขนส่งสินค้า อย่างไรก็ตามบริษัทฯ สามารถขยายตลาดส่งออกไปยังสหรัฐอเมริกา ซึ่งเป็นลูกค้าหลักของตลาดต่างประเทศ”

นายศิลปรัตน์ กล่าวว่า นอกจากนี้ ในรอบปีที่ผ่านมา บริษัทฯได้ขยายการลงทุน โดยเข้าถือหุ้น 100% ในบริษัท บีจี แพคเกจจิ้ง จำกัด (BGP) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายฟิล์มพลาสติก ฝาพลาสติก ขวด PET หลอดพรีฟอร์ม และเข้าถือหุ้น 100% ในบริษัท บางกอกบรรจุภัณฑ์ จำกัด (BVP) ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายบรรจุภัณฑ์กระดาษ กำลังการผลิตประมาณ 5 หมื่นตันต่อปี เพื่อปรับโมเดลธุรกิจสู่ Total Packaging Solutions ที่มีบรรจุภัณฑ์พร้อมบริการที่หลากหลาย จากเดิมที่เป็นผู้ผลิตและจำหน่ายบรรจุภัณฑ์แก้ว ส่งผลดีต่อการเพิ่มยอดขายสินค้าจากบรรจุภัณฑ์อื่น และสินค้าที่เกี่ยวเนื่อง

นายศิลปรัตน์ กล่าวอีกว่า จากผลการดำเนินงานดังกล่าว ที่ประชุมคณะกรรมการ (บอร์ด) เมื่อวันที่ 22 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา จึงมีมติเสนอต่อที่ประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจำปี 2565 เพื่อพิจารณาอนุมัติจ่ายเงินปันผลจากผลการดำเนินงานปี 2564 ในอัตรารวม 0.48 บาทต่อหุ้น โดยก่อนหน้านี้บริษัทฯ ได้จ่ายเงินปันผลระหว่างกาลแล้ว 3 ครั้ง จากงวดผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2564 2/2564 และ 3/2564 ในอัตรา 0.13 บาทต่อหุ้น 0.12 บาทต่อหุ้น และ 0.11 บาทต่อหุ้น ตามลำดับ คงเหลือที่จะต้องจ่ายเงินปันผลในครั้งนี้อัตรา 0.12 บาทต่อหุ้น เตรียมขึ้นเครื่องหมาย XD ในวันที่ 10 พฤษภาคมนี้ และจ่ายเงินปันผลแก่ผู้ถือหุ้นในวันที่ 27 พฤษภาคม 2565

Advertisement

นายศิลปรัตน์ ได้ประเมินปี 2565 ว่าแนวโน้มตลาดบรรจุภัณฑ์ทั่วโลกจะฟื้นตัวและเติบโตไม่ต่ำกว่า 10% หลังจากคาดการณ์ว่าสถานการณ์แพร่ระบาดของ COVID-19 ในฝั่งยุโรปและอเมริกาได้ผ่านจุดเลวร้ายที่สุดไปแล้ว โดยประเทศแถบยุโรปเริ่มทยอยลดการบังคับใช้มาตรการต่าง ๆ ส่งผลให้ภาคธุรกิจ เช่น ร้านอาหาร ผับ บาร์ สามารถกลับมาเปิดให้บริการและประชาชนใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งจะส่งผลดีการบริโภคสินค้าและความต้องการใช้บรรจุภัณฑ์ที่เพิ่มขึ้น

“จากสถานการณ์ COVID-19 ในฝั่งยุโรปและสหรัฐฯ ที่เริ่มคลายความกังวล คาดว่าจะเห็นเทรนด์ดังกล่าวเกิดขึ้นตามมาในประเทศแถบเอเชีย ซึ่งจะส่งผลดีต่อการฟื้นตัวของเศรษฐกิจ จึงคาดการณ์ว่าภาพรวมเศรษฐกิจโลกจะทยอยฟื้นตัวและส่งผลดีต่ออุตสาหกรรมบรรจุภัณฑ์ อย่างไรก็ตามความท้าทายในปีนี้คือการบริหารจัดการต้นทุนการผลิตเพื่อรับมือราคาวัตถุดิบและพลังงานที่เพิ่มขึ้น โดยบริษัทฯได้เพิ่มสัดส่วนการใช้เศษแก้วในเตาหลอมเพื่อลดการใช้พลังงาน และเพิ่มประเภทพลังงานที่ใช้เพื่อกระจายความเสี่ยง รวมถึงนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยเข้ามาใช้เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการควบคุมอุณหภูมิในเตาหลอมแก้ว ช่วยลดความสูญเสียของพลังงาน ส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตปรับตัวดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง” นายศิลปรัตน์ กล่าว

 

Advertisement

 

QR Code
เกาะติดทุกสถานการณ์จาก Line@matichon ได้ที่นี่
Line Image